กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบสนิมจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดของห้องใต้ดิน อาคารพาณิชย์ร้างย่านยานนาวาที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ มีเพียงแสงไฟฉายคาดหัวของธันวาที่กวาดผ่านเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งมีรอยกะเทาะจนเห็นเหล็กเส้นขึ้นสนิมแดงฉานราวกับกระดูกที่ถูกกัดกร่อนด้วยมะเร็ง
"คุณมาช้าไปสามนาที ธันวา"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืด ร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาเข้มที่เคยตัดเยanderอย่างประณีต แต่ปัจจุบันกลับยับยู่ยี่และเปื้อนฝุ่น กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พับพลาสติกสีขาวตัวเดียว ใบหน้าซีกหนึ่งถูกกลืนหายไปในเงาสลัว เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟฉายวาววับ
ธันวาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ กลิ่นบุหรี่ราคาถูกปะปนกับกลิ่นอับชื้น เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าในกระเป๋าโค้ทตัวยาว สายตาคมกวาดสำรวจสภาพแวดล้อมเพื่อประเมินความปลอดภัยตามสัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ผ่านสมรภูมิเมืองใหญ่มาโชกโชน
"การจราจรบนถนนสาทรไม่เคยปรานีใครครับ... โดยเฉพาะคนที่มีความลับเยอะอย่างคุณ" ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาแต่หนักแน่น รักษาระยะห่างในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้
ชายชราหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากราวกับกระดาษทรายถูกับเนื้อไม้ "ความลับเหรอ... ในเมืองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและเงินสินบนอย่างกรุงเทพฯ ไม่มีหรอกครับคำว่าความลับ มีแต่ 'ราคา' ที่ต้องจ่ายเพื่อปิดปากต่างหาก"
เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบให้ธันวา เอกสารชุดนั้นไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่มันคือพิมพ์เขียวผังเมืองฉบับลับสุดยอด ประทับตราลับเฉพาะของสำนักการโยธาและลายเซ็นย่อที่ธันวาจำได้แม่นยำว่าเป็นของอัครพล
ธันวารับแฟ้มนั้นมา เปิดออกด้วยมือข้างเดียว แสงไฟฉายสาดส่องลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ เส้นสายทางสถาปัตยกรรมและผังการจัดสรรที่ดินซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน ทว่าสิ่งที่ทำให้คิ้วเข้มของสถาปนิกหนุ่มขมวดเข้าหากัน คือช่องว่างสีขาวขนาดมหึมาที่ถูกซ่อนไว้ใต้โครงการคอมเพล็กซ์มูลค่าหมื่นล้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโปรเจกต์เรือธงของอัครพล
"ช่องว่างพวกนี้..." ธันวาพึมพำ ดวงตาหรี่ลงวิเคราะห์ตัวเลขและสัดส่วน "ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ และไม่ใช่พื้นที่เพื่อการพาณิชย์... มันคือ 'หลุมดำทางภาษี'"
"ฉลาดมาก" ชายชราพยักหน้าช้าๆ ขยับตัวในความมืดจนเกิดเสียงข้อต่อลั่น "อัครพลไม่ได้สร้างตึกเพื่อหากำไรจากค่าเช่าอย่างเดียวหรอกครับท่านสถาปนิก แต่เขาใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายผังเมืองที่ถูกร่างขึ้นเมื่อสามสิบปีก่อน แปลงสภาพที่ดินตาบอดให้กลายเป็น 'พื้นที่รกร้างเชิงโครงสร้าง' บนเอกสารราชการ ทั้งที่ความจริงข้างล่างนั่นคือคลังสินค้าปลอดภาษีและศูนย์ฟอกเงินใต้ดินขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานชั่วคราวของรินรดา ห่างออกไปหลายกิโลเมตร หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาสว่างวาบด้วยข้อมูลดิจิทัลที่เธอกำลังเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลการจัดสรรที่ดิน เธอกำลังกุมขมับ เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ความกดดันจากอุดมการณ์ที่ต้องการทวงคืนพื้นที่สีเขียวให้คนจนเมืองกำลังปะทะกับกำแพงอำนาจมืดที่หนาเตอะ
เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของรินรดา เป็นข้อความจากธันวา: *'หยุดขุดคุ้ยเรื่องนี้ตามลำพัง คุณกำลังเหยียบหางเสือ'เดิมพันด้วยชีวิต'*
รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความโกรธ เธอตอบกลับทันที: *'ถ้าฉันกลัวตาย ฉันคงไม่เลือกเรียนสถาปัตยกรรมผังเมืองเพื่อมาแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อฉันหรอก ธันวา!'*
กลับมาที่ห้องใต้ดินอันมืดมิด ธันวายืนนิ่งงันเมื่ออ่านข้อความนั้นผ่านหน้าจอโทรศัพท์ หัวใจของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้ความเย็นชาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอน เขารู้ดีว่ารินรดากำลังเอาตัวเข้าแลกกับเกมการเมืองสกปรกที่ใหญ่เกินกว่าตัวเธอหลายร้อยเท่า
"คุณกำลังคิดถึงแม่สาวนักผังเมืองคนนั้นอยู่ใช่ไหมครับ?" เสียงแหบพร่าเอ่ยแซกขึ้นมาอย่างรู้ทัน ธันวาหันขวับไปมอง ชายชรายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "ระวังให้ดีนะคุณธันวา... คนที่มีอุดมการณ์ในเมืองนี้ มักจะอายุสั้นกว่าคนโกงเสมอ"
"ข้อมูลชุดนี้..." ธันวาปิดแฟ้มลง เสียงกระดาษกระทบกันดังทึบในความเงียบ "แลกกับอะไร?"
"ความปลอดภัยของเธอ... และชีวิตของผม" ชายชราเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลเป็นที่ยาวพาดผ่านลำคอ "อัครพลกำลังตามล่าผม เพราะผมคือคนเขียนแบบโครงสร้างชุดนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนที่เขายังเป็นแค่ผู้รับเหมาไร้ชื่อเสียง... ผมรู้ว่าจุดอ่อนของตึกทุกหลังในอาณาจักรของมันอยู่ตรงไหน"
ธันวานิ่งเงียบ ประเมินสถานการณ์ด้วยมันสมองอันเฉียบคม เขารู้ว่าการถือแฟ้มนี้ไว้ในมือเท่ากับการประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับอัครพล ผู้ทรงอิทธิพลที่สามารถเนรมิตให้คนหายไปจากแผนที่ได้อย่างไร้ร่องรอย
แต่ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเข้าชั้นบน เสียงเหล็กกระทบกัน และเสียงรองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนเศษปูนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างเป็นระบบ
*ตึง! ตึง! ตึง!*
ดวงตาของชายชราเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด... มันรู้ว่าผมอยู่ที่นี่!"
ธันวาคว้าแฟ้มเอกสารลับยัดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองหาทางหนีทีไล่ ทว่าทางออกเดียวที่สว่างคือบันไดหลัก ซึ่งตอนนี้มีแสงไฟฉายสาดส่องลงมาก라ดระวังพร้อมเสียงกระชับลำกล้องปืนพก
"ทางนี้ไม่มีทางออกอื่นแล้วครับ" ชายชราพึมพำด้วยเสียงสั่นเทา ทรุดตัวลงพิงกับเสาปูนอย่างหมดแรง
ธันวาไม่ลังเล เขาคว้าแขนชายชราให้ลุกขึ้น ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูห้องใต้ดิน เงาร่างมหึมาหลายร่างทาบทับลงบนม่านฝุ่นหนาทึบ
แสงเลเซอร์สีแดงจากปลายกระบอกปืนพาดผ่านความมืด พุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางหน้าผากของธันวาพอดี... พร้อมกับเสียงเปิดประตูเหล็กที่ดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นของเกมอำนาจและอุดมการณ์ในตอนนี้ด้วยนะครับ
สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 11
เสียงจากมุมมืด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!