แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดังสนั่น แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้กระดาษข้างในกระจัดกระจายออกมาเล็กน้อย ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของรินรดาไม่ใช่ความไร้ระเบียบนั้น... หากแต่เป็นภาพถ่ายและเอกสารราชการประทับตราลับที่หลุดออกมาจากแฟ้ม ภาพของบิดาผู้ล่วงลับที่กำลังเซ็นชื่อลงในสัญญาเงินกู้สีเทา พร้อมกับตัวเลขหนี้สินก้อนโตที่พอกพูนจนเกินกว่าทนายความสาวผู้ซื่อตรงจะมีปัญญาชดใช้ได้ในชั่วชีวิต
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ยามนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสั่นสะท้านไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหนเย็นของเครื่องปรับอากาศในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา แต่เป็นเพราะความจริงอันโหดร้ายที่ถูกนำมาขยี้อยู่เบื้องหน้า
"คุณ... เอาเอกสารพวกนี้มาจากไหน" น้ำเสียงของรินรดาขาดห้วงไปเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามควบคุมมันให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
คิรากรร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่เลื้อยหายไปใต้สาบเสื้อ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที ชายหนุ่มเพียงแต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่เงียบเชียบและมั่นคง ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในอาณาเขตของมัน กลิ่นกายอุ่นๆ ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งกดดันให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"แหล่งข่าวของฉันไม่เคยทำงานพลาด รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความสุขุม เย็นเยียบ และทรงอำนาจ คิราการโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับเส้นผมที่รวบไว้เป็นมวยเรียบร้อยของเธอ "พ่อของเธอทิ้งมรดกชิ้นโตเอาไว้ให้... ไม่ใช่บ้านหลังงาม หรือเงินทองกองเป็นภูเขา แต่เป็นหนี้ก้อนมหาศาลที่ถ้าชื่อเสียงของท่านหลุดออกไปในสื่อ ทนายความมือหนึ่งอย่างเธอก็คงไม่มีหน้าไปยืนว่าความให้ใครได้อีกเลย... รวมถึงสำนักงานกฎหมายที่เธอรักนักหนาก็คงต้องถูกยึดประมูลทอดตลาดภายในสัปดาห์นี้"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาตีตื้นที่ลำคอ เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างเหนือกว่า "คุณมันคนไร้ยางอาย... เอาเรื่องครอบครัวคนอื่นมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง คุณคิรากร มันต่ำทรามเกินไปแล้ว!"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความดูแคลนนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก คิราการไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่เขากลับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความรวดเร็ว จนรินรดาล้มเซเข้าประชิดแผงอกแกร่งตามแรงดึงดูดที่เธอไม่อาจต้านทาน
"ต่ำทรามเหรอ?" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงขับอันตราย "จำไว้, รินรดา... ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าสูงต่ำ มีแต่ใครถือไพ่เหนือกว่า และตอนนี้... ฉันถือไพ่ตายของเธออยู่ในมือ"
รอดพ้นจากพันธนาการไม่ได้ เมื่อมือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาล็อกคางองุ้มของเธอไว้ บังคับให้แหงนเงยขึ้นรับสัมผัสอันดุดัน คิราการไม่รอช้าที่จะบดริมฝีปากลงมาทาบทับอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้นุ่มนวลหรือเจือด้วยความหวานล้ำ หากแต่เป็นการลงทัณฑ์และการประกาศสิทธิ์อันป่าเถื่อน ริมฝีปากหนาขบเม้มริมฝีปากนิ่มอย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอุ่นอย่างเอาแต่ใจ รินรดาพยายามทุบอกแกร่งและเบือนหน้าหนี ทว่าแรงมหาศาลของเขากลับทำให้เธอกลายเป็นเพียงตุ๊กตากระดาษในกำมือ
ความตึงเครียดแปลงเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาจนผิวกายร้อนผ่าว ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันจนแยกไม่ออก รสจูบที่ลึกล้ำและดุดันนั้นดึงสติสัมปชัญญะของหญิงสาวให้หลุดลอย ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอเริ่มสั่นคลอนเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูท บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงอย่างแรงจนเธอต้องหลุดเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวามที่เผลอไผล
"ปล่อย..." เธอกระซิบเสียงสั่นพร่าเมื่อเขาผริมฝีปากออกเล็กน้อย เปิดโอกาสให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าดวงตาคมปลาบกลับพราวระยับด้วยเพลิงปรารถนา
"กฎของฉันมีข้อเดียว..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยคำสั่งที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ "เชื่อฟังฉัน ปรนเปรอฉันทั้งร่างกายและหัวใจ แล้วหนี้สินทั้งหมดของพ่อเธอจะหายไป... แต่ถ้าเธอขัดขืน เตรียมตัวมองสำนักงานและชื่อเสียงของเธอพังพินาศได้เลย"
รินรดานิ่งงัง น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความพ่ายแพ้กำลังกัดกินหัวใจทีละน้อย ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำยอมจำนนอย่างไร้ทางเลือกนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดยังไม่ทันได้รับอนุญาต
ร่างสูงโปรดของอัครินทร์ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคิรากรก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งที่สั่นคลอนสถานการณ์ทั้งหมดให้พลิกคว่ำในพริบตา
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความสุขนะครับ ท่านประธานคิรากร..." อัครินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตามองรินรดาที่อยู่ในอ้อมกอดของศัตรูด้วยความสมเพชปนทึ่ง "แต่ดูเหมือนว่าข้อเสนอของคุณ จะช้ากว่าผมไปก้าวหนึ่งซะแล้วล่ะ... เพราะความจริงเกี่ยวกับหนี้สินของทนายสาวคนนี้ ผมเป็นคนกุมมันไว้ทั้งหมด ตัวจริง... ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายก๊อปปี้พวกนี้"
คิราการตวัดสายตาดุดันมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ทว่ามือแกร่งที่ยังคงล็อกเอวรินรดาไว้แน่นกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นไปอีก ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของท่ามกลางสงครามประสาทที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้กับ “จูบแรกยามสายัณห์” นะคะ
ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ•ตอนที่ 2
กฎที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สลักรอยเสน่หาเหนือพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!