ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 7

กำแพงที่เริ่มพังทลาย

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
ความเงียบงันในห้องนอนกว้างถูกฉีกกระชากด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สายตาคมปลาบดุดันของคิรากรไม่ได้ละไปจากเงาร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนนิ่งอยู่หลังกระจกใสระเบียงห้องเลยแม้แต่น้อย ขณะที่รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระโจนไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ—อัครินทร์ ศัตรูคู่อาฆาตของชายหนุ่มกำลังยกย่องมุมปากขึ้นส่งยิ้มเยือกเย็น ท่ามกลางความมืดมิดของรัตติกาล "ไอ้สารเลว..." เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคิรากรดังขึ้น ร่างสูงใหญ่ผละออกจากเตียงกว้างอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ที่พร้อมตะครุบเหยื่อ แต่ก่อนที่เขาจะทันพุ่งตัวไปกระชากบานกระจกให้แตกละเอียด ร่างของอัครินทร์ก็หันหลังกลับและหายกลืนไปกับความมืดมิดของระเบียงชั้นบนอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้เพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง และความระอุเดือดดาลที่ปะทุขึ้นในแววตาสีรัตติกาลของเจ้าของอาณาจักร คิรากรหยุดนิ่งชั่วขณะ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายในถิ่นของตัวเอง ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่ม รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหวาดกลัวต่อสิ่งแปลกปลอมเมื่อครู่ผสมปนเปกับความหวาดผวาต่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทนายความสาวรู้ดีว่าเธอกำลังตกเป็นหมากในเกมสกปรกของผู้ชายสองคนนี้ แต่อำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวคิรากรในยามนี้กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความตาย "เขามาทำไม..." เสียงหวานเอ่ยถามอย่างสั่นเทา พยายามตั้งกำแพงป้องกันตัวเองขึ้นมาอีกครั้งแม้ว่าเรียวขาจะอ่อนแรงลงไปถนัดตา คิรากรไม่ตอบคำถามนั้น ขายาวก้าวเข้ามาประชิดเตียงนอนด้วยความเร็วที่ทำให้อับอายไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นยืนประชิดกายอย่างรวดเร็ว แรงปะทะนั้นทำให้ร่างบอบบางเซเข้าหาแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจอันร้อนระอุ "ปล่อยนะ... คุณคิรากร!" รินรดาพยายามใช้สองมือดันอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงของเธอกลับเบาหวิวราวกับปุยฝ้ายเมื่อเทียบกับมัดกล้ามเนื้อแข็งดั่งหินผา "เงียบซะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้น แววตาดุดันที่มองมาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ยังระอุ "เกมระหว่างฉันกับมัน... เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อ" ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ทำให้กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยียบเย็นจากค่ำคืนภายนอกหลอมรวมเป็นเสน่หาอันดิบเถื่อนที่แผ่ซ่านเข้าเกาะกุมหัวใจ รินรดาแหงนหน้าขึ้นเพื่อต่อต้าน แต่ดวงตาคู่สวยกลับต้องสะดุดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและแรงขับอันรุนแรง ซึ่งกำลังจ้องมองริมฝีปากอิ่มของเธอราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย คิรากรก้มหน้าลงช้าๆ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดข้างแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของแผ่ขยายออกมาราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น ฝ่ามืออีกข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นโอบประคองท้ายทอยเรียวระหงเอาไว้มั่น นิ้วมือแข็งแรงสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มสลวย บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสจากเขาโดยไม่มีทางหลบหนี "คุณมัน... บ้าอำนาจ..." เสียงต่อว่าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เมื่อริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายสะท้านเฮือกเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ความโกรธเกรี้ยวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกระบายลงมาในรสจูบอันดุดันและเร่าร้อนราวกับจะแผดเผาให้เธอมลายหายไป รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องทำให้สมองของทนายความสาวขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยยึดมั่นในความถูกต้องเริ่มสั่นคลอนและแตกกระเจิง มือเรียวที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว แรงต้านทานที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อความวابหวามเข้าครอบงำ คิรากรพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนยวบของร่างบางในอ้อมแขน เขายิ่งได้ใจ รุกไล่ริมฝีปากอิ่มด้วยความชำนาญและดุดัน ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่ ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความเร่าร้อน เรียวแขนแกร่งช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมถอนออกจากการจุมพิต รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอเมื่อแผ่นหลังนุ่มถูกวางลงบนเตียงกว้างอีกครั้ง แต่คราวนี้น้ำหนักตัวอันกำยำของมาเฟียหนุ่มได้ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทางหนี ราวกับราชสีห์ที่ตะครุบเหยื่อไว้ในอุ้งมืออย่างสมบูรณ์แบบ คิรากรผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศหายใจ ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อ และดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำว้ำไปด้วยหยาดน้ำใสจากอารมณ์วาบหวามที่เขาเป็นผู้แต่งแต้ม "มองฉันสิ รินรดา..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู ร้อนผ่าวจนทำให้ขนกายลุกชัน "บอกฉันซิว่า... เธอยังเกลียดสัมผัสของฉันอยู่ไหม" รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ เปลือกตาสั่นระริกปรือมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงคืบ ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อแรงปรารถนาตีรวนขึ้นมาในอกจนจุกแน่น เธออยากจะปฏิเสธ อยากจะเอ่ยปากด่าทอความเผด็จการของเขา แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงของชายหนุ่มไล้ไล้ผ่านริมฝีปากของเธอแผ่วเบาราวกับจะสะกดจิต "ฉัน... ไม่ได้..." เสียงหวานขาดห้วงเมื่อสัมผัสอันวาบหวามเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งบนลำคอระหง คิรากรไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนจัดซุกไซร้ซอกคอขาวผ่องอย่างเอาแต่ใจ ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนเนื้อนุ่ม ปลุกเร้าไฟเสน่หาให้โหมกระหน่ำขึ้นในห้องนอนที่มืดมิด ท่ามกลางความตึงเครียดภายนอกที่ยังไม่คลี่คลาย ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังลึกซึ้งถึงขีดสุดและกำแพงในใจของรินรดากำลังจะพังทลายลงราบคาบ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนขึ้นมาทันที! คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมดุหรี่ลงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัวและรีบเบือนหน้าหนีเพื่อดึงสติกลับคืนมา ชายหนุ่มเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับเชิญ... มันคือเบอร์โทรศัพท์ของ "อัครินทร์" ที่เพิ่งจะยืนมองพวกเขาจากระเบียงเมื่อครู่นี้เอง! จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%