"ถ้าคุณยังเดินไปทางซ้ายอีกก้าวเดียว ผมรับรองว่าเราจะได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้รากเห็ดเรืองแสงพวกนั้นแน่ครับคุณลิลลี่"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องบน พร้อมกับน้ำหนักตัวที่กดทับลงมาบนบ่าของอัศวินสาวอย่างพอเหมาะพอเจาะ ลิลลี่กัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยและเคร่งขรึมอยู่เสมอบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความอดกลั้น ดวงตาคู่สวยเหลือกขึ้นมองร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนหลังของเธอราวกับกำลังขี่ม้าชมทิวทัศน์ในวันหยุดสุดสัปดาห์
"เซริอัส... ถ้าเราออกจากดันเจี้ยนนี้ไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะเอาดาบเล่มนี้ฟันก้นนายให้ขาดเป็นสองท่อนโทษฐานที่บังอาจใช้ฉันเป็นพาหนะ" ลิลลี่เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น มือเรียวทั้งสองข้างยังคงต้องยันพื้นถ้ำที่ชื้นแฉะเอาไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นหินปูน
"ใจเย็นก่อนสครับท่านอัศวินผู้ทรงเกียรติ มองในแง่ดีเข้าไว้ อย่างน้อยเราก็ยังไม่ตาย และที่สำคัญ..." เซริอัสยิ้มกริ่ม มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเคาะกระโหลกศีรษะของโครงกระดูกรับใช้ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็น 'หมวกกันน็อกมีชีวิต' ส่ายไปมาเบาๆ เพื่อเช็กทิศทาง "เจ้าโครงกระดูกรุ่นบุกเบิกตัวนี้บอกว่า ข้างหน้ามีกระแสมานาไหลวนแปลกๆ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีว่าเรากำลังเข้าใกล้ห้องโถงชั้นในแล้วครับ"
นี่คือภาพอันน่าอนาถแต่เปี่ยมไปด้วยไหวพริบของปาร์ตี้เฉพาะกิจในดันเจี้ยนระดับกลาง 'ซากปรักหักพังแห่งกษัตริย์ลืมเลือน'
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากที่ทั้งสองรอดพ้นมาจากฝูงแมลงปีกแข็งกินเนื้อ พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเขตอาคมล่องหนที่ปูพรมอยู่เต็มทางเดิน หากใช้เท้าเปล่าหรือรองเท้าธรรมดาเหยียบลงไป โครงสร้างเวทมนตร์จะถูกกระตุ้นและส่งแรงระเบิดย้อนกลับมาทันที เซริอัสในฐานะเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดจึงปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิด (ที่ลิลลี่อยากจะเอาหัวโขกกำแพง) ด้วยการอัญเชิญซากโครงกระดูกขึ้นมา แล้วให้ลิลลี่ที่มีพละกำลังมหาศาลแบกเขาไว้ เพื่อที่เขาจะได้ใช้สายตาของเนโครแมนเซอร์สำรวจเส้นทางจากมุมสูง ขณะที่ให้โครงกระดูกเดินนำหน้าล่วงหน้าไปสองก้าวเพื่อรับแรงกระแทกจากกับดักแทน
มันอาจจะไม่ใช่ยุทธวิธีที่สง่างามที่สุดในประวัติศาสตร์แฟนตาซี แต่มันได้ผลอย่างน่าประหลาด
"ซ้ายอีกสามองศาครับ... โอเค ดีมาก หยุดตรงนั้นก่อน" เซริอัสออกคำสั่งเสียงนุ่ม ราวกับผู้กำกับการแสดงมืออาชีพ ลิลลี่พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะยอมขยับเท้าซ้ายไปตามทิศทางที่เด็กหนุ่มบอกอย่างจำยอม
กรอบข้อความสีฟ้าใสปรากฏขึ้นตรงหน้าของเซริอัส เป็นระบบแจ้งเตือนที่คุ้นเคย
[ ตรวจพบกับดักเวทมนตร์ระดับกลาง: 'กับดักโซ่พฤกษาทมิฬ' ]
[ คำแนะนำจากระบบ: หากทำลายวงจรมานาที่จุดศูนย์กลาง (รอยแตกรูปดวงจันทร์บนผนังด้านขวา) จะสามารถเปลี่ยนกับดักนี้ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานสำรองได้ ]
ดวงตาของเซริอัสเป็นประกายขึ้นมาทันที ในฐานะเนโครแมนเซอร์ที่ชื่นชอบการรีไซเคิลสิ่งของเหลือใช้ การปล่อยให้พลังงานเวทมนตร์มหาศาลระเบิดทิ้งไปเปล่าๆ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เขายื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้า นิ้วเรียวยาวร่ายเวทมนตร์ควบคุมวิญญาณระดับต่ำ
เส้นTالสีม่วงจางๆ พุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา เลื้อยไปตามผนังหินราวกับงูพิษตัวจิ๋ว มันแทรกซึมเข้าไปในรอยแตกรูปดวงจันทร์ตามที่ระบบแนะนำ เสียงฮัมต่ำๆ ของมานาที่ถูกดูดซับดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่แสงสีเขียวเข้มของกับดักจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใส และม้วนตัวกลับเข้ามาอยู่ในกำมือของเซริอัสในรูปของ 'ผลึกมานาบริสุทธิ์' ขนาดเท่ากำปั้น
"ยอดเยี่ยม... ได้วัตถุดิบฟรีมาอีกหนึ่งชิ้นแล้วครับ" เซริอัสพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
"นายยังมีอารมณ์มาเก็บขยะเวทมนตร์อีกเหรอ เซริอัส?" ลิลลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า พลางเหลือบตามองเด็กหนุ่มที่เกาะอยู่บนหลัง "ตั้งแต่เราเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ ฉันยังไม่เห็นนายใช้เวทมนตร์ต่อสู้เท่ๆ แบบที่เนโครแมนเซอร์ในตำนานเขาทำกันเลยสักครั้ง มีแต่เก็บกระดูก ปะติดปะต่อซากศพ แล้วก็มานั่งเก็บกวาดกับดักแบบนี้... นายแน่ใจนะว่านี่คือการผจญภัย ไม่ใช่การมาทำความสะอาดใหญ่ประจำปี?"
เซริอัสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขามีความนุ่มนวลและชวนฟังราวกับเสียงกระซิบของสายลมในฤดูใบไม้ผลิ เขาย้ายตัวเองลงจากหลังของอัศวินสาวอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้ลิลลี่ได้ยืนยืดเส้นยืดสายได้อย่างอิสระเสียที
"คุณลิลลี่ครับ โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการระเบิดตูมตามหรือดาบเล่มโตอย่างเดียวหรอกนะครับ" เซริอัสหันมาสบตากับอัศวินสาว ดวงตาสีรัตติกาลของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจังที่หาดูได้ยาก "เวทมนตร์แห่งความตายที่คนอื่นรังเกียจ มันก็เหมือนกับเครื่องจักรกลที่รอการซ่อมแซม หากเรารู้จักใช้ประโยชน์จากเศษซากที่คนอื่นทิ้งขว้าง... ขยะพวกนั้นก็สามารถกลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดได้เช่นกันครับ"
ลิลลี่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เปลวเพลิงแห่งความหงุดหงิดในใจดูเหมือนจะมอดลงไปชั่วขณะเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความมั่นใจที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ท่าทีทีเล่นทีจริง ทำให้เธอเผลอรู้สึกยอมรับในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน
ไอเย็นยะเยือกพัดกรรโชกผ่านอุโมงค์หินมืดทึบ จนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาว โครงกระดูกที่ทำหน้าที่เป็นหมวกกันน็อกเมื่อครู่จู่ๆ ก็สั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนที่ข้อต่อกระดูกทั้งหมดจะแยกออกจากกันและร่วงลงไปกองกับพื้น ราวกับว่าพวกมันเพิ่งสูญเสียการควบคุมไปอย่างกะทันหัน
"ระวังตัวด้วยครับ!"
เซริอัสขยับตัวอย่างรวดเร็ว คว้าแขนของลิลลี่แล้วดึงหลบเข้ามาแนบชิดกับผนังถ้ำทันที สายตาของเขาเพ่งตรงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของทางเดิน และเป็นทางเข้าสู่ห้องโถงกว้างใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีดำทมิฬ
ที่ตรงนั้น... มีเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังขยับตัว
เสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจดังขึ้น พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้องมองตรงมาที่พวกเขาด้วยจิตสังหารอันรุนแรงที่กดดันจนแทบ
[ คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้พิทักษ์แห่งพันธสัญญาโบราณ' กำลังตื่นจากการหลับใหล ]
[ เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ตัวตนของท่านตรงกับ 'ผู้สืบทอดที่หายสาบสูญ' ของดันเจี้ยนนี้ ]
[ ระบบกำลังซิงโครไนซ์ข้อมูล... 10%... 45%... 90%... ]
เซริอัสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เมื่อเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเขา ราวกับมันกำลังกระซิบมาจากก้นบึ้งของความทรงจำที่ลืมเลือน
*"ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาสักทีนะ ลูกชายของข้า..."*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 นะครับ ผมหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับของชาติพันธุ์และอดีตของเซริอัสที่กำลังจะถูกเปิดเผย เพราะการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่การต่อสู้ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความจริงทั้งหมดครับ!
- เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด -
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 5
ร่วมมือกันแบบงงๆ
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!