"ถ้าท่านยังเอาแต่คัดแยกเศษกระดูกบิ่นๆ พวกนี้ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ราวกับมันคือเพชรน้ำเอกอีกสักหนาทีเดียว ข้าจะเอาดาบเล่มนี้กวาดพวกมันลงถังขยะให้หมดจริงๆ ด้วยนะ เซริอัส"
เสียงถอนหายใจหนักหน่วงพร้อมกับเสียงคมดาบกระทบฝักดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวัน ลิลลี่ อัศวินสาวผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมเป็นนิจ ยืนกอดอกพิงเสาไม้เนื้อแข็งของเต็นท์พักแรมชั่วคราว ดวงตาสสีเข้มจ้องมองเด็กหนุ่มผมยุ่งผู้กำลังนั่งยองๆ อยู่หน้ากองสมบัติกองโต—ซึ่งถ้ามองด้วยสายตาคนทั่วไป มันก็คือ ‘กองขยะ’ ดีๆ นี่เอง
เซริอัสเงยหน้าขึ้นจากกองซากชิ้นส่วนเกราะขึ้นสนิมและดาบหักที่เก็บกวาดมาจากดันเจี้ยนระดับต่ำ เขายิ้มกว้างจนตาหยีตามสไตล์เด็กหนุ่มมองโลกในแง่ดีผิดจังหวะ ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของคราบเลือดแห้งและฝุ่นผง
"โธ่ ลิลลี่ครับ อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิครับ ของพวกนี้สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นแค่ขยะเปียกที่ต้องเสียค่าขนย้ายไปทิ้ง แต่สำหรับคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่างเรา มันคือ ‘ทุนสำรองทางธุรกิจ’ เชียวนะครับ" เซริอัสยกกระดูกนิ้วมือขึ้นมาเช็ดคราบดินโคลนออกอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็นเครื่องประดับราคาแพงจากราชสำนัก
"วิสัยทัศน์บ้าบออะไรของเจ้า ดาบขึ้นสนิมกรับกระดูกโครงกระดูกเวทมนตร์ชั้นต่ำเนี่ยนะ? พ่อค้าคนไหนในเมืองหลวงเขาจะมารับซื้อของพังๆ แบบนี้กัน ข้าว่าเอาไปหลอมใหม่เป็นเศษเหล็กยังไม่ได้ราคาค่าเช่าม้าเลยด้วยซ้ำ" ลิลลี่ขยับตัวเล็กน้อย ความอึดอัดฉายชัดบนใบหน้า นางไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากรอดชีวิตออกมาจากดันเจี้ยนประหลาดได้ ตัวนางจะต้องมานั่งเฝ้า ‘ร้านค้ามือสอง’ จำเป็นกลางตลาดมืดของเมืองชายแดนแห่งนี้
เซริอัสหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นตามกางเกง ก่อนจะหยิบดาบสั้นที่ใบมีดบิ่นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมขึ้นมาหมุนดูด้วยความคล่องแคล่ว
"นั่นแหละครับคือจุดบอดของพ่อค้าทั่วไป เขามองเห็นแค่ ‘สภาพปัจจุบัน’ แต่ลืมมอง ‘คุณค่าแฝง’ ไป" เซริอัสหันไปสบตากับอัศวินสาว แววตาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์ "จำเรื่องที่ดันเจี้ยนบอกเราตอนที่เคลียร์ชั้นแรกได้ไหมครับ? *‘ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?’*—ประโยคนี้แหละคือคีย์เวิร์ดสำคัญ"
ลิลลี่ขมวดคิ้วมุ่น "เกี่ยวอะไรกับดันเจี้ยนบ้าบอนั่น?"
"เกี่ยวสิครับ! ดันเจี้ยนมันเบื่อหน่ายของเดิมๆ มันอยากได้อะไรที่มัน ‘สร้างสรรค์’ และมีเรื่องราว" เซริอัสวางดาบสั้นลงบนโต๊ะไม้หยาบๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนตัวดาบ พร้อมกับร่ายเวทมนตร์ธาตุความมืดระดับฝึกหัดเบาๆ พลังงานสีม่วงจางๆ ไหลวนเข้าไปตามรอยแตกของใบมีดเหล็กขึ้นสนิม
*วิ้ง...*
เกิดเสียงสะท้อนเบาๆ ในอากาศ ไอความมืดสีดำสนิทค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเคลือบคลุมรอยบิ่นของดาบ แทนที่จะซ่อมแซมให้มันกลับมาเป็นดาบธรรมดา เซริอัสกลับใช้สกิล ‘ประกอบร่างซากศพ’ ผสานเศษกะโหลกชิ้นเล็กๆ เข้ากับด้ามจับ จนเกิดเป็นลวดลายกระดูกแกะสลักที่ดูงดงามน่าเกรงขามและแปลกตาในเวลาเดียวกัน กลิ่นอายความน่ากลัวแผ่ออกมาเบาๆ แต่ทรงพลัง
ลิลลี่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว นางก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้เพื่อพิจารณาผลงานตรงหน้าให้ชัดขึ้น "นี่มัน... เจ้าทำอะไรลงไป?"
"ผมเรียกว่า ‘ดาบวิญญาณอาฆาต ฉบับปรับปรุงพิเศษ’ ครับ" เซริอัสยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ความทนทานอาจจะสู้ดาบเหล็กกล้าแท้ๆ ไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึง ‘เอฟเฟกต์ทางจิตวิทยา’ และ ‘ดาเมจธาตุความมืด’ ที่ติดมากับตัวดาบตอนฟันล่ะก็... มันเทียบเท่ากับอาวุธระดับหายาก (Rare) ในร้านค้าทั่วไปเลยทีเดียว แถมต้นทุนของเราคือ ‘ศูนย์’ ครับ ลิลลี่!"
อัศวินสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง นางมองหน้าเด็กหนุ่มสลับกับดาบในมือ ความรู้สึกทึ่งระคนระแวงตีรวนอยู่ในอก ตั้งแต่รู้จักกับเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้ นางได้เรียนรู้ว่าคำว่า ‘สามัญสำนึก’ ใช้ไม่ได้ผลกับมนุษย์ที่ชื่อเซริอัสเลยแม้แต่น้อย
"แล้ว... เจ้าจะเอาไปขายให้ใคร? นักผจญภัยมือใหม่เหรอ? พวกเขาไม่มีทางซื้อของแปลกประหลาดแบบนี้หรอก มันดูเหมือนของต้องคำสาปมากกว่าอาวุธป้องกันตัวเสียอีก"
"ผิดแล้วครับ ลิลลี่ นักผจญภัยระดับสูงต่างหากคือเป้าหมายของเรา" เซริอัสหยิบป้ายไม้เก่าๆ ขึ้นมาเตรียมเขียนราคา "ลองคิดดูสิครับ นักผจญภัยที่เก่งกาจมักจะเบื่อหน่ายกับอาวุธซ้ำซากจำเจ พวกเขาต้องการอะไรที่มัน ‘มีเอกลักษณ์’ และ ‘สร้างความตกใจให้ศัตรู’ ในสนามรบ และที่สำคัญที่สุด..."
เซริอัสเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างมีชั้นเชิง
"...พวกเขามีเงินเหลือเฟือ และชอบลองของแปลกครับ!"
รอยยิ้มของเซริอัสเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในขณะที่ลิลลี่ทำได้เพียงถอนหายใจยาวเหยียดอีกครั้ง แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยปากคัดค้านอะไรอีก ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้นางรู้ว่า ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มคนนี้ทำท่าทางเจ้าเล่ห์แบบนี้ มักจะมีเรื่องสนุก (หรือหายนะ) เกิดขึ้นเสมอ และไม่ว่าทางไหน นางก็หนีไม่พ้นต้องเป็นคนคอยชักดาบช่วยเก็บกวาดให้อยู่ดี
"ตามใจเจ้าเถอะ... แต่อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ถ้ามีคนมาพังร้านเพราะคิดว่าเราเอาของปลอมมาหลอกขาย ข้าจะไม่ช่วยเจรจาให้เด็ดขาด" ลิลลี่พูดเสียงเรียบ แต่ก็ยอมหยิบผ้ามาช่วยเช็ดทำความสะอาดเครื่องป้องกันชิ้นอื่นๆ ที่วางอยู่ข้างกันอย่างจำยอม
เซริอัสหัวเราะร่วน บรรยากาศในเต็นท์พักแรมเล็กๆ กลับมามีชีวิตชีวาและอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นของยามบ่ายในเขตชายแดน ทั้งสองช่วยกันจัดวางสินค้า ‘มือสอง’ ที่ผ่านการแปลงโฉมด้วยเวทมนตร์เนโครแมนเซอร์จนแทบดูไม่อว่ามันเคยเป็นขยะในดันเจี้ยน ป้ายร้านถูกแขวนขึ้นอย่างเป็นทางการ: *[ร้านสารพัดประโยชน์เซริอัส: ของดีราคาถูก ยิ่ง เก่า ยิ่ง ขลัง!]*
เวลาผ่านไปชั่วครู่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดลงที่หน้าเต็นท์
เงาสูงใหญ่ทอดทับลงมาบังแสงแดดที่ส่องเข้ามาด้านใน กลิ่นอายของนักรบผู้ผ่านสมรภูมิรบโชกโชนลอยอบอวลเข้ามาเตะจมูก ลิลลี่ชะงักมือที่กำลังเช็ดโล่ไม้ทันที นางหันไปสบตากับเซริอัสโดยอัตโนมัติ มือเรียวเผลอเลื่อนไปกุมด้ามจับดาบข้างเอวตามสัญชาตญาณนักรบ
ม่านผ้าหน้าเต็นท์ถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะหนังชั้นดี ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาดุดันกราดมองรอบเต็นท์ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ดาบกระดูกที่เซริอัสเพิ่งปรับแต่งเสร็จ
"เฮ้... ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีพ่อค้าสติไม่ดีเอาของแปลกๆ จากดันเจี้ยนมาขายแถวนี้..." ชายร่างใหญ่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กดดันบรรยากาศในเต็นท์ให้ตึงเครียดขึ้นมาทันที "คือเจ้านี่สินะ?"
เซริอัสไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มเป็นมิตรไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ผายมือเชื้อเชิญราวกับต้อนรับแขกคนสำคัญ
"ยินดีต้อนรับครับท่านนักรบ เชิญพิจารณาสินค้าก่อนได้เลยครับ รับรองว่าท่านจะไม่เคยเห็นอาวุธแบบนี้ที่ไหนมาก่อนในอาณาจักรนี้แน่นอน..."
เซริอัสหยิบดาบกระดูกขึ้นมาส่งให้ด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ชายร่างใหญ่รับมันไปพลิกดูด้วยสายตาสงสัย แต่ทันทีที่นิ้วมือสัมผัสโดนด้ามจับกระดูก เสียงคำรามต่ำๆ ของวิญญาณอาฆาตก็ดังขึ้นเบาๆ ในอากาศรอบตัว ดวงตาของนักรบหนุ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
"นี่มัน... พลังงานนี่มันอะไรกัน..."
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังลุ้นระทึก ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของเซริอัสอย่างกะทันหัน—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่มันเป็นเสียงเตือนสีแดงฉานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ
*ติ๊ง! [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ ‘ผู้ซื้อระดับสูง’ จากแดนเหนือ... และตรวจพบ ‘คลื่นพลังงานปริศนา’ กำลังพุ่งตรงมายังพิกัดร้านค้าของคุณด้วยความเร็วสูง!]*
*ติ๊ง! [คำเตือน: สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสินค้าชิ้นที่สาม... กำลังจะตื่นจากการหลับไหล!]*
เซริอัสหุบยิ้มฉับพลัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นที่ขมับขวาเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดินที่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 12
แผนการยึดตลาดสินค้ามือสอง
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!