อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 11

สกิลลับ: อัญเชิญอาวุธจากขยะ

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
เศษซากเหล็กกล้าขึ้นสนิมและชิ้นส่วนโกเล็มแตกหักกองสุมสูงท่วมหัว จนห้องโถงใต้ดินของดันเจี้ยนชั้นที่สามแทบจะกลายเป็นลานทิ้งขยะอุตสาหกรรมขนาดย่อม กลิ่นอับชื้นของหินผาผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กตลบอบอวล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอัศวินสาวผู้เคร่งขรึมในยามนี้ "เซริอัส... ข้าเตือนท่านเป็นรอบที่สามแล้วนะ ว่ากองขยะพวกนี้ไม่สามารถนำมาทำเป็นแนวป้องกัน หรือแม้แต่เอาไปแลกเป็นเหรียญทองแดงกับกิลด์นักผจญภัยได้" ลิลลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือเรียวในถุงมือเหล็กยกขึ้นกุมขมับ ดวงตาคู่สวยมองเด็กหนุ่มผมยุ่งที่กำลังนั่งยองๆ คลุกคลินอยู่กับกองเศษเหล็กไร้ค่าราวกับเด็กน้อยเจอสมบัติล้ำค่า เซริอัสหันกลับมาพร้อมรอยเปื้อนคราบเขม่าสีดำที่แก้มซ้าย เขายิ้มกว้างจนตาหยี—รอยยิ้มแบบที่ลิลลี่เริ่มเรียนรู้แล้วว่ามันมักจะตามมาด้วยแผนการปวดหัวเสมอ "คุณลิลลี่ครับ อย่าเพิ่งดูถูกเศษเหล็กพวกนี้สครับ... ในสายตาของคนทั่วไป มันคือขยะ แต่ในสายตาของเนโครแมนเซอร์ผู้มองการณ์ไกลอย่างผม นี่คือวัตถุดิบชั้นยอดในการปฏิวัติวงการประดิษฐ์เชียวนะครับ" เซริอัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าเวทมนตร์หยิบดาบหักที่ใบมีดบิ่นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมขึ้นมาพิจารณา ความจริงแล้ว หน้าที่หลักของเนโครแมนเซอร์ตามตำราโบราณคือการชุบชีวิตซากศพ โครงกระดูก หรือสร้างกองทัพอันเดดเพื่อทำลายล้าง แต่สำหรับเซริอัส ผู้ซึ่งครอบครองสกิลสายซากศพที่ดันเจี้ยนเคยปฏิเสธและขับไล่ เขากลับมองเห็น 'ความหมายอื่น' ในคำว่าซากศพ—เพราะไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนังของสิ่งมีชีวิต หรือโครงสร้างจักรกลของโกเล็มที่พังทลาย ในมุมมองของพลังงานมานาแล้ว พวกมันล้วนมี 'สภาพความตาย' ที่คล้ายคลึงกัน เด็กหนุ่มหลับตาลง ส่งกระแสจิตเชื่อมโยงกับมานาสีม่วงจางๆ ที่ปลายปลายนิ้ว นี่คือการทดลองที่เขาคิดค้นขึ้นมาจากการผสมผสานความรู้เรื่องระบบเวทมนตร์โบราณเข้ากับทฤษฎีกลศาสตร์ดันเจี้ยนที่เขาศึกษาอย่างลึกซึ้งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา *แคร้ง... ครืน...* เสียงโลหะเสียดสีกันดังขึ้นเบาๆ มานาสีครามเข้มไหลทะลักออกจากฝ่ามือของเซริอัส ราวกับหมึกพิมพ์ที่กำลังซึมซับลงไปในเนื้อกระดาษ เศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่กระจัดกระจายเริ่มสั่นระริก แรงดึงดูดแม่เหล็กปริศนาถูกสร้างขึ้นจากพลังเนโครแมนเซอร์ ดึงดูดเอาแกนกลางเวทมนตร์เสื่อมสภาพที่ติดอยู่กับเศษซากเหล็กเข้ามาหลอมรวมกัน ลิลลี่ที่ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำอยู่ถึงกับหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ บรรยากาศรอบตัวของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กหนุ่มท่าทางกวนประสาท กลายเป็นช่างตีเหล็กผู้ลึกลับที่กำลังทำพิธีกรรมโบราณ "นั่นมัน... มานาประเภทไหนกัน?" ลิลลี่พึมพำเบาๆ "ข้าไม่เคยเห็นเนโครแมนเซอร์คนไหนใช้พลังควบคุมโลหะแบบนี้มาก่อน" "มันไม่ใช่การควบคุมโลหะหรอกครับ คุณลิลลี่..." เซริอัสลืมตาขึ้น แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น "แต่มันคือการ 'คืนชีพโครงสร้าง' ต่างหากครับ!" สิ้นเสียงของเซริอัส แสงสีฟ้าอมม่วงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยน เศษเหล็ก โครงสร้างจักรกล และเฟืองนาฬิกาที่เคยแตกละเอียด ค่อยๆ ประกอบเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดทางเวทมนตร์ เสียงดัง *คลิก! กริ๊ก! แกร็ก!* ประสานกันเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาไขลานขนาดยักษ์กำลังทำงาน ไม่ถึงอึดใจ กองขยะตรงหน้าก็หายไป... แทนที่ด้วยสิ่งประดิษฐ์รูปร่างประหลาดขนาดเท่าสุนัขพันธุ์เล็ก ตัวมันสร้างขึ้นจากเศษดาบหักที่เรียงตัวกันเป็นเกราะหางปลา ส่วนหัวเป็นกะโหลกจักรกลที่มีดวงตาส่องแสงสีแดงเรืองรอง และที่สำคัญที่สุดคือ มันกำลังส่งเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอแบบเครื่องยนต์ที่เพิ่งสตาร์ทติด *แฮ่ก... แฮ่ก...* (เสียงระบบกลไกทำงาน) ลิลลี่ผงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวกระชับด้ามดาบที่ข้างเอวอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักรบของเธอบอกว่าเจ้าสิ่งประดิษฐ์ตัวจิ๋วนี้มีอันตรายซ่อนอยู่ แม้ขนาดมันจะเล็กจิ๋วก็ตาม "นั่นคือ... อะไร?" อัศวินสาวถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง "ขอแนะนำให้รู้จักครับ..." เซริอัสอุ้มเจ้าสิ่งประดิษฐ์ตัวนั้นขึ้นมาด้วยความทะนุถนอม ราวกับมันเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก "สุนัขป้อมP-01 หรือถ้าจะให้เรียกชื่อเท่ๆ ตามสไตล์นักประดิษฐ์ มันคือ 'หมาล่าเนื้อเหล็กไหล' ผลงานชิ้นเอกชิ้นแรกของผมเองครับ!" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดันเจี้ยนดังขึ้นในโสตประสาทของเซริอัส ข้อมูลตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างชัดเจน [ระบบตรวจพบการสร้างสรรค์สายพันธุ์ใหม่: โครงสร้างจักรกลอันเดด (Mechanical Undead Type-01)] [ผู้เล่นเซริอัส ทำลายขีดจำกัดของอาชีพ "เนโครแมนเซอร์" สำเร็จ!] [ปลดล็อกสกิลลับระดับแรร์: **"อัญเชิญอาวุธจากขยะ" (Scrap Armament Summoning)**] [ท่านสามารถเปลี่ยนสภาพซากสิ่งของ ไร้ค่า หรือเศษเหล็ก ให้กลายเป็นอาวุธ โกเลมจิ๋ว หรืออุปกรณ์สนับสนุนการต่อสู้ได้ตามจินตนาการ] เซริอัสอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความลิงโลด ความพยายามในการพลิกแพลงอาชีพขยะของเขาเริ่มออกดอกออกผลแล้ว ในโลกที่เต็มไปด้วยดันเจี้ยนอันตราย การมีแค่กองทัพโครงกระดูกธรรมmๆ อาจไม่เพียงพอ แต่ถ้าเขาสามารถสร้าง "กองทัพเครื่องจักรเวทมนตร์" จากเศษซากที่คนอื่นมองข้ามได้ล่ะก็... ความเป็นไปได้ในการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้จะพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอน "ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเราแล้วนะครับ คุณลิลลี่" เซริอัสหันไปยิ้มให้คู่หูสาวที่ยังคงยืนอึ้งกับผลงานตรงหน้า ลิลลี่มองหน้าเด็กหนุ่มสลับกับเจ้าหมาเหล็กไหลในมือเขา เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความยอมจำนน "เฮ้อ... ท่านนี่มันเป็นคนประเภทที่หาความธรรมดาไม่ได้จริงๆ สินะ เซริอัส" "คำชมนั้นผมรับไว้นะครับ" เซริอัสหัวเราะร่วน ก่อนจะหันกลับไปมองลึกเข้าไปในอุโมงค์มืดเบื้องหน้า ซึ่งเป็นเส้นทางสู่ชั้นที่สี่ของดันเจี้ยนที่ขึ้นชื่อว่ามีความโหดหินที่สุด "เอาล่ะครับ ในเมื่อเราได้อาวุธชิ้นใหม่มาทดสอบสนามจริงแล้ว ได้เวลาไปทักทายเจ้าถิ่นชั้นสี่กันหน่อยดีกว่า..." เด็กหนุ่มส่งสัญญาณมือให้เจ้าหมาล่าเนื้อเหล็กไหลวิ่งนำหน้า มันพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง เสียงกรงเล็บเหล็กขูดกับพื้นหินดัง *กริ๊กๆ* สะท้อนไปทั่วอุโมงค์ ทว่า... ในวินาทีที่เจ้าหมาเหล็กไหลก้าวล้ำเข้าเขตอาณาเขตของชั้นที่สี่ แสงไฟเรืองรองสีแดงตามผนังดันเจี้ยนก็พลันดับวูบลงพร้อมกัน ราวกับมีใครบางคนหรือ 'อะไรบางอย่าง' จงใจดับมันลงเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากความมืดเบื้องล่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้าใส่ร่างของเซริอัสและลิลลี่จนลมหายใจสะดุด อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวที่ริมฝีปาก ลิลลี่เบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดในทันที "เซริอัส... ถอยหลังกลับเดี๋ยวนี้! นั่นไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ทั่วไป...!" เซริอัสไม่ได้ขยับเขยื้อน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบดันเจี้ยนที่ปกติจะบอกข้อมูลมอนสเตอร์ กลับแสดงผลเป็นตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวๆ [คำเตือน: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติ—] [ข้อมูลถูกเข้ารหัส... ไม่สามารถแสดงผลได้] [คำเตือนสุดท้าย: จงวิ่งหนีทันที ก่อนที่เงาแห่งความตายจะ—] *พรึบ!* หน้าจอระบบดับวูบลงกลางคัน พร้อมกับเงาสلاขนาดยักษ์ที่มีดวงตาสสีทองคู่มหึมาคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%