สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 5

เงาในแบบแปลน

ผลงานโดย คนมองเมือง
รอยขีดของปากกาเคมีสีแดงบนกระดาษไขแผ่นนั้น ไม่ได้กำลังแก้ไขเส้นสายทางสถาปัตยกรรม แต่มันกำลังกรีดลงบนรอยต่อของความลับที่ธันวาพยายามปกปิดมาตลอดสามปี "คุณกำลังเซ็นอนุมัติฆาตกรรมทางอ้อม... ธันวา" เสียงของรินรดาเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เธอยืนเท้าโต๊ะทำงานของเขา โน้มตัวเข้ามาใกล้ในระยะที่รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่เจือความโกรธเกรี้ยว แฟนตาซีเรื่องความยุติธรรมในเมืองใหญ่ยังคงลุกโชนอยู่ในแววตาคู่นั้น ขณะที่ธันวาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ถอดแว่นสายตาออกอย่างไร้รีบร้อน ดวงตาสีเข้มของเขาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไม่สะท้อนเงาของสิ่งใด ห้องทำงานในสำนักงานใหญ่ของบริษัทสถาปนิกชื่อดังยามวิกาลเงียบสงัด มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาเป็นลวดลายเรขาคณิตบนพื้นพรม "คุณมองโลกผ่านตำราผังเมือง รินรดา..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบในที เขาวางปากกาลง จัดระเบียบมันให้ขนานกับขอบโต๊ะอย่างสมบูรณ์แบบ "แต่ผมมองโลกผ่านงบประมาณและลายเซ็นของอัครพล ตึกหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอุดมการณ์ แต่มันถูกค้ำจุนด้วยคอนกรีตที่ผสมความจริงอันเน่าเฟะที่คุณไม่อยากมองต่างหาก" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาไหววับ "ความจริง? หรือความขี้ขลาดกันแน่? ฉันเห็นผังโครงสร้างของโครงการ 'The Heritage' โซนฐานรากถูกลดสเปกเหล็กเสริมโครงสร้างลงเกือบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อเอาส่วนต่างไปถมงบใต้โต๊ะให้พรรคพวกของอัครพล และคุณ... ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกโครงการ กลับเป็นคนเซ็นรับรองความปลอดภัยนี้เอง" ธันวาไม่โต้เถียง เขาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อความเย็นชา เขาเดินช้าๆ ไปยังตู้เอกสารโลหะมุมห้อง ไขกุญแจด้วยรหัสผ่านสี่หลัก หยิบแฟ้มสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำครึออกมาเล่มหนึ่ง แล้ววางมันลงตรงหน้าหญิงสาว "เปิดดูสิครับ... แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงยังยืนอยู่ตรงนี้" รินรดามองหน้าเขาอย่างระแวง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวเปิดแฟ้มเอกสารนั้นออก เอกสารด้านในไม่ใช่แปลนก่อสร้าง แต่เป็นสำเนาบัญชีธนาคารต่างประเทศ รายชื่อเด็กกำพร้าสามสิบชีวิตในความดูแลของมูลนิธิแห่งหนึ่ง และ... ใบมรณบัตรของสถาปนิกอาวุโสผู้เป็นอาจารย์ของธันวา ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตาอ่านบันทึกข้อความท้ายหน้ากระดาษ *“ถ้าคุณไม่เซ็น... เด็กพวกนี้จะไม่มีแม้แต่แผ่นหลังคาคุ้มกะลาหัว และตึกนั้นก็จะยังถูกสร้างอยู่ดี โดยเปลี่ยนให้คนอื่นเป็นคนเซ็น บนศพที่เพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยศพ”* นั่นคือลายมือหวัดๆ ของอาจารย์เธอก่อนเสียชีวิตเพียงหนึ่งสัปดาห์ "เข้าใจหรือยังครับ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบกว่าเดิม แต่มันกลับหนักอึ้งจนกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลง "ในเมืองนี้ คนมีอุดมการณ์แบบคุณมักจะตายด้วยความสะอาดสะอ้าน แต่คนแบบผม... ต้องยอมเปื้อนโคลน เพื่อให้ตึกมันยังตั้งอยู่ได้ และปกป้องคนที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเลือก" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและความสับสน เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าเป็น 'สมุนรับใช้ทุนชั่ว' กลับมีร่องรอยของรอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณที่ลึกเกินกว่าเธอจะจินตนาการ "ทำไมคุณถึงเพิ่งเอาให้ฉันดูตอนนี้...?" เสียงเธอกระซิบแผ่วเบา "เพราะเมื่อตอนเย็น... อัครพลเพิ่งส่งคนไปตรวจความเคลื่อนไหวที่มูลนิธินั้น" ธันวาหันไปมองนอกหน้าต่าง ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงไฟนีออนจากถนนเบื้องล่าง "และนั่นหมายความว่า... เกมกำลังจะพลิก" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก หยุดชะงักตรงหน้าประตูห้องทำงานของธันวาพอดี ก่อนที่เสียงเคาะประตูสามครั้งจะดังขึ้นอย่างแข็งกร้าว พร้อมกับบิดลูกบิดที่ถูกล็อกไว้จากด้านนอกโดยไม่รอคำอนุญาต ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจซอกมุมมืดของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%