"พวกแกดูหน้าต่างสถานะของมันสิ บ้าไปแล้วชัดๆ!"
เสียงตะคอกแหบพร่าด้วยความเดือดดาลดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหินอับชื้นของดันเจี้ยนชั้นที่สาม แรงกระแทกจากการกระทืบเท้าลงบนพื้นหินแกรนิตส่งผลให้ฝุ่นละอองสีเทาฟุ้งกระจาย ไอความร้อนจากความหัวเสียพวยพุ่งออกจากร่างของชายหนุ่มร่างยักษ์ในชุดเกราะเหล็กกล้าประดับตราสัญลักษณ์รูปดาบไขว้กับปีกนกอินทรีย์—เครื่องหมายการค้าอันน่าเกรงขามของ 'กิลด์ศابعดารา' กิลด์ใหญ่อันดับต้นๆ ของอาณาจักร
เซริอัสไม่แม้แต่จะชายตามองชายฉกรรจ์ที่กำลังชี้หน้าด่าทอเขาอยู่ เด็กหนุ่มในชุดคลุมนักเวทสีดำสนิทที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่นดินและร่องรอยการใช้งานอย่างหนักหน่วง เพียงแต่ก้มลงปัดเข่าเสื้อของตนเองอย่างใจเย็น ดวงตาสนุกสนานคู่นั้นกวาดมองเศษซากโครงกระดูกของมอนสเตอร์ระดับสูงที่เพิ่งสลายตัวไปเมื่อครู่ รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเอกลักษณ์ความกวนประสาทเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ชนิดที่ต่อให้เอาค้อนเหล็กมาทุบก็คงไม่สามารถลบรอยยิ้มนั้นออกไปได้
"โกง... นี่แกใช้โปรแกรมโกงของพวกใต้ดินใช่มั้ยวะ เจ้าเด็กเวร!" สมาชิกกิลด์ศตวรรษดาราอีกคนก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาใกล้ ดาบยาวในมือถูกชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ส่งเสียงกรีดร้องบาดแก้วหูของเนื้อโลหะที่เสียดสีกัน "เนโครแมนเซอร์บ้าอะไร ใช้สกิลเรียกซากศพแล้วทำไมมอนสเตอร์ถึงติดสถานะ 'วิญญาณจำนน' พร้อมกันเป็นร้อยตัวแบบนั้น! แถมพวกมันยังช่วยกันขุดทางลับใต้ดินเพื่ออ้อมมาตลบหลังพวกเราโดยที่ระบบตรวจจับเวทมนตร์ไม่เตือนสักนิด แบบนี้มันไม่ใช่การเล่นตามกติกาแล้ว!"
ลิลลี่ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ด้านหลังเซริอัสขยับตัวเล็กน้อย เสียงเกราะโลหะกระทบกันเบาๆ แต่ทรงพลังพอกดข่มบรรยากาศรอบตัวให้เย็นเยียบลง อัศวินสาวปรายตามองกลุ่มคนจากกิลด์ใหญ่ด้วยแววตาราчасดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก เธอไม่ได้ชักอาวุธออกมา แต่รัศมีกดดันระดับอัศวินชั้นสูงที่แผ่ออกมาจากร่าง กลับทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนถึงกับชะงักฝีเท้าและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ใช้สมองครับ ไม่ใช่โปรแกรม" เซริอัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวล ราวกับกำลังอธิบายโจทย์เลขให้เด็กอนุบาลฟัง "อีกอย่าง... ระบบของดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อ 'เจตจำนง' ของผู้เล่น ไม่ใช่แค่ค่าพลังดิบๆ ที่พวกคุณเอาแต่พึ่งพาหรอกนะครับ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความโกรธเกรี้ยวของคนจากกิลด์ศตวรรษดาราพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด การที่พวกเขาซึ่งเป็นหน่วยสำรวจระดับแนวหน้า ถูกเด็กหนุ่มโนเนมกับอัศวินหญิงตกอับล่อลวงให้ตกลงไปในหลุมพรางที่สร้างจากกระดูกและซากเศษขยะ จนเสียหน้าและเกือบเอาชีวิตไม่รอดในดันเจี้ยนนี้ เป็นสิ่งที่ศักดิ์ศรีของกิลด์ใหญ่ไม่มีวันยอมรับ
"ปากดีนักนะไอ้เด็กเวร! คิดว่ามีอัศวินตกอับคุ้มครองแล้วจะกร่างยังไงก็ได้งั้นเหรอ!" หัวหน้าหน่วยของกิลด์ศตวรรษดาราคำรามลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ "วันนี้ถ้าไม่สั่งสอนให้แกสำนึกว่าการหาเรื่องกิลด์ใหญ่มีจุดจบยังไง พวกข้าคงเอาหน้ากลับไปสมาคมไม่ได้แน่!"
สิ้นเสียงคำราม พลังเวทสีแดงฉานก็ระเบิดออกจากร่างของทั้งสามคน ออร่าแห่งความรุนแรงแผ่ขยายออกไปจนผนังหินรอบด้านสั่นสะเทือน เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานดันเจี้ยน นี่คือทักษะขั้นสูงของนักรบแนวหน้า 'คลื่นกระแทกโลหิต' ที่เตรียมพร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกเป็นMince meatภายในพริบตาเดียว
เซริอัสยังคงยืนนิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าของเขาแม้แต่น้อย มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะไหล่ของลิลลี่เบาๆ เป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาที่รู้กันระหว่างสหายร่วมรบ
"ฝากจัดการความเรียบร้อยด้วยนะครับ คุณลิลลี่... ผมไม่อยากให้เสื้อผ้าชุดใหม่ต้องเปื้อนฝุ่นไปมากกว่านี้" เซริอัสกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก
ลิลลี่ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความยليกยอของชายหนุ่มข้างกาย แต่ริมฝีปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความดุดันที่หาดูได้ยาก
"รอบนี้ฉันขอคิดค่าจ้างเพิ่มนะ เซริอัส"
อัศวินสาวก้าวเท้าออกไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียว ทว่าแรงลมจากการก้าวลูกนั้นกลับพัดพาฝุ่นละอองทั้งหมดให้หมุนวนรอบกายเธอดั่งพายุหม่อม ดาบใหญ่ในมือถูกชักออกมารวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม ประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปราบไปตามคมดาบ สะท้อนกับดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ทว่า... ในวินาทีที่การปะทะกำลังจะระเบิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบนั้นเอง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเซริอัส แต่ทว่า... โทนเสียงในครั้งนี้กลับไม่ใช่สีฟ้าหรือสีเขียวแบบที่ผ่านมา มันเป็นเสียงกังวานต่ำทุ้มราวกับระฆังโบราณจากขุมนรก และตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศก็ไม่ได้เป็นสีแดงฉานธรรมดา แต่เป็น 'สีดำสนิท' ที่กลืนกินแสงสว่างรอบข้างจนมืดมิด
[คำเตือนจากระบบระดับสูงสุด: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก]
[เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: มีผู้เล่นระดับ 'ผู้บริหารกิลด์' กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ดันเจี้ยนนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต]
[เป้าหมาย: ตัวตนปริศนา "ผู้เฒ่าเงาพเนจร" กำลังเคลื่อนตัวเข้าประชิดท่านในระยะ 50 เมตร]
เซริอัสชะงักฝีเท้าที่กำลังจะถอยหลัง รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ตัวด้วยความระแวดระวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากอากาศธาตุรอบตัวในตอนนี้ หนักหน่วงเสียจนแม้แต่ลิลลี่ที่กำลังจะเหวี่ยงดาบเข้าใส่สมาชิกกิลด์ศตวรรษดารายังต้องชะงักค้างกลางอากาศ
สมาชิกกิลด์ศตวรรษดาราที่กำลังจะพุ่งเข้ามาจู่โจม ต่างพากันหยุดชะงักและทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นโดยพร้อมเพรียงกัน ใบหน้าของพวกเขาซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับคนไข้ใกล้ตาย แรงกดดันระดับที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้อนแบบนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะสามารถแผ่ออกมาได้
เงาดำทมิฬที่ทอดยาวมาจากมุมมืดของอุโมงค์ดันเจี้ยนค่อยๆ บิดเบี้ยวและขยายตัวขึ้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับเสียงค้อนทั่งตีเหล็กดังขึ้นเป็นจังหวะ *กึก... กึก... กึก...* ทุกครั้งที่ฝีเท้าก้าวเข้ามา พื้นหินใต้ร่างของทุกคนถึงกับปริร้าวออกเป็นทางยาว
"ไม่นึกเลยว่า..." เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของเหวลึกดังขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด "เด็กเหลือขอที่ใช้เศษซากขยะมาสร้างปาฏิหาริย์... จะทำให้หมาป่าชั้นปลายแถวพวกนี้วิ่งพล่านได้ขนาดนี้"
ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายดวงดาวสีทองอร่ามก้าวพ้นความมืดออกมา ใบหน้าส่วนใหญ่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ดกว้าง มีเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากเปิดเผยให้เห็นเด่นชัด ทันทีที่บุคคลปริศนาก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟ หน้าต่างสถานะของทุกคนก็กระพริบเตือนรัวเร็วด้วยข้อความเดียวที่เขียนด้วยตัวอักษรสีเลือดขนาดมหึมา—
[บอสลับนอกบทบาท: อดีตประธานกิลด์อันดับหนึ่ง ปรากฏตัว]
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม?•ตอนที่ 9
ศัตรูคนแรกจากกิลด์ใหญ่
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาชีพซากศพของผมคือขยะ แต่ดันเจี้ยนดันบอกว่า "ขอกลับไปตายที่เดิมได้ไหม? นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!