แสงไฟจากหน้าจอโน้ตบุ๊กยี่ห้อดังสะท้อนแววตาคู่คมของธันวาเป็นประกายสีฟ้าอมเขียว ในความเงียบสงัดของชั้นที่ยี่สิบเอ็ด ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงเครื่องปรับอากาศส่วนกลางส่งเสียงครางต่ำราวกับสัตว์ประหลาดที่กำลังจำศีล ทว่าสำหรับธันวาและรินรดาแล้ว นี่คือสนามรบที่ไม่มีเสียงปืน มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม
"เหลือเวลาอีกสามนาที ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยรอบกะดึกจะรีเซ็ตอัตโนมัติ"
เสียงกระซิบของรินรดาแหบพร่าแต่มั่นคง เธอยืนคุมเชิงอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าละลานตาเหมือนดวงดาวที่ถูกขังไว้บนพื้นดิน ทว่าภายใต้ความงดงามเหล่านั้น ซ่อนเร้นไว้ด้วยโครงสร้างแห่งความเหลื่อมล้ำที่เธอกับเขากำลังพยายามรื้อถอนมันลงมาทีละชิ้น
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขยับนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วและแม่นยำ หน้าจอสีดำเต็มไปด้วยตัวอักษรและโค้ดคำสั่งที่วิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว ในฐานะสถาปนิกผู้เคยออกแบบตึกนี้ เขารู้ดีว่าช่องโหว่ของระบบระบายอากาศตรงไหนที่เชื่อมต่อกับห้องควบคุมเซิร์ฟเวอร์หลัก แต่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดที่สุด โชคดีที่รินรดา—นักผังเมืองผู้มีเบื้องหลังด้านการเจาะระบบข้อมูล—ยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างเขา
"คุณแน่ใจนะว่าอัครพลจะไม่กลับมาตรวจงานดึกแบบนี้อีก" ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงความตึงเครียด
"คนอย่างอัครพลไม่เคยไว้ใจใคร นอกจากผลกำไรในบัญชีธนาคารสวิสของเขาเองหรอกครับ... เอ๊ย, ค่ะ—เอ๊ย ไม่ใช่สิ ฉันหมายถึง เขาไม่มีทางกลับมาตอนนี้หรอก เขากำลังนั่งดินเนอร์หรูอยู่กับพวกนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อเคลียร์เรื่องสัมปทานที่ดินล็อตใหม่" รินรดาเผลอหลุดสำนวนพูดคุยส่วนตัวออกมาด้วยความประหม่า แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
ธันวาเหลือบมองเธอเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดา
"ระวังตัวหน่อยครับ รินรดา... ความกล้าหาญกับความประมาทมักมีเส้นแบ่งบางๆ กั้นอยู่เสมอ เหมือนกับเส้นกั้นระหว่างผังเมืองในฝันกับความเป็นจริงบนถนนอับเฉาพวกนั้น"
รินรดาหันมามองเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายแม้ในยามวิกฤต "คุณคิดว่าฉันกำลังเพ้อฝันเหรอ ธันวา? คุณมองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลข เส้นสาย และกำไรขาดทุน จนลืมไปแล้วว่าข้างล่างนั่น มีมนุษย์จริงๆ ที่กำลังจะถูกไล่รื้อออกจากบ้านเรือนของพวกเขา"
"ผมไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นแค่ตัวเลข" ธันวาหยุดพิมพ์ชั่วขณะ หันมาสบตากับเธอตรงๆ "แต่ผมมองเห็นความจริงที่ว่า ต่อให้คุณคัดลอกไฟล์บัญชีลับของอัครพลไปได้ ต่อให้คุณแฉเอกสารการฟอกเงินทั้งหมดลงบนหน้าหนังสือพิมพ์ พรุ่งนี้ตึกคอนกรีตหรูหราพวกนั้นก็ยังตั้งตระหง่านอยู่ดี อำนาจเงินไม่เคยหายไปไหน มันแค่เปลี่ยนมือ"
"แต่อย่างน้อย ความจริงก็ยังเป็นความจริง!" เสียงของเธอกระซิบลอดไรฟันด้วยความโกรธปนน้อยใจ "ถ้าทุกคนคิดแบบคุณ เมืองนี้คงตายไปนานแล้ว"
"บางที... เมืองนี้มันอาจจะตายไปนานแล้วจริงๆ ก็ได้ครับ มีแต่พวกเรานี่แหละที่ยังพยายามแต่งศพให้มันดูมีชีวิตชีวา"
บทสนทนาอันเฉียบคมถูกตัดฉับด้วยเสียงสัญญาณเตือนเบาๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ *'Access Granted'*
แถบสถานะการดาวน์โหลดไฟล์โครงการ "The Heritage Park" และบัญชีรับ10สินบนลับขนาด 250 กิกะไบต์ ปรากฏเปอร์เซ็นต์ที่กำลังวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว 10%... 35%... 60%...
หัวใจของรินรดาเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความหวังที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นกระดาษและฝุ่นละอองในยามค่ำคืนลอยเข้าจมูกธันวา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจคั่นกลาง
"เราใกล้สำเร็จแล้ว..." เธอกระซิบ มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของเขาโดยไม่รู้ตัว "ขอบคุณนะ ธันวา ที่คุณยอมเสี่ยงมากับฉัน"
ธันวามองมือที่วางอยู่บนแขนของเขา ความเย็นชาในแววตาวูบไหวไปชั่วขณะ เขาเป็นคนสร้างตึกหลังนี้ขึ้นมาตามคำสั่งของอัครพล แต่วันนี้ เขากำลังใช้ความรู้นั้นในการทำลายมันลงจากภายใน ความย้อนแย้งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเงาที่กำลังพยายามฆ่าเจ้าของร่าง
"ผมไม่ได้ทำเพื่ออุดมการณ์ของคุณ รินรดา" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม แต่อัดแน่นด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง "ผมทำเพราะผมอยากรู้ว่า... ภายใต้ซากปรักหักพังที่คุณอยากสร้างใหม่นั้น มันจะมีพื้นที่เหลือให้คนอย่างเราบ้างไหม"
รินรดาชะงัก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำถามบางอย่างเพื่อตีความนัยยะในประโยคของเขา แต่แล้ว...
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำดังขึ้นจากลำโพงเพดาน ไม่ใช่สัญญาณเตือนไฟไหม้ และไม่ใช่การรีเซ็ตระบบตามรอบปกติ แต่มันคือเสียงแจ้งเตือนจากระบบสแกนลายนิ้วมือที่ประตูทางเข้าชั้นยี่สิบเอ็ด
หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงตัวเลขการดาวน์โหลดค้างอยู่ที่ 98%
เปอร์เซ็นต์สุดท้ายหยุดนิ่งราวกับกลั่นแกล้ง
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือด "เป็นไปไม่ได้... ทำไมระบบถึงแจ้งเตือนตอนนี้?"
ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากวาดสายตาไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของนักล่ามืออาชีพ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับไฟสถานะสีแดงดวงเล็กๆ ที่กะพริบอยู่เหนือช่องแอร์—กล้องวงจรปิดตัวสำรองที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลักที่พวกเขากำลังเจาะระบบ แต่มันต่อตรงไปยังห้องพักส่วนตัวของอัครพลที่ชั้นบนสุด
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่กำลังก้าวเดินอย่างเร่งรีบอยู่บนบันไดหนีไฟด้านนอก ประชิดเข้ามาใกล้ทุกที พร้อมกับเสียงกุญแจที่กำลังเสียบเข้ากับรูกลอนประตูห้องกระจกบานหลัก
99%...
ธันวาคว้าข้อมือของรินรดาไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างกระชากแฟลชไดรฟ์ออกจากพอร์ต USB ด้วยความเร็วแสง แรงกระชากนั้นทำให้ข้อมูลส่วนสุดท้ายหลุดรอดมาพอดี หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีเขียวพร้อมข้อความ *'Download Complete'*
ทว่า ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาในความมืด พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบ ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุดั่งพญามารของอัครพล ปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองนายที่ยืนประกบซ้ายขวา
อัครพลกวาดสายตานิ่งสนิทมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม
"ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์สุดท้ายของพวกคุณนะครับ... สถาปนิกผู้ทรยศ และนักผังเมืองผู้โง่เขลา"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 25
ค่ำคืนแห่งความลับ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!