"ถ้าคุณเดินเลี้ยวซ้ายอีกแค่ครั้งเดียว ผมสาบานได้เลยว่าเราจะได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงของจริง ไม่ใช่เพราะมอนสเตอร์ข้างหน้า แต่เป็นเพราะผมจะหยิบมีดสั้นเล่มนี้ปาดคอตัวเองตายหนีความน่ารำคาญนี่ต่างหากครับ"
น้ำเสียงของผมในยามนี้ไม่ได้ติดตลกเหมือนทุกที แต่มันคือความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานร่วมสองชั่วโมงเต็ม ภายในดันเจี้ยนชั้นที่สี่ของซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา อากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของหินโบราณและละอองเวทมนตร์สีฟ้าจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่ราวกับจะเยาะเย้ยความไร้ทางออกของเรา
ลิลลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ชุดเกราะเหล็กกล้าสีเงินยวงของเธอยังคงสะอาดสะอ้านผิดกับสภาพจิตใจ อัศวินสาวผู้เคร่งขรึมปักดาบลงกับพื้นหินเพื่อพยุงร่างที่เริ่มอ่อนล้าจากการเดินวนเป็นเขาวงกต เธอปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะปรายตามองหน้าจอระบบใสๆ ที่ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ตัวเลขเวลากำลังนับถอยหลังอย่างน่าใจหาย
*ติ๊ง!*
*[เงื่อนไขพิเศษ: แผนผังห้องโถงจะสลับตำแหน่งทุกๆ 5 นาที... (เหลือเวลาอีก 43 วินาที)]*
"ไม่ใช่ความผิดฉัน เซริอัส" ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตากลับฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน "นายเป็นคนบอกเองว่าสัญชาตญาณของเนโครแมนเซอร์สัมผัสกลิ่นอายความตายจากทิศตะวันออกได้ไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมเราถึงเดินวนกลับมาเจอศพโครงกระดูกตัวเดิมที่นายเพิ่งใช้สกิล [เก็บกวาดซาก] ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วล่ะ"
"ก็เพราะไอ้ระบบบ้านี่มันเล่นตลกกับเรายังไงล่ะครับคุณลิลลี่!" ผมโวยวายเบาๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นหินอย่างหมดมาด "เนโครแมนเซอร์เก่งแค่ไหนก็เจอระบบสุ่มทางเดินแบบนี้เข้าไปก็ใบ้กินเหมือนกันนะครับ ดูนั่นสิ... ประตูทางออกที่ควรจะเป็นห้องบอส มันเพิ่งจะเลื่อนไปอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหยกๆ แล้วเมื่อกี้ตอนที่เข็มนาฬิกาขยับ มันก็ดีดเรากระเด็นกลับมาจุดเริ่มต้นอีกรอบ!"
นี่คือความวิบัติของดันเจี้ยนที่ต้องใช้ความอดทนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พลังรบที่ต้องมี แต่ต้องใช้ดวงและสมองในการคำนวณจังหวะการเคลื่อนที่ของสถาปัตยกรรมที่ถูกควบคุมด้วยกลไกโบราณ ทุกๆ ห้านาที ผนังหินแกรนิตจะขยับตัวส่งเสียงครูดคราดดังสนั่นราวกับฟันเฟืองของนาฬิกายักษ์ มิติภายในบิดเบี้ยวจนทิศเหนือกลายเป็นทิศใต้ได้ในพริบตาเดียว
และที่แย่ไปกว่านั้น... เหตุการณ์แปลกประหลาดก่อนหน้านี้ยังคงค้างคาอยู่ในสมองของผม
*[GM-Admin_Ares ได้เชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ของคุณแล้ว]*
ข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนเรตินาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ระบบเกมของโลกใบนี้มีผู้ดูแลระบบจริงๆ และการที่มันเจาะจงเข้ามาในพื้นที่ปิดตายแบบนี้ ย่อมหมายความว่าพวกเรากำลังตกเป็นหนูทดลองในห้องทดลองขนาดยักษ์ของใครบางคนอยู่
"ลุกขึ้นเถอะ เซริอัส" ลิลลี่ใช้ปลายดาบสะกิดขาผมเบาๆ "อีกสิบวินาทีผนังฝั่งซ้ายจะเริ่มขยับ ถ้าไม่อยากถูกบดอัดจนกลายเป็นปุ๋ยหมักให้ดันเจี้ยนนี้กิน ก็เตรียมตัวใช้สกิล [เงาบงการ] ของนายพาเราพุ่งไปที่ประตูบานนั้นซะ"
ผมเงยหน้ามองอัศวินสาวผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค แม้ปากจะบ่นแต่แววตาของเธอกลับมีความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด ถึงภายนอกเราจะดูเหมือนคู่หูคู่กัดที่เถียงกันตลอดทาง แต่ลึกๆ แล้ว ประสบการณ์เฉียดตายร่วมกันหลายครั้งได้หลอมรวมความเชื่อใจระหว่างเราไว้จนแยกไม่ออกจากกันเสียแล้ว
"ครับๆ รู้แล้วครับคุณผู้บัญชาการ" ผมพึมพำพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกางเกง ยื่นมือไปแตะที่ไหล่ของลิลลี่เพื่อส่งผ่านพลังงานมานาสีดำจางๆ "เตรียมตัวให้พร้อมนะ... รอบนี้เราจะใช้ทางลัดที่ผมเพิ่งคำนวณความน่าจะเป็นจากทิศทางลมเวทมนตร์"
"นายมั่นใจแค่ไหน?"
"ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์คือการวัดดวงล้วนๆ"
ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับปลงตกในโชคชะตา "ให้ตายเถอะ ฉันน่าจะไปรับจ้างเฝ้าประตูเมืองซะยังดีกว่ามาเดินเตาะแตะกับเนโครแมนเซอร์สติเฟื่องอย่างนาย"
*ครืนนน—!*
เสียงกลไกขนาดยักษ์คำรามก้องขึ้นอีกครั้ง ผนังหินรอบตัวเริ่มเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง พื้นดินสั่นสะเทือนจนฝุ่นตลบอบอวล ทัศนวิสัยตรงหน้ามืดมัวลงชั่วขณะเนื่องจากกลุ่มหมอกสีเทาที่พรั่งพรูออกมาจากรอยแยกของกำแพง
ในจังหวะที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งและสลับตำแหน่งกันอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมก็ร้องเตือนภัยดังลั่น! มันไม่ใช่เสียงเตือนจากมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันเป็นความกดดันระดับสูงที่กดทับลงมาบนกระดูกสันหลังจนชาหนึบ
กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าศพโครงกระดูกนับร้อยตัวรวมกันกำลังพวยพุ่งออกมาจากประตูทางออกที่อยู่ตรงหน้า... ไม่สิ มันไม่ใช่ประตูออกไปสู่ชั้นต่อไป แต่มันคือประตูที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงลับที่ถูกซ่อนไว้จากระบบหลัก
"เซริอัส ระวัง!" ลิลลี่ตะโกanลั่นพร้อมกับยกโล่ขึ้นตั้งรับแรงกระแทกจากทิศทางที่ไม่สามารถคาดเดาได้
ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลังม่านหมอกจางลง กลับไม่ใช่ฝูงมอนสเตอร์ระดับสูงอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นเงาร่างของใครบางคน—คนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ภายในดันเจี้ยนระดับฝึกหัดแห่งนี้
เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ดลึกจนมองไม่เห็นแววตา มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากและปลายนิ้วที่กำลังหมุนลูกแก้วสีแดงฉานเล่นอย่างสบายอารมณ์
*ติ๊ง!*
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกขอบเขตดันเจี้ยน]*
*[คำเตือน: บัญชีผู้ใช้งาน "Ares" ได้เข้าควบคุมพื้นที่เบ็ดเสร็จแล้ว... ขอให้ผู้เล่นทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบและเตรียมรับการประเมินรอบสุดท้าย]*
ชายปริศนาในชุดคลุมเงยหน้าขึ้น สบตากับผมผ่านความมืดมิดของผนังหินที่กำลังเคลื่อนตัวปิดตายรอบตัวเรา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบจริงนะ... เด็กน้อยผู้ใช้ซากศพ"
จบบทที่ 19
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนฝ่าฟันเขาวงกตไปพร้อมกับเซริอัสและลิลลี่นะครับ!
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 19
ดันเจี้ยนที่ต้องใช้ความอดทน
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!