อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 19

ดันเจี้ยนที่ต้องใช้ความอดทน

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ถ้าคุณเดินเลี้ยวซ้ายอีกแค่ครั้งเดียว ผมสาบานได้เลยว่าเราจะได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงของจริง ไม่ใช่เพราะมอนสเตอร์ข้างหน้า แต่เป็นเพราะผมจะหยิบมีดสั้นเล่มนี้ปาดคอตัวเองตายหนีความน่ารำคาญนี่ต่างหากครับ" น้ำเสียงของผมในยามนี้ไม่ได้ติดตลกเหมือนทุกที แต่มันคือความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานร่วมสองชั่วโมงเต็ม ภายในดันเจี้ยนชั้นที่สี่ของซากปรักหักพังแห่งกาลเวลา อากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของหินโบราณและละอองเวทมนตร์สีฟ้าจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่ราวกับจะเยาะเย้ยความไร้ทางออกของเรา ลิลลี่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ชุดเกราะเหล็กกล้าสีเงินยวงของเธอยังคงสะอาดสะอ้านผิดกับสภาพจิตใจ อัศวินสาวผู้เคร่งขรึมปักดาบลงกับพื้นหินเพื่อพยุงร่างที่เริ่มอ่อนล้าจากการเดินวนเป็นเขาวงกต เธอปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะปรายตามองหน้าจอระบบใสๆ ที่ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ตัวเลขเวลากำลังนับถอยหลังอย่างน่าใจหาย *ติ๊ง!* *[เงื่อนไขพิเศษ: แผนผังห้องโถงจะสลับตำแหน่งทุกๆ 5 นาที... (เหลือเวลาอีก 43 วินาที)]* "ไม่ใช่ความผิดฉัน เซริอัส" ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตากลับฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน "นายเป็นคนบอกเองว่าสัญชาตญาณของเนโครแมนเซอร์สัมผัสกลิ่นอายความตายจากทิศตะวันออกได้ไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมเราถึงเดินวนกลับมาเจอศพโครงกระดูกตัวเดิมที่นายเพิ่งใช้สกิล [เก็บกวาดซาก] ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วล่ะ" "ก็เพราะไอ้ระบบบ้านี่มันเล่นตลกกับเรายังไงล่ะครับคุณลิลลี่!" ผมโวยวายเบาๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นหินอย่างหมดมาด "เนโครแมนเซอร์เก่งแค่ไหนก็เจอระบบสุ่มทางเดินแบบนี้เข้าไปก็ใบ้กินเหมือนกันนะครับ ดูนั่นสิ... ประตูทางออกที่ควรจะเป็นห้องบอส มันเพิ่งจะเลื่อนไปอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือหยกๆ แล้วเมื่อกี้ตอนที่เข็มนาฬิกาขยับ มันก็ดีดเรากระเด็นกลับมาจุดเริ่มต้นอีกรอบ!" นี่คือความวิบัติของดันเจี้ยนที่ต้องใช้ความอดทนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พลังรบที่ต้องมี แต่ต้องใช้ดวงและสมองในการคำนวณจังหวะการเคลื่อนที่ของสถาปัตยกรรมที่ถูกควบคุมด้วยกลไกโบราณ ทุกๆ ห้านาที ผนังหินแกรนิตจะขยับตัวส่งเสียงครูดคราดดังสนั่นราวกับฟันเฟืองของนาฬิกายักษ์ มิติภายในบิดเบี้ยวจนทิศเหนือกลายเป็นทิศใต้ได้ในพริบตาเดียว และที่แย่ไปกว่านั้น... เหตุการณ์แปลกประหลาดก่อนหน้านี้ยังคงค้างคาอยู่ในสมองของผม *[GM-Admin_Ares ได้เชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ของคุณแล้ว]* ข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนเรตินาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ระบบเกมของโลกใบนี้มีผู้ดูแลระบบจริงๆ และการที่มันเจาะจงเข้ามาในพื้นที่ปิดตายแบบนี้ ย่อมหมายความว่าพวกเรากำลังตกเป็นหนูทดลองในห้องทดลองขนาดยักษ์ของใครบางคนอยู่ "ลุกขึ้นเถอะ เซริอัส" ลิลลี่ใช้ปลายดาบสะกิดขาผมเบาๆ "อีกสิบวินาทีผนังฝั่งซ้ายจะเริ่มขยับ ถ้าไม่อยากถูกบดอัดจนกลายเป็นปุ๋ยหมักให้ดันเจี้ยนนี้กิน ก็เตรียมตัวใช้สกิล [เงาบงการ] ของนายพาเราพุ่งไปที่ประตูบานนั้นซะ" ผมเงยหน้ามองอัศวินสาวผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค แม้ปากจะบ่นแต่แววตาของเธอกลับมีความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด ถึงภายนอกเราจะดูเหมือนคู่หูคู่กัดที่เถียงกันตลอดทาง แต่ลึกๆ แล้ว ประสบการณ์เฉียดตายร่วมกันหลายครั้งได้หลอมรวมความเชื่อใจระหว่างเราไว้จนแยกไม่ออกจากกันเสียแล้ว "ครับๆ รู้แล้วครับคุณผู้บัญชาการ" ผมพึมพำพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามกางเกง ยื่นมือไปแตะที่ไหล่ของลิลลี่เพื่อส่งผ่านพลังงานมานาสีดำจางๆ "เตรียมตัวให้พร้อมนะ... รอบนี้เราจะใช้ทางลัดที่ผมเพิ่งคำนวณความน่าจะเป็นจากทิศทางลมเวทมนตร์" "นายมั่นใจแค่ไหน?" "ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ อีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์คือการวัดดวงล้วนๆ" ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับปลงตกในโชคชะตา "ให้ตายเถอะ ฉันน่าจะไปรับจ้างเฝ้าประตูเมืองซะยังดีกว่ามาเดินเตาะแตะกับเนโครแมนเซอร์สติเฟื่องอย่างนาย" *ครืนนน—!* เสียงกลไกขนาดยักษ์คำรามก้องขึ้นอีกครั้ง ผนังหินรอบตัวเริ่มเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง พื้นดินสั่นสะเทือนจนฝุ่นตลบอบอวล ทัศนวิสัยตรงหน้ามืดมัวลงชั่วขณะเนื่องจากกลุ่มหมอกสีเทาที่พรั่งพรูออกมาจากรอยแยกของกำแพง ในจังหวะที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งและสลับตำแหน่งกันอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมก็ร้องเตือนภัยดังลั่น! มันไม่ใช่เสียงเตือนจากมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันเป็นความกดดันระดับสูงที่กดทับลงมาบนกระดูกสันหลังจนชาหนึบ กลิ่นอายความตายที่เข้มข้นยิ่งกว่าศพโครงกระดูกนับร้อยตัวรวมกันกำลังพวยพุ่งออกมาจากประตูทางออกที่อยู่ตรงหน้า... ไม่สิ มันไม่ใช่ประตูออกไปสู่ชั้นต่อไป แต่มันคือประตูที่เชื่อมต่อไปยังห้องโถงลับที่ถูกซ่อนไว้จากระบบหลัก "เซริอัส ระวัง!" ลิลลี่ตะโกanลั่นพร้อมกับยกโล่ขึ้นตั้งรับแรงกระแทกจากทิศทางที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทว่า สิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลังม่านหมอกจางลง กลับไม่ใช่ฝูงมอนสเตอร์ระดับสูงอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นเงาร่างของใครบางคน—คนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ภายในดันเจี้ยนระดับฝึกหัดแห่งนี้ เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ดลึกจนมองไม่เห็นแววตา มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากและปลายนิ้วที่กำลังหมุนลูกแก้วสีแดงฉานเล่นอย่างสบายอารมณ์ *ติ๊ง!* *[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกขอบเขตดันเจี้ยน]* *[คำเตือน: บัญชีผู้ใช้งาน "Ares" ได้เข้าควบคุมพื้นที่เบ็ดเสร็จแล้ว... ขอให้ผู้เล่นทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบและเตรียมรับการประเมินรอบสุดท้าย]* ชายปริศนาในชุดคลุมเงยหน้าขึ้น สบตากับผมผ่านความมืดมิดของผนังหินที่กำลังเคลื่อนตัวปิดตายรอบตัวเรา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา "ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบจริงนะ... เด็กน้อยผู้ใช้ซากศพ" จบบทที่ 19 --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนฝ่าฟันเขาวงกตไปพร้อมกับเซริอัสและลิลลี่นะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%