เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของคิรากรดังแข่งกับเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ จากมุมห้อง มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความสุข หากแต่เป็นเสียงคำรามต่ำจากสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณซอกคอระหง
สัมผัสนั้นแผดเผาผิวเนื้อราวกับรอยเหล็กประทับตรา ร่างบางสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นแรงกระตุ้นจากสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างไม่มีทางเลี่ยง
"คิดว่าขัดขืนแล้วฉันจะถอยงั้นเหรอ รินรดา"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน มือหนาไม่ได้ปล่อยข้อมือเล็กที่เขาพันธนาการไว้ตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องทำงาน กลับยิ่งออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นจนขึ้นรอยแดงจาง ๆ บนผิวเนื้อขาวเนียน นิ้วเรียวแกร่งไล้ขึ้นตามเรียวแขน ลากผ่านลาดไหล่บอบบาง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ต้นคอระหง บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนเงยขึ้นสรับตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกระหาย
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยฉายแววพยศและดื้อรั้น แม้ว่าร่างกายจะสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของหยาดเลือดฝาดผสมผสานกับความตึงเครียดในอากาศยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นไปอีกขั้น
"คุณคิรากร... ปล่อยฉัน!" เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับตัวถอยหนี ทว่าแผ่นหลังกลับแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกใสที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ความสูงนับร้อยชั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดเสียวเท่ากับระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายอันตรายคนนี้ที่แทบไม่เหลือช่องว่าง
"ปล่อย? หลังคืนนี้ต่างหาก ที่เธอควรจะคิดเรื่องนี้ให้ดี"
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและไวน์แดงรสเลิศจากดินเนอร์มื้อหรูที่เพิ่งจบลง วนเวียนอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาวจนสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน อาหารเลิศรสบนโต๊ะยาวเมื่อครู่ถูกลืมเลือนไปสิ้น เมื่อเมนูตรงหน้ากลายเป็นความหิวกระหายที่ไม่อาจทานทน
ค่ำคืนนี้... เขาตั้งใจให้มันเป็นค่ำคืนแห่งการทลายกำแพงทั้งหมดที่เธอก่อขึ้น
เรียวปากหยักลึกทาบทับลงมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ สัมผัสนั้นทั้งดุดันและดลบันดาลให้หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนป่าเถื่อนที่เรียกร้องสิทธิ์การครอบครองอย่างไร้ความปรานี เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน ทว่ามือหนาที่ตรึงท้ายทอยเธอไว้มั่นกลับออกแรงกดน้ำหนักลงเล็กน้อย บีบกรามมนให้เธอต้องเผยริมฝีปากออกรับรสจูบที่ดึงดูดวิญญาณออกจากร่าง
เสียงครางประท้วงอู้อี้ในลำคอของหญิงสาวกลEนหายไปในลำคอของเขา ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง ภายใต้ชุดราตรีเนื้อดี สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวเนื้อทำให้ขนลุกชัน เปลวไฟแห่งความปรารถนาที่คุกรุ่นมาตลอดมื้ออาหารปะทุโหมกระหน่ำขึ้นจนแผดเผาเหตุผลทุกประการที่เธอเคยยึดถือ
คิรากรผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้อีกฝ่ายได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าดวงตาคมกริบกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำด้วยความตื่นตระหนกและอารมณ์ปรารถนาที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว
"เธอเก่งนักนะ รินรดา... เก่งที่ทำเป็นแข็งกร้าว เก่งที่กล้าท้าทายฉัน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ มือใหญ่อีกข้างเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางเข้ามาชิดแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน "แต่สุดท้าย... ร่างกายของเธonก็ทรยศเธออยู่ดี"
"คุณ... คุณมันบ้า..." รินรดาเปล่งเสียงพือพำออกมาได้อย่างยากลำบาก มือเล็กที่เคยทุบตีอกแกร่งเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกพ่ายแพ้และจำยอมตีตื้นขึ้นมาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอมองเห็นความมืดมิดและลุ่มลึกในแววตาของมาเฟียหนุ่ม ด้านที่ดิบเถื่อนและไร้การควบคุมนี้... เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อน และมันกำลังลากเธอให้ดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งเสน่หาที่ไม่อาจปีนปายกลับขึ้นมาได้
"ใช่... ฉันมันบ้า และเธอนี่แหละที่เป็นคนทำให้ฉันคลั่ง"
สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็อุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น รินรดาร้องอุออกมาด้วยความตกใจ รีบยกแขนขึ้นคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น แววตาตื่นตระหนกมองตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องพักส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของโรงแรมหรู ที่ซึ่งแสงไฟจากเมืองเบื้องล่างสาดส่องเข้ามาอาบไล้บรรยากาศให้ยิ่งเย้ายวนและอันตราย
เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอมในวินาทีแรก ก่อนจะตามทาบทับลงมาด้วยเรือนกายกำยำที่เต็มไปด้วยพละกำลังดุจเสือร้าย
รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอนอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมร่างเธอไว้ทั้งหมด มือใหญ่ข้างหนึ่งสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวย ปลายนิ้วเรียวขยุ้มเส้นผมของเธอเบาๆ บังคับให้เงยหน้ารับจูบอันเร่าร้อนที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้มันลึกซึ้ง หนักหน่วง และกวาดต้อนทุกความรู้สึกจนเธอแทบสิ้นสติ
ริมฝีปากหนาไล้ต่ำลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ สร้างรอยรักสีสว่างประทับไว้แสดงความเป็นเจ้าของ รินรดาสะท้านเฮือก เผลอแอ่นอกรับสัมผัสจากเขาอย่างลืมตัว เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอคอยรับลมหายใจ สติปัญญาและตรรกะทั้งหมดที่เธอเคยใช้ปกป้องตัวเองถูกหลอมละลายหายไปกับความปรารถนาที่โหมกระหน่ำ
"หยุด... อื้อ... คิรากร... ได้โปรด..." เสียงทักท้วงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ และมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มได้ใจ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก คิรากรตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเริ่มปลดกระดุมเสื้อชุดราตรีของเธอออกทีIละเม็ดอย่างใจเย็น ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากภายนอกที่ส่องกระทบผิวกายเนียนนุ่ม
ดวงตาสีเข้มมองสำรวจเรือนร่างงดงามที่สะท้อนอยู่ในสายตาด้วยความพึงพอใจ เปลวไฟในเตาผิงมุมห้องยังคงลุกโชน แต่ความร้อนแรงในห้องนี้กลับพุ่งสูงเกินกว่าจะควบคุมได้อีกต่อไป...
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและตื่นตะลึงกับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะกลืนกินตัวตนของเธอ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่จากระเบียงด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างกะทันหัน!
คิรากรชะงักกึก ร่างกายที่กำลังโน้มลงมาทาบทับหยุดนิ่งในทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปลาบดุดันในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หายใจหอบถี่ขณะมองตามสายตาคมของเขาไปยังระเบียงมืดมิด... ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล เงาร่างปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่หลังกระจกใส พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงเข้ามาในห้องนอน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 6
ดินเนอร์ท่ามกลางเปลวไฟ
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!