"อย่าขยับ..."
เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบงันในโกดังร้างอย่างเฉียบคม แสงเลเซอร์สีแดงฉานจากปลายกระบอกปืนสลัวรางพาดผ่านความมืด พุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางหน้าผากของธันวาพอดี ราวกับดวงตาพิฆาตของมัจจุราชที่กำลังเล็งวัดลมหายใจ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของสถาปนิกหนุ่มทันที ทว่า นัยน์ตาคู่คมกลับปราศจากความตื่นตระหนก เขายังคงยืนนิ่งหลังโต๊ะเขียนแบบเก่าคร่ำคร่า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพและสนิมเหล็กที่ลอยอลวนอยู่ในบรรยากาศ
เอี๊ยด... โครม!
เสียงบานประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานีดังบาดแก้วหู ตามด้วยลำแสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องตัดความมืดเข้ามาเป็นทางยาว ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับรับแสง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนมากับกลิ่นฝุ่นคละคลุ้ง เป็นกลิ่นที่เขาจำได้แม่นยำ—กลิ่นกายของความโลภที่สวมสูทสั่งตัดราคาแพง
"ดูเหมือนเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะออกแบบด้วยสินะครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยียบเย็นดังขึ้นจากเงาดำหลังลำแสงไฟฉาย อัครพลก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาในรัศมีแสง โดยมีชายชุดดำร่างกำยำสองคนยืนประกบซ้ายขวา ปืนในมือของหนึ่งในนั้นยังคงจดจ่ออยู่ที่หน้าผากของธันวาไม่ขยับเขยื้อน
ธันวาค่อยๆ วางดินสอลงบนกระดาษไขแผ่นโต เสียงไม้กระทบพื้นดังสะท้อนก้องกังวาน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอัครพลด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา "การมาเยือนยามวิกาลแบบนี้ ไม่น่าจะใช่วิสัยของนักพัฒนาเมืองผู้ทรงเกียรติอย่างคุณอัครพลนะครับ... หรือว่าแบบแปลนฉบับนี้มันไปจี้จุดอ่อนอะไรบางอย่างเข้า"
อัครพลหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและไร้ความสุข เขากวาดสายตามองกระดาษไขที่เต็มไปด้วยเส้นสายโครงสร้างผังเมืองซับซ้อน ก่อนจะหยุดสายตาลงที่มุมกระดาษซึ่งประทับตราโครงการก่อสร้างตึกระฟ้าของกลุ่มทุนใหญ่
"สถาปนิกเก่งๆ มักตายเพราะความอยากรู้อยากเห็นเสมอนะครับคุณธันวา" อัครพลเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชายวัยกลางคนใช้นิ้วมือเคาะเบาๆ บนพื้นผิวโต๊ะ "เมืองนี้มันขับเคลื่อนด้วยคอนกรีตและผลประโยชน์ ไม่ใช่ด้วยอุดมการณ์โรแมนติก เส้นสายที่คุณขีดเขียนพยายามจะคืนพื้นที่ให้คนจนเมือง มันกำลังจะทำลายมูลค่าหมื่นล้านที่ผมใช้เวลาสร้างมาเป็นสิบปี... คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ถึงกล้าอาจหาญมาท้าทายแรงโน้มถ่วงของอำนาจเงิน"
"ผมก็แค่คนธรรมดาที่เกลียดการเห็นเมืองทั้งเมืองพังทลายลงเพราะความโลภของคนไม่กี่คน" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่น้ำหนักของถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในสำลี "คุณกำลังสร้างตึกบนรากฐานที่ผุกร่อน คุณอัครพล และโครงสร้างแบบนั้น... ต่อให้ใช้วิศวกรรมชั้นยอดแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องถล่มลงมาทับคนสร้างอยู่ดี"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดได้ เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าพังส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำอยู่ในอกของใครบางคน—ไม่ใช่ธันวา แต่เป็นรินรดาที่หลบซ่อนตัวอยู่อีกมุมหนึ่งของเสาคอนกรีต ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร มือเรียวของเธอปิดปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดเสียงลมหายใจ สายตาจับจ้องไปที่จุดแดงของเลเซอร์ที่ยังคงทาบทับอยู่บนหน้าผากของธันวา สมองเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความตื่นตระหนก เธอกำลังคิดหาทางช่วยเขา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ทั้งคู่เพิ่งจะปะทะคารมกันเรื่องแนวทางการแก้ปัญหาผังเมืองอย่างดุเดือด
*ทำไมเขาถึงไม่ยอมบอกความจริงกับมัน ทำไมเขาต้องแบกรับความเสี่ยงนี้ไว้คนเดียว...* รินรดาคิดในใจ ความรู้สึกต่อต้านในตัวธันวาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระทึกใจและคำถามมากมายที่วิ่งวนอยู่ในหัว
"ปากกล้าดีนี่ครับ" อัครพลหรี่ตาลง รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเหี้ยมเกาะกุม "แต่ความกล้าหาญมันกินไม่ได้หรอกนะ... จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือแม้แต่เศษกระดาษ"
สิ้นคำสั่ง มือปืนด้านหลังขยับนิ้วเข้าใกล้ไกปืนทันที แสงเลเซอร์สั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการเล็ง
*เปรี้ยง!*
ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นเสียงกระป๋องสีสเปรย์ที่ถูกโยนกระแทกพื้นจากมุมมืดทางด้านซ้าย ดึงความสนใจของบอดี้การ์ดทั้งสองคนให้หันขวับไปตามเสียงในเสี้ยววินาที
"เฮ้ย! ใครวะ!" ชายชุดดำคนหนึ่งตะโกนลั่น พร้อมกับสาดลำแสงไฟฉายไปยังมุมตึกที่ว่างเปล่า
จังหวะนั้นเอง ธันวาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เขาพุ่งตัวเข้าชาร์จมือปืนที่ถือเลเซอร์อย่างแม่นยำ ศอกขวาอัดกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างแรงจนลมหายใจขาดห้วง ปืนในมือหลุดร่วงกระแทกพื้นปูนเสียงดังสนั่น แต่อีกคนไวกว่า ยกปืนขึ้นเล็งมาทางธันวา
"หยุดนะ!" เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยวพร้อมกับเงาร่างของรินรดาที่พุ่งออกมาจากเสา เธอคว้าท่อเหล็กขึ้นมาฟาดเข้าที่แขนของมือปืนคนที่สองเต็มแรงจนปืนกระเด็นหลุดมือ อัครพลเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อเห็นตัวแปรที่ไม่คาดคิดโผล่เข้ามาในฉาก
"รินรดา! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงโผล่หัวออกมา!" ธันวาตวาดเสียงเขียว แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน แววตาของเขากลับฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"ฉันปล่อยให้คุณตายคนเดียวไม่ได้หรอกน่า!" เธอกล่าวสวนกลับทันควัน ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความมุ่งมั่นที่ฉายชัดผ่านความมืด
อัครพลถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่แผนการถูกขัดจังหวะ "หนูไม่เจียมตัว... นึกว่ามีกันสองคนแล้วจะพลิกเกมได้งั้นรึ?" เขายกมือขึ้นแตะหูฟังบลูทูธขนาดเล็ก "จัดการเก็บให้หมด อย่าให้รอดออกไปได้สักคน!"
สิ้นเสียงคำสั่งของอัครพล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตก็ดังระรัวก้องกังวานมาจากโถงทางเดินด้านนอก ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายทุกด้าน ความมืดรอบตัวกำลังบีบรัดเข้ามาทุกขณะ
ธันวาคว้าข้อมือของรินรดาแน่น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความโกลาหล ไม่มีคำตำหนิ มีเพียงความเข้าใจที่ไหลผ่านสัมผัสนั้น
"จับมือผมไว้แน่นๆ นะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่ทรงพลัง ก่อนจะกระชากร่างของเธอให้พุ่งทะยานหลบเข้าสู่ความมืดหลังเสาเข็มคอนกรีตขนาดใหญ่ ทิ้งให้อัครพลยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของสมุนที่กำลังกรูเข้ามาล้อมกรอบ
ทว่า ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะพุ่งตัวลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเพื่อหนีออกไปยังตรอกด้านหลัง สายตาของธันวาเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่ตกอยู่ใต้กองซากอิฐ มันคือแฟ้มข้อมูลลับโครงการผังเมืองฉบับจริงที่อัครพลพยายามตามหามาตลอด—และบนหน้าปกแฟ้มนั้น มีชื่อย่อของบุคคลระดับสูงในรัฐบาลประทับตราอยู่ชัดเจน พร้อมรอยนิ้วมือที่เปื้อนคราบหมึกพิมพ์สดๆ
รินรดากลั้นหายใจ เมื่อธันวายื่นมือออกไปคว้าแฟ้มนั้นมาถือไว้ในมือ เสียงฝีเท้าของมือปืนกลุ่มใหญ่หยุดชะงักลงตรงหน้าประตูทางเข้าพอดี ร่างของชายร่างยักษ์ในชุดสูทปรากฏขึ้นพร้อมปืนกลมือในมือ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของอัครพลที่ดังแทรกเข้ามาจากความมืด
"คิดเหรอครับว่าจะหนีพ้น... ส่งแฟ้มนั้นมา แล้วผมอาจจะปล่อยให้พวกคุณเลือกวิธีตายได้ง่ายขึ้นหน่อย"
ธันวากำแฟ้มในมือแน่น หันมาสบตากรอกับรินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนมุมปากของสถาปนิกหนุ่มอีกครั้ง ท่ามกลางปากกระบอกปืนนับสิบคู่วิถีที่เล็งตรงมายังศีรษะของพวกเขา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดของเมืองใหญ่กับผมนะครับ
สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 12
รอยปริในใจ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!