สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 10

หมากเกมแรก

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของอัครพลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของธันวา ราวกับเศษกระจกที่ถูกบดละเอียดแล้วโรยไว้บนแผลสด บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ เส้นสายลายเส้นทางสถาปัตยกรรมของโครงการมิกซ์ยูสยักษ์ใหญ่ที่อัครพลทุ่มงบประมาณนับหมื่นล้านกำลังถูกกางออก ธันวาไม่ได้มองมันในฐานะ "งานศิลปะ" อีกต่อไปแล้ว ในสายตาของสถาปนิกหนุ่มผู้เจนจัดโลก ใบหน้าของตึกสูงระฟ้าเหล่านี้ไม่ใช่ความเจริญ แต่เป็นหน้ากากปูนเปลือยที่เคลือบด้วยคราบน้ำตาของชาวชุมชนแออัดที่ถูกขับไล่ และที่สำคัญที่สุด... มันคือ "เป้าหมาย" ในการรื้อถอนจากภายใน มือเรียวยาวของธันวาหยิบดินสอ EE ขึ้นมา ปลายไส้สีดำสนิทกดลงบนจุดเชื่อมต่อโครงสร้างหลักของฐานราก—จุดที่วิศวกรทุกคนรู้ดีว่าเป็นหัวใจสำคัญของการรับน้ำหนัก แต่มันก็เป็นจุดที่เปราะบางที่สุดหากคำนวณค่าความปลอดภัย (Safety Factor) ให้ลดลงเพียงเล็กน้อยเพื่อแลกกับการประหยัดต้นทุน เขาย้อนนึกถึงรอยยิ้มเยือกเย็นของรินรดาจากเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน มือที่เคยถือปากกาด้วยความลังเลบัดนี้มั่นคงราวกับเหล็กกล้า เธอไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาเคยปรากฏภาพในใจ ความแค้นและความอยุติธรรมได้หล่อหลอมให้หญิงสาวผู้มีอุดมการณ์สูงส่งคนนี้กลายเป็นพันธมิตรในเงาที่น่ากลัวที่สุด และนั่นทำให้ธันวาต้องเร่งมือ ก่อนที่หมากตารางนี้จะถูกอัครพลรวบกินจนหมดกระดาน "คุณคิดจะทำลายตึกที่ตัวเองเป็นคนร่างแบบขึ้นมาจริงๆ หรือครับ ธันวา" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ธันวาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาผ่านเงาสลัว รินรดาก้าวเท้าออกมาจากความมืด สวมเสื้อสูทสีเข้มเรียบง่ายแต่แฝงความดุดัน แววตาของเธอในยามนี้ไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงประกายไฟแห่งการชำระแค้นที่สุกสกาว "ผมไม่ได้ทำลายมันครับ รินรดา" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา "ผมแค่กำลังคืนความยุติธรรมให้กับโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ถูกบิดเบือนต่างหาก อัครพลอยากได้ตึกที่สูงที่สุดในเมืองโดยแลกกับการตัดทอนเหล็กเสริมแรงในคานรับน้ำหนัก เขาลืมไปว่าความโลภไม่มีทางเอาชนะกฎฟิสิกส์ได้" รินรดาเดินเข้ามาหยุดยืนที่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแปลนพิมพ์เขียวตรงจุดที่ธันวาเพิ่งวงกลมเน้นย้ำ "คุณกำลังจะบอกว่า... โครงการนี้จะพังทลายลงมาด้วยน้ำมือของมันเองอย่างนั้นหรือคะ... Eh, อย่างนั้นหรือครับ" เธอเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ก็แก้คำพูดทันทีด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเอง "ฉันหมายถึง... มันจะไม่ดูโหดร้ายเกินไปหน่อยหรือ ที่ชีวิตคนบริสุทธิ์นับร้อยต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย" "ใครบอกว่าผมจะปล่อยให้มันพังลงมาทับคนอื่นล่ะครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบจับจ้องรินรดาอย่างลึกซึ้ง "ตึกนี้จะไม่ถล่มลงมาคร่าชีวิตใครทั้งสิ้น แต่มันจะ 'ทรุดตัว' ในระดับมิลลิเมตรจนใช้งานต่อไม่ได้ในทางวิศวกรรม ความเสียหายนั้นจะไม่ทำให้ใครตาย... แต่มันจะทำลายความน่าเชื่อถือของอาณาจักรอัครพลจนป่นปี้ ไม่มีธนาคารไหนกล้าปล่อยกู้ ไม่มีนักลงทุนหน้าไหนกล้าเอาเงินมาเสี่ยงกับตึกที่โครงสร้างร้าวรานตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ" ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ บทสนทนาเชิงจิตวิทยาและการคำนวณทางวิศวกรรมของคนทั้งคู่สะท้อนถึงความฉลาดเฉลียวที่ทันกัน ธันวาและรินรดาต่างยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายกับความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งบางครั้ง... มันก็สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง "คุณนี่มันปีศาจชัดๆ ธันวา" รินรดากล่าวเบาๆ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ "แต่เป็นปีศาจที่ฉันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... น่าร่วมงานด้วยที่สุด" "เราร่วมมือกันเพราะความจำเป็นต่างหากครับ ไม่ใช่เสน่หา" ธันวาเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ข้อมูลบัญชีลับของอัครพลที่คุณหามาได้เมื่อคืน คือกุญแจดอกแรก แปลนโครงสร้างที่ผมกำลังแก้เกมอยู่คือดอกที่สอง และคืนนี้... เราจะไปเอาดอกที่สามกัน" "ที่ไหนล่ะครับ?" รินรดาเลิกคิ้วถามด้วยความสนใจ "ไซต์งานก่อสร้างโซน B ของโครงการ" ธันวาตอบพร้อมกับปิดแฟ้มแปลนพิมพ์เขียวลงเสียงดังสนั่น "ที่นั่นมีการลักลอบใช้คอนกรีตได้มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์ และถ้าเราเข้าไปเก็บตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ได้ทันก่อนที่พวกมันจะเทปูนทับ... อัครพลจะดิ้นไม่หลุดแน่นอน" ทั้งคู่เตรียมตัวออกเดินทาง ความเงียบงันในยามวิกาลของมหานครแห่งนี้ไม่ได้หลับใหล แต่มันซ่อนความลับ ความโลภ และการชำระแค้นเอาไว้ใต้แสงไฟนีออนระยิบระยับ รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนที่ว่าง ทว่า... เมื่อมาถึงหน้าไซต์งานก่อสร้างที่ควรจะมืดสนิทและไร้ผู้คน ธันวาและรินรดากลับต้องเบรกกะทันหันจนล้อยางส่งเสียงครูดคราดบนพื้นถนน รั้วสังกะสีหน้าไซต์งานถูกเปิดอ้ากว้าง รถบรรทุกปูนผสมคอนกรีตสามคันกำลังจอดเดินเครื่องเสียงดังสนั่น แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องลงบนพื้นที่ก่อสร้าง และที่กลางลานกว้างนั้น... ร่างท้วมของอัครพลกำลังยืนกอดอกยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับเขาร่วงรู้ทุกย่างก้าวของพวกเขาทุกประการ อัครพลหันมามองตรงมาที่รถของพวกเขา พร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเกมหมากกลของเมืองใหญ่บทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%