เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาหูในห้องจัดเลี้ยงวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยลดทอนบรรยากาศอันคุกรุ่นและเต็มไปด้วยแรงกดดันระหว่างผู้มีอิทธิพลสองขั้วลงได้เลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่หลังร่างสูงใหญ่ของคิรากร มือเรียวทั้งสองข้างประสานกันไว้แน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด เธอรู้ตัวดีว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดในชีวิต เมื่อเบื้องหน้าของพวกเขาคือ อัครินทร์ ศัตรูทางธุรกิจคนสำคัญผู้มีแววตาดเจ้าเล่ห์และจ้องจะเล่นงานคิรากรทุกวิถีทาง
"ดูเหมือนว่าคุณคิรากรจะพก 'ของล้ำค่า' ติดตัวมาด้วยทุกที่สินะครับช่วงนี้ ถึงขนาดทนายความคนเก่งต้องมาคอยเดินตามต้อยๆ แบบนี้... ไม่ทราบว่าเปลี่ยนสถานะจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย เป็นอย่างอื่นไปแล้วหรือยังล่ะครับ" อัครินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน สายตาคมกริบกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความโลภระAนและจงใจล่วงเกิน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ทว่า...
หมับ!
ฝ่ามือหนาและทรงพลังของคิรากรคว้าเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น แรงบีบนั้นเต็มไปด้วยการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกกระชากเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความตกใจกับสัมผัสรุนแรงที่ไร้ซึ่งการบอกกล่าว
"ปากของคุณมันยาวเกินไปแล้วนะ อัครินทร์" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น แต่กลับแฝงไว้ด้วยกระแสอารมณ์อันตรายที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ของบางอย่าง... ต่อให้คุณอยากได้จนตัวสั่น แค่คิดจะมองด้วยสายตาต่ำทรามแบบนั้น ผมก็อาจจะควักลูกตาคุณออกมาประดับพื้นห้องนี้เสียก่อน"
บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีเงียบกริบลงทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก อัครินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าไหววูบไปชั่วขณะด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยังฝืนยิ้มเยาะ "ระวังหน่อยเถอะครับคุณคิรากร ของรักของหวงที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือคุณ... วันหนึ่งอาจจะแว้งกัดคุณจนจมกองเลือดก็ได้ ใครจะไปรู้"
"เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง..." คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งร่าง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและจงใจให้คนอื่นได้ยินเพียงบางส่วน "เพราะต่อให้เธอพยศแค่ไหน... ผมก็มีวิธีทำให้เธอสยบคาอกผมได้ทุกคืนอยู่แล้ว"
คำพูดกำกวมและเต็มไปด้วยความนัยทางเพศนั้น ทำให้ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยของรินรดาแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธจัด เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อและท้าทาย แต่ดวงตากลับสั่นระริกเมื่อพบว่าคิรากรกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนา มันไม่ใช่สายตาของการปกป้อง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ
เมื่อการเจรจาจบลงด้วยความตึงเครียด คิรากรไม่รอช้าที่จะลากตัวรินรดาออกมาจากงานเลี้ยงทันที มือหนาบีบข้อมือเธอแน่นตลอดทางเดินจนกระทั่งถึงห้องพักส่วนตัวภายในโรงแรมเดียวกัน ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ร่างของรินรดาก็ถูกผลักให้แนบชิดกับบานประตูไม้หนาอย่างแรง เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ดังแข่งกับความเงียบ
"คุณทำบ้าอะไรลงไป!" รินรดาตวาดเสียงสั่น พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ "คุณประกาศแบบนั้น... ต้องการจะหยามเกียรติฉันให้ถึงที่สุดเลยใช่ไหม คิรากร!"
คิรากรไม่ตอบคำถาม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเธอไม่มีทางหนี ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน แววตาดิบเถื่อนคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ
"หยามเกียรติเหรอ?" คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือน "ฉันแค่ประกาศความจริงให้ไอ้สารเลวนั่นรู้ว่าเธอเป็นของใคร... รินรดา เธอกล้าดียังไงไปยืนให้มันแทะโลมด้วยสายตาแบบนั้นในงาน"
"ฉันไม่ได้..."
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงบดขยี้ที่ดุดันและเร่าร้อนทำให้รินรดาลืมสิ้นทุกคำพูด รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเรียกร้องแผดเผาความตั้งใจแข็งกร้าวของเธอให้มอดไหม้ในพริบตา มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาสอดเข้าที่กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสอันวาบหวามนี้อย่างเต็มที่ ส่วนมืออีกข้างบีบเคล้นสะโพกมนเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอต้องเผลอครางอือในลำคอ
ความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับอันเร่าร้อน คิรากรบดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ อ้อมแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นจนร่างทั้งร่างแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเขา ลมหายใจขาดห้วง ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับเริ่มอ่อนระทวยและตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองของเขาอย่างน่าละอาย
เมื่อถอนริมฝีปากออกหยาดน้ำใสเยิ้มเชื่อมติดกัน ทั้งคู่ต่างหอบหายใจหนักหน่วง คิรากรซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของ มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนเว้าโค้งภายใต้ชุดสูททำงานอย่างอุกอาจ ปลุกเร้าไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นให้โหมกระหน่ำจนยากจะควบคุม รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสด้วยความลืมตัว เปลือกตาปิด ริมฝีปากเผยอครางเสียงกระเส่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาด้วยไฟเสน่หาที่เขาสาดซัดเข้ามาไม่ยั้ง
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคิรากรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันวาบหวาม
คิรากรหยุดชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด เขาก้มมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้า ปลายสายคือลูกน้องคนสนิทที่ส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง
รินรดาลืมตาขึ้น หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยพิษสวาท เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาสับสนระคนโล่งอก แต่ทว่า เมื่อคิรากรกดรับสายและฟังรายงานเพียงไม่กี่ประโยค รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันที แววตาที่มองเธอกลับเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัวกว่าเดิม
"เกิดอะไรขึ้น..." เธอเอ่ยถามเสียงสั่นด้วยความไม่แน่ใจ
คิรากรวางสายช้าๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนเป่ารดริมฝีปากเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้... มันไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น
"เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะรินรดา..." คิรากรกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกราะ "เพราะตอนนี้... ศัตรูตัวจริงของฉัน กำลังยืนรอต้อนรับเธออยู่ที่ห้องพักชั้นล่างแล้ว"
— จูบแรกยามสายัณห์
ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 8
เงาตามตัว
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!