อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 6

ดันเจี้ยนแรกที่ไม่เหมือนใคร

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
กลิ่นอับชื้นของหินปูนผสมกับกลิ่นสาบของมอนสเตอร์ระดับต่ำโชยเข้าจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูหินแกรนิตสีดำสนิท เบื้องหน้าของเราไม่ใช่ห้องโถงกว้างขวางอลังการอย่างที่ตำราเรียนเวทมนตร์เคยบรรยายไว้ แต่เป็นทางเดินแคบๆ ที่สลักลวดลายประหลาด คล้ายกับซี่โครงของอสุรกายโบราณขนาดยักษ์ที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พิภพ “ถ้าคุณยังเดินใจลอยแบบนี้อีกก้าวเดียว หัวของคุณคงได้ไปทักทายกับดักลูกตุ้มหินที่ห้อยอยู่ข้างบนนั่นแน่ๆ เซริอัส” เสียงกระซิบที่เจือด้วยความระอาเล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง ลิลลี่ขยับดาบในมือเบาๆ เสียงโลหะกระทบกับเกราะหนังส่งเสียงก้องกังวานในความเงียบ ดวงตาคมกริบของอัศวินสาวกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง ผิดกับผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกบางอย่างลงในสมุดปกหนังเก่าๆ ด้วยความตื่นเต้น “โธ่ ลิลลี่ครับ อย่าเพิ่งดุผมสิครับ มองในแง่ดีเข้าไว้ อย่างน้อยดันเจี้ยนระดับเริ่มต้น ‘ซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา’ แห่งนี้ ก็ไม่ได้ต้อนรับเราด้วยฝูงก็อบลินน่ารำคาญเหมือนที่ผ่านๆ มานะลึกซึ้งออกจะตาย” ผมแย้มยิ้มพร้อมกับชูสมุดในมือให้เธอดูกล่องข้อความโปร่งแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศ [ระบบดันเจี้ยนตรวจพบผู้เล่น: เซริอัส (คลาส: เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)] [เงื่อนไขพิเศษ: เนื่องจากพลังงานความตายในตัวท่านต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 98.7% ดันเจี้ยนจึงปรับเปลี่ยนกลไกการทดสอบเป็นโหมด "ปรับสภาพแวดล้อมเชิงสร้างสรรค์"] “คุณเรียไอ้กลไกที่กำลังทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวนี่ว่า ‘เชิงสร้างสรรค์’ งั้นเหรอครับ?” ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียด เธอปรายตามองผมด้วยความเหนื่อยหน่าย “จำได้ไหมว่าเราตกลงอะไรกันไว้ก่อนเข้าดันเจี้ยน? คุณบอกว่าคุณมี ‘กลยุทธ์ลับ’ ที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้โดยไม่ต้องเสียเหงื่อแม้แต่หยดเดียว แต่เท่าที่ฉันเห็นตอนนี้ มีแต่เหงื่อเย็นๆ บนหลังของฉันเองนี่แหละ” ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเก็บสมุดเข้ากระเป๋าคาดเอวแล้วหันไปเผชิญหน้ากับทางเดินเบื้องหน้า ซึ่งตอนนี้เริ่มมีไอน้ำสีม่วงอ่อนๆ ลอยเอื่อยขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับทุ่งหญ้าในยามเช้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา “ความลับของเนโครแมนเซอร์ไม่ได้มีดีแค่การปลุกซากศพขึ้นมาเป็นกองทัพหรอกนะครับ ลิลลี่” ผมพูดพลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ “ดันเจี้ยนทั่วไปถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบกำลังกายและความรวดเร็วในการหลบหลีกกับดัก แต่ดันเจี้ยนแห่งนี้... ตามบันทึกโบราณที่ผมอุตส่าห์ไปนั่งแปลในหอสมุดหลวงจนตาแฉะ มันถูกสร้างขึ้นโดยนักปราชญ์ผู้คลั่งไคล้ในความสมบูรณ์แบบ เขารังเกียจความสกปรก และเกลียดชังความรุนแรงที่สุด” “หมายความว่า...?” ลิลลี่ขมวดคิ้วแน่น เธอขยับเข้าไปใกล้ผมอีกก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อเงาดำกลุ่มหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายทางเดิน “หมายความว่า มอนสเตอร์ที่นี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่กระหายเลือดไงครับ” สิ้นเสียงของผม เงาดำเหล่านั้นก็พุ่งทะยานออกมาด้วยความเร็วสูง เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนก้อง มันคือ ‘สไลิม์ศิลา’ มอนสเตอร์ธาตุดินที่มีร่างกายแข็งแกร่งราวกับหินแกรนิต ปกติแล้วนักผจญภัยต้องใช้ค้อนเหล็กหนักๆ ทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าพวกมันจะแตกสลาย แต่สำหรับผมแล้ว... การใช้กำลังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด “ถอยไปนิดนึงนะครับ ลิลลี่ เดี๋ยวฝุ่นจะเข้าตา” ผมสะบัดข้อมือเบาๆ วงแหวนเวทสีครามปรากฏขึ้นที่พื้นเบื้องหน้า ไม่ใช่เวทมนตร์อัญเชิญโครงกระดูกนักรบที่น่ากลัวอย่างที่ลิลลี่คุ้นเคย แต่เป็นเวทมนตร์ระดับฝึกหัดที่แทบไม่มีใครใช้ในการต่อสู้—[สร้างสรรค์ธาตุ: ปูนปลาสเตอร์เหลว] พรึบ! ของเหลวสีขาวข้นถูกฉีดพ่นออกไปจากปลายนิ้วด้วยแรงดันเวทมนตร์ที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ มันพุ่งเข้าใส่สไลิม์ศิลาตัวแรกที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างจัง ก่อนที่ปูนปลาสเตอร์จะทำปฏิกิริยาทางเคมีอย่างรวดเร็วและแข็งตัวภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที! ตึ้ง! ตึ้ง! ตึ้ง! เสียงสไลิม์ศิลาสามตัวชนเข้ากับรูปปั้นปูนปลาสเตอร์รูปร่างประหลาดที่ผมเพิ่งรังสรรค์ขึ้นอย่างกะทันหัน พวกมันพยายามดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการ แต่ยิ่งดิ้น โครงสร้างปูนที่เซ็ตตัวอย่างสมบูรณ์แบบก็ยิ่งตรึงพวกมันให้ติดกับพื้นแน่นหนาขึ้นไปอีก ลิลลี่อ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็น เธอหันมามองผมสลับกับเจ้าพวกสไลิม์ที่ตอนนี้กลายเป็นประติมากรรมตกแต่งทางเดินไปเสียแล้ว “นี่คุณ... ใช้เวทมนตร์ก่อสร้างมาจัดการกับมอนสเตอร์เนี่ยนะ?” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสهับงงระคนทึ่ง “แถมยังทำออกมาได้... เอ่อ ทุเรศลูกตาเป็นบ้า รูปทรงอะไรของคณเนี่ย ทำไมมันถึงเหมือนเป็ดพิการล่ะ!” “โฮ่ พูดจารุนแรงจังเลยนะครับ ลิลลี่ นั่นคือ ‘ประติมากรรมเชิงสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ’ ต่างหากครับ” ผมแก้ต่างด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ “สังเกตดูสิครับว่าระบบของดันเจี้ยนกำลังประเมินผลยังไง” ทันทีที่ผมพูดจบ หน้าจอสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ไพเราะราวกับเสียงดนตรี [ยินดีด้วย! ผู้เล่นเซริอัสผ่านการทดสอบด่านที่ 1 ด้วยวิธี "การเจรจาด้วยศิลปะและการก่อสร้าง"] [คะแนนความคิดสร้างสรรค์: 99/100] [ได้รับฉายาพิเศษ: "สถาปัตยกรรมแห่งความตาย (ชั่วคราว)"] [คำเตือนจากดันเจี้ยน: กรุณารักษาความสะอาดและอย่าสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างโบราณ มิฉะนั้นบทลงโทษจะเริ่มต้นขึ้น] ลิลลี่มองหน้าจอระบบนั้นสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของผม เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เหมือนกำลังพยายามสงบสติอารมณ์จากความปั่นป่วนในจิตใจ “คุณนี่มัน... เป็นคนประเภทที่หาตัวจับยากจริงๆ นะเซริอัส คนอื่นเขาเข้ามาดันเจี้ยนเพื่อฆ่าฟันและแย่งชิงสมบัติ แต่คุณกลับมาสร้างงานศิลปะและทาสีซะงั้น” “ก็เพราะผมเป็นเนโครแมนเซอร์สายประดิษฐ์ไงครับ ความตายไม่ใช่จุดจบเสียหน่อย แต่มมันคือจุดเริ่มต้นของการรีไซเคิลต่างหาก” ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะผายมือเชิญอัศวินสาวให้เดินนำหน้าต่อไป “เชิญครับท่านอัศวิน ด่านต่อไปดูเหมือนจะรอเราอยู่ด้วยบรรยากาศที่... อบอุ่นกว่าเดิมเสียอีกนะ” เราเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงห้องโถงกว้างขวางใจกลางดันเจี้ยน บรรยากาศเปลี่ยนจากความอับชื้นเป็นห้องสมุดโบราณขนาดมหึมา ชั้นหนังสือสูงเสียดฟ้าเรียงรายเป็นระเบียบ ทว่าตรงกลางห้องนั้น กลับมีร่างเงาสีดำทมิฬขนาดใหญ่โตมโหฬารกำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา รัศมีสีดำทะมึนแผ่ขยายออกมารอบตัวจนอากาศสั่นไหว “นั่นมัน... บอสประจำดันเจี้ยน ‘ผู้พิทักษ์หอสมุดที่ถูกลืม’ ระดับหายาก!” ลิลลี่ชักดาบออกจากฝักทันที กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวขึ้นพร้อมเข้าปะทะ ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดจริงจัง “เซริอัส ถอยไปข้างหลัง! เจ้าตัวนั้นพลังเวทมหาศาลเกินกว่าที่เราจะรับมือด้วยวิธีเล่นๆ แบบเมื่อกี้แน่!” ผมไม่ได้ขยับหนีตามที่เธอสั่ง แต่กลับหยิบสมุดบันทึกเล่มเดิมออกมา พร้อมกับพลิกไปหน้าสุดท้ายที่เพิ่งจดบันทึกเสร็จเมื่อครู่ ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่ซ่อนอยู่บนแท่นบูชา “ลิลลี่ครับ ลองมองที่มือขวาของมันสิครับ” ผมกระซิบเบาๆ อัศวินสาวชะงักไปเล็กน้อย เธอหันไปมองตามที่ผมบอก และพบว่าบอสยักษ์ตัวนั้นไม่ได้ถือดาบหรือค้อนศึกอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกำลังถือ ‘ปากกาขนนกโบราณ’ และกำลังพยายามเขียนอะไรบางอย่างลงบนแผ่นกระดาษที่ฉีกขาดด้วยความหงุดหงิด “มัน... กำลังทำอะไรอยู่?” ลิลลี่ถามด้วยความแปลกใจ “มันกำลังติดอยู่ในลูปของการทำวิทยานิพนธ์ที่ไม่ยอมเสร็จยังไงล่ะครับ” ผมยิ้มมุมปาก “และในฐานะที่ผมเคยผ่านนรกของการส่งรายงานอาจารย์มาแล้ว ผมรู้ดีที่สุดว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้ปีศาจตนนี้สงบลงได้... คืออะไร” ผมก้าวเดินออกไปจากแนวคุ้มกันอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของลิลลี่ที่พยายามจะคว้าแขนผมไว้แต่ไม่ทัน “เฮ้! นายจะทำอะไร บ้ารึเปล่า?!” ผมเดินตรงเข้าไปใกล้บอสยักษ์ที่หันขวับมามองด้วยดวงตาสีแดงฉาน อ้าปากคำรามเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนผนังห้องสั่นสะเทือน แต่ก่อนที่มันจะทันได้เหวี่ยงหมัดเข้าใส่ผม ผมก็ชูแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นเหนือหัว พร้อมกับตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “นี่คือโครงร่างบทวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ฉบับสมบูรณ์ ที่ผมรวบรวมมาจากร่องรอยอารยธรรมรอบตัวคุณ! ถ้าคุณยอมให้เราผ่านทางโดยดี ผมยินดีจะเป็นบรรณาธิการตรวจทานต้นฉบับให้คุณฟรีๆ สามบทแรกครับ!” เงาทมิฬขนาดมหพาลชะงักกึกทันที ปากกาขนนกในมือของมันหยุดเขียน ร่างกายที่เคยสั่นเทด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นถี่ๆ จนหน้าจอแทบจะระเบิด [ผู้เล่นเซริอัสได้กระตุ้นเงื่อนไขลับ: "การตรวจวิทยานิพนธ์แห่งความมืด"] [ความสัมพันธ์กับบอส: เป็นกลาง -> เป็นมิตร (95%)] [บอส "ผู้พิทักษ์หอสมุด" กำลังพิจารณาข้อเสนอของท่าน...] ลิลลี่ที่ยืนถือดาบเตรียมสู้ค้างอยู่กลางอากาศ ถึงกับอ้าปากค้างเป็นครั้งที่สองในรอบวัน เธอมองผมสลับกับบอสยักษ์ที่ตอนนี้กำลังพยักหน้าหงกๆ ราวกับเด็กนักเรียนที่เจอติวเตอร์ใจดี และก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรเพิ่มเติม จู่ๆ หน้าจอระบบสีทองอร่ามก็ดับวูบลง พร้อมกับแทนที่ด้วยหน้าต่างสีเลือดขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมเสียงเตือนที่เย็นเยียบจนสันหลังวาบ [คำเตือนระดับวิกฤต! ตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกแทรกแซงระบบดันเจี้ยน] [บอสลับตัวจริง: "เจ้าแห่งซากศพโบราณ" กำลังตื่นจากการหลับใหล... และเป้าหมายแรกของมันคือผู้เล่นที่บังAญล่วงล้ำเข้ามา] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมผจญภัยไปกับความป่วนชวนลุ้นในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%