สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 24

เงื่อนไขที่แลกมา

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นกาแฟดริปเอธิโอเปียที่ลอยกรุ่นอยู่ในห้องทำงานกระจกใสชั้นสี่สิบห้า ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้ต่ำกว่ายี่สิบสององศาเซลเซียส กลับทำให้ความกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นราวกับออกซิเจนกำลังจะหมดลง อัครพลวางแก้วเซรามิกราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่จงใจให้เกิดเสียงกระทบหนักหน่วง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแบรนด์หรูจดจ้องไปยังร่างของธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้มีสีหน้าเรียบเฉยราatรูปปั้นหินอ่อน ไร้ซึ่งร่องรอยของความเกรงกลัวต่อบารมีของผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ "คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา" อัครพลเปิดฉากด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ ราบเรียบแต่น่ากลัว "โครงการฟื้นฟูย่านเก่าตึกแถวริมคลองนั่น ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะเอาอุดมการณ์ความเท่าเทียมทางสังคมมาทดลองวาดฝัน มันคือธุรกิจ เม็ดเงินหลายพันล้านที่หล่อเลี้ยงคนนับหมื่น... รวมถึงอนาคตของบริษัทคุณด้วย" ธันวายังคงนั่งไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ที่พนักแขนเก้าอี้หนังแท้ เขามองลอดผ่านกระจกบานยักษ์ออกไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งมหุงเทพฯ แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ระเบียบราวกับสัตว์ประหลาดเหล็กไหล "เงินหลายพันล้านที่คุณพูดถึง มันถูกฟอกผ่านค่าก่อสร้างที่สูงเกินจริงเพื่อกลบเกลี่ยร่องรอยการฮุบที่ดินสาธารณะ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน "ผมเป็นสถาปนิกครับ หน้าที่ของผมคือการออกแบบโครงสร้างให้มั่นคง ไม่ใช่การช่วยคุณกลบฝังรอยรั่วทางกฎหมาย" รินรดา ซึ่งยืนกอดอกอยู่มุมห้อง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณเตือนสธันวาทางสายตา เธอรู้ดีว่าอัครพลไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยได้โดยง่าย และเส้นสายของเขาก็ราก1ลึกเกินกว่าที่สถาปนิกอิสระคนหนึ่งจะรับมือไหว อัครพลแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้ายับย่นตามวัยแต่ยังคงความทรงอำนาจฉายแววดูแคลน "อุดมการณ์กินไม่ได้หรอกนะธันวา คุณคิดว่ารินรดาหรือใครหน้าไหนจะปกป้องคุณได้เมื่อเอกสารชุดนั้นถูกทำลาย? โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเส้นตรงของไม้บรรทัด แต่มันหมุนไปด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน" นักพัฒนาอหาริมทรัพย์หมุนเก้าอี้หันไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะขึ้นมาจากลิ้นชักโต๊ะ ก่อนจะโยนมันข้ามมา1นโต๊ะทำงาน เสียงซองกระดาษทึบตกลงตรงหน้าธันวาพอดี "เปิดดูสิ... เงื่อนไขที่ผมจะมอบให้คุณ เพื่อแลกกับการที่คุณจะถอนชื่อออกจากรายงานการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน" อัครพลเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ "ลายเซ็นของคุณใบเดียว จะทำให้โปรเจกต์เดินหน้าต่อได้ และคุณจะได้ค่าที่ปรึกษาที่ทำให้คุณไม่ต้องรับงานไปอีกสิบชาติ" ธันวาปรายตามองซองเอกสารนั้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอัครพลตรงๆ แววตาของเขาไร้ซึ่งความโลภ มีเพียงความเยือกเย็นที่ทำให้อัครพลเริ่มรู้สึกหงุดหงิด "คุณประเมินผมต่ำไป หรือไม่ก็ประเมินค่าของความถูกต้องสูงเกินไป" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ "ผมไม่ขายวิญญาณให้ใครทั้งนั้น... โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ความเคารพในพื้นที่ของเพื่อนมนุษย์" ปัง! มือหนาของอัครพลตบลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างแรง ใบหน้าที่เคยสุขุมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนเห็นได้ชัด ความพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์พังทลายลงในพริบตาเมื่อเจอความดื้อดึงที่ไร้ทางต่อรองของสถาปนิกหนุ่ม "แกอย่ามาทำเป็นไขสือ! คิดว่าแน่มากนักใช่ไหมธันวา?" อัครพลลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มไปด้านหลัง "ถ้าแกไม่เซ็น... เอกสารที่แกพยายามปกป้องนักหนา รวมถึงอนาคตของผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแก จะย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธที่พุ่งพล่าน แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของชายชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ เขารีบเดินตรงเข้าไปกระซิบข้างหูอัครพลด้วยน้ำเสียงที่พยายามกดต่ำ แต่ความตื่นตระหนกทำให้มันเล็ดลอดเข้าโสตประสาทของธันวาและรินรดาได้อย่างชัดเจน "ท่านครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ตำรวจกองปราบนำหมายค้น บุกเข้าอายัดเซิร์ฟเวอร์หลักที่บริษัทลูกของเราแล้วครับ... และ..." ชายคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชำเลืองมองธันวาด้วยสายตาหวาดหวั่น "...และพวกเขายังเจอฮาร์ดไดรฟ์สำรองอีกชุด... ซึ่งถูกส่งตรงมาจากใครบางคน... พร้อมกับรายชื่อบัญชีลับทั้งหมด... ตอนนี้ท่านผู้ว่าฯ กำลังจะเรียกแถลงข่าวฉุกเฉินแล้วครับ!" อัครพลหน้าถอดสี รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายวับไปกับตา เขากำมือแน่นจนสั่นเทา ก่อนจะหันขวับกลับมาจ้องหน้าธันวาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสถาปนิกผู้โดดเดี่ยว... แต่กำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลที่สุด ธันวาลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น เขาก้มลงหยิบซองเอกสารบนโต๊ะของอัครพลขึ้นมาถือไว้ในมือ ปรายตามองเจ้าพ่ออสังหาฯ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาได้ยากยิ่ง "ผมบอกคุณแล้ว... ว่าเมืองนี้ ไม่ได้เป็นของคนที่ถือเงินมากที่สุด... แต่มันเป็นของคนที่มองเห็นรอยร้าวตั้งแต่ก่อนที่มันจะพังลงมาต่างหากล่ะครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%