เสียงล็อกกลอนประตูห้องนอนหรูหราดังขึ้นราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย รินรดาผุดลุกขึ้นจากปลายเตียงด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ดวงตาคู่สวยฉายแววระแวดระวังและดุดันราวกับลูกแมวป่าที่จนมุม ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวเข้ามาด้วยฝาดเท้ามั่นคง กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายผสมผสานกับความเย็นชาของค่ำคืนแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"คิดจะหนีไปไหน ทนายริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ด้วยกระแสอารมณ์คุกรุ่นที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงที่สั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธขึงแต่พยายามปกปิดไว้ภายใต้ใบหน้าเชิดรั้น
"ฉันไม่ได้หนี... แค่ไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับคนไร้เหตุผลและใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกคนอื่นต่างหากค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นโต้กลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคอทำให้เธอเลือกที่จะสู้ตา ไม่ยอมก้มหัวให้ความดิบเถื่อนที่แฝงมากับรอยยิ้มเยาะบนมุมปากของเขา
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนอันดิบเถื่อน เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว เรียวแขนแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกบอบบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างอันกำยำ
"ปล่อยนะ! คิรากร คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" เธอหวีดร้องพร้อมกับใช้สองมือดันลาดไหล่หนาไว้สุดแรงเกิด แต่แรงของเธอกลับเปรียบเสมือนสายลมที่พัดผ่านภูเขาผาชัน ร่างของชายหนุ่มไม่สะเทือนแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายเขายิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนระอุกลิ่นเมนทอลและแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "จำไว้ให้ขึ้นใจรินรดา... ในอาณาจักรของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ไม่มีสิทธิ์ต่อรอง และที่สำคัญที่สุด... เธอคือคนของฉัน"
สิ้นคำประกาศิตริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปราณี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศสงครามและการลงทัณฑ์อันเร่าร้อน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่คนอย่างคิรากรจะยอมจำนน มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปตรท้ายทอยนุ่ม บังคับองศาให้เธอต้องรับรสจูบอันดุดันที่รุกไล่อย่างเอาแต่ใจ
ความโกรธ ความอับอาย และความพ่ายแพ้ผสมปนเปกันอยู่ในอก รินรดาตัดสินใจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เธอตวัดเรียวลิ้นสวนกลับและขบเม้มลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
คิรากรผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาและโทสะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เขาไม่ได้โกรธเคืองรอยแผลเล็กๆ นั้น กลับกัน... รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
"พยศนักนะ... แบบนี้สถึงจะน่าสนุกหน่อย"
เขาอุตราร่างบางขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะเหวี่ยงเผลอร่างนั้นลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดคิงไซส์กลางห้อง ร่างสูงตามทาบทับลงมาทันทีราวกับเสือชีตาร์ที่ตะครุบเหยื่อ นํ้าหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้รินรดาขยับเขยื้อนแทบไม่ได้ สองมือถูกตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวของเขาอย่างมั่น
"ปล่อยฉันนะ ไอ้คนป่าเถื่อน!" เธอตะโกนด่าด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจเอาชนะความเหนือกว่าของเขาได้เลย
"อยากด่าก็เก็บแรงไว้ครางใต้ร่างฉันดีกว่า รินรดา" คิรากรกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น แววตาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกระหาย ปลายนิ้วแข็งแกร่งไล่ล่าไปตามโครงหน้าเรียว ลูบไล้ผ่านลำคอระหงก่อนจะหยุดลงที่กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตทำงาน
"อย่านะ..." เสียงหวานสั่นเครือ ความแข็งกร้าวเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนเมื่อสัมผัสวาบหวามจากปลายนิ้วของเขาเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ แรงดึงดูดอันเร่าร้อนที่เธอพยายามต้าน
กระดุมเม็ดแรกหลุดออกตามด้วยเม็ดที่สอง เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบถี่ คิรากรก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปราณี ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่ม มือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นลูบไล้สะโพกผายและเรียวขาเนียนภายใต้กระโปรงทรงสอบที่ถูกเลิกขึ้นสูงอย่างไร้ความเกรงใจ
รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลน ความรู้สึกต่อต้านที่มีทั้งหมดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรัญจวนที่ยากจะควบคุม ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณเมื่อริมฝีปากร้อนของเขาเคลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกโชนเป็นไฟ ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดภายใต้เงื้อมมือของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจ
ลมหายใจร้อนผ่าวประสานกันเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงันของรัตติกาล เกมรักที่เริ่มต้นด้วยการปะทะคารมและความเกลียดชัง บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิแห่งแรงเสน่หาที่ร้อนแรงจนแผดเผาทุกสิ่ง เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาท่ามกลางความมืดมิด เป็นหลักฐานชั้นดีว่าไม่มีใครในที่นี้สามารถต้านทานแรงดึงดูดอันดำมืดนี้ได้อีกต่อไป
ในขณะที่ห้วงอารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดจนแทบหลอมละลาย ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแนบจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เสียงเคาะประตูดังปังๆ รัวเร็วจากด้านนอกห้องก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ลูกน้องของอัครินทร์บุกเข้ามาที่คฤหาสน์ด้านล่าง!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนละล่ำละลักผ่านประตูเข้ามา ทำให้คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยเพลิงสวาทแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตาเดียว
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 9
สมรภูมิในห้องนอน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!