คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 17

กลยุทธ์การขายที่ชาญฉลาด

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"กระดาษแผ่นเดียวที่พวกท่านถืออยู่ตอนนี้ หากนำไปชั่งขายเป็นเศษกระดาษ อาจแลกแป้งสาลีได้ไม่ถึงครึ่งชั่งด้วยซ้ำครับ... แต่ถ้าพวกท่านเชื่อใจผม นำมันมาแลกเปลี่ยนเป็นสิทธิ์ในการซื้อ 'สบู่สมุนไพรสูตรลับ' ล็อตแรกก่อนใคร ผลลัพธ์ที่จะกลับคืนสู่มือพวกท่าน ย่อมไม่ใช่แค่แป้งสาลีครึ่งชั่งอย่างแน่นอน" เสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานและเปี่ยมด้วยอำนาจการโน้มน้าวใจของพัดชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชนหน้าสหกรณ์ประจำคอมมูน ในยุคปี 1970 ที่การค้าขายเสรีเป็นเรื่องต้องห้ามและสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิดถูกควบคุมด้วยระบบปันส่วน การนำกลยุทธ์การตลาดแบบ "การจองล่วงหน้า" หรือที่โลกยุคใหม่เรียกว่า *Pre-order* มาใช้ จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านตาดำๆ ไม่เคยพบเห็นมาก่อน พวกเขากำกระดาษแผ่นบางที่พัดชาตัดแต่งอย่างประณีต ในนั้นประทับตราลายนิ้วมือและตัวอักษรจีนตัวบรรจงด้วยหมึกสีแดงสด มันคือตั๋วแลกสินค้าล่วงหน้า... นวัตกรรมทางธุรกิจชิ้นแรกที่เกิดจากมันสมองของอดีตศัลยแพทย์ผู้พลิกผันชะตาชีวิตมาเป็นพ่อค้าจำเป็น ดวงตาของป้าอวิ๋น หญิงสูงอายุผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเขี้ยวที่สุดในหมู่บ้านกะพริบปริบๆ นางมองตั๋วในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงรอยยิ้มจางๆ ของพัดชา "หมอพัด... เจ้าแน่ใจนะว่าสบู่ก้อนนี้ของเจ้า จะช่วยรักษาโรคผิวหนังผื่นคันที่พวกเราเป็นกันอยู่จริงๆ ไม่ได้หลอกเอาเงินหยวนเก็บก้นหีบของพวกเราไปหรอกนะ?" ป้าอวิ๋นเอ่ยถามด้วยความลังเล มือเหี่ยวย่นกำตั๋วแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ พัดชาไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดแม้แต่น้อย เขายกยောมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างสุภาพ ชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบสะอาดสะอ้านก้าวเข้าไปใกล้ป้าอวิ๋นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันระเหยไพลและสะระแหน่ที่ติดตัวเขาอยู่โชยเข้าจมูกนางทันที "ป้าอวิ๋นครับ ผิวหนังบริเวณข้อพับของท่านมักจะคันและตกสะเก็ดทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยนเข้าสู่หน้าหนาวใช่ไหมครับ? ลองเงยหน้าขึ้นมองสิครับ สามีของผม... สิงหา กำลังแบกฟืนกองใหญ่นั่นไปส่งให้บ้านท่านอยู่ ไม่ใช่เพราะเราว่างงาน แต่เพราะเราตั้งใจแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดต่างหาก หากสบู่ของผมใช้ไม่ได้ผลตามที่รับปาก ท่านมาพังแผงขายของผมได้เลยครับ" คำพูดที่หนักแน่นและจริงใจ ประกอบกับการกระทำของสิงหา ร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานหนักด้วยความซื่อースัตย์และแข็งขัน ทำให้ชาวบ้านที่ยืนล้อมวงอยู่เริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความพึงพอใจ ความหวาดระแวงในทีแรกค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นทีละน้อย ในมุมมืดของตรอกแคบๆ ใกล้กับที่ทำการคอมมูน ป้าสะใภ้ใหญ่และหลานสาวจอมเจ้าเล่ห์อย่างอี้ว์หลานยืนกัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก พวกนางแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความริษยาจนตาแทบเป็นไฟ "นัง... เอ๊ย ไอ้หมอหน้าตัวเมียนั่นมันใช้วิธีอะไรหลอกลวงชาวบ้านกันวะแม่!" อี้ว์หลานกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า เนื้อ "จู่ๆ ก็เอาเศษกระดาษมาแจก แล้วชาวบ้านก็แห่กันเอาเงินหยวนไปให้มัน ดูสิ! แค่พริบตาเดียว เงินเก็บของป้าอวิ๋นก็ไปอยู่ในมือมันแล้ว!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาหრი่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ "หึ คิดว่าจะรวยอวดพวกเราได้ง่ายๆ อย่างนั้นเรอะ? สมัยนี้การค้าขายส่วนตัวถือเป็นการเก็งกำไร! ถ้าเราไปแจ้งสารวัตรคอมมูนว่ามันลักลอบค้าขายและปลอมแปลงตั๋วแลกสินค้า... ของพวกนั้นทั้งหมด รวมทั้งสูตรสบู่ประหลาดนั่น ก็จะต้องถูกยึดเป็นของส่วนรวม!" ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในหัวของสองแม่ลูกทันที โดยไม่รู้เลยว่า ทุกย่างก้าวและความคิดของพวกนาง อยู่ในสายตาและการคาดการณ์ของพัดชามาโดยตลอดตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อหันกลับมามองหน้างาน พัดชาก็กวาดสายตามองตั๋วแลกสินค้าที่ถูกจองจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขารับเงินหยวนและคูปองอาหารที่ชาวบ้านทยอยส่งให้อย่างเป็นระเบียบ โดยมีสิงหาคอยยืนคุมเชิงรักษาความปลอดภัยอยู่เคียงข้างอย่างเงียบเชียบและมั่นคง "เรียบร้อยครับ วันพรุ่งนี้เวลานี้ ขอให้ทุกท่านนำตั๋วใบนี้มารับสบู่สมุนไพรล็อตแรกได้ที่นี่ รับรองว่าคุณภาพเกินราคาแน่นอนครับ" พัดชากล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนรอบข้างยิ่งนัก เมื่อฝูงชนเริ่มแยกย้ายกันกลับบ้าน สิงหาจึงก้าวเข้าไปหาภรรยาหนุ่ม ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยความเป็นห่วง "พัดชา... เจ้าทำแบบนี้พวกคนตระกูลนั้นต้องไม่ยอมรามือแน่ เจ้าวางแผนไว้แล้วใช่ไหม?" พัดชาหันไปมองสามี รอยยิ้มเยือกเย็นฉายแววในดวงตาคู่คม เขายื่นมือไปหยิบถุงผ้าใส่เงินสดก้อนโตที่เพิ่งได้มาส่งให้สิงหาถือไว้ "พวกเขารอไม่ไหวหรอกครับสิงหา... ป่านนี้คงวิ่งแจ้นไปฟ้องสารวัตรคอมมูนแล้วกระมัง" พัดชาหัวเราะในลำคอเบาๆ "ปล่อยให้พวกเขาไปตามทางที่อยากไปเถอะครับ เพราะสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือการกลับบ้านไปเตรียมต้อนรับ 'แขกไม่速เชิญ' ที่กำลังจะมาถึงต่างหาก" สิงหาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม เขารวบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวเบาๆ ด้วยความรักและเทิดทูน "ถ้าอย่างนั้น... เย็นนี้ข้าจะตุ๋นซุปกระดูกหมูใส่โสมป่าที่เจ้าชอบไว้รอ ปล่อยให้พวกแมลงหวี่แมลงวันมันดิ้นรนไปเถอะ" กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนงวดได้ที่ เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักหลังน้อยเมื่อทั้งสองกลับมาถึง ความอบอุ่นในครอบครัวกำลังผสานเข้ากับบรรยากาศอันเงียบสงบของยามเย็น ทว่า ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นาน... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมา พร้อมกับเสียงตะโกนโวกเวกโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของสารวัตรคอมมูนและเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่แผדแผดเผาเข้ามา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หมอพัดกับไอ้สามีชั่วช้า พวกแกกล้าดีอย่างไรถึงลักลอบค้าขายผิดกฎหมายและฉ้อโกงชาวบ้าน! วันนี้ฉันจะลากพวกแกไปเข้าคุกให้เข็ด!" พัดชาชะงักมือที่กำลังตักซุปใส่ถ้วยเล็กน้อย เขาวางทัพพีลงช้าๆ หันไปสบตากับสิงหาที่ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มยกผ้าเช็ดมือขึ้นเช็ดนิ้วอย่างใจเย็น ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาบางเบา "มากันเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..." พัดชาพึมพำเบาๆ "และดูเหมือนว่า... คราวนี้พวกเขาคงเตรียมหลักฐาน 'มัดตัว' เราไว้แน่นหนาเสียด้วยสิครับ" สิงหาแค่นเสียงในลำคออย่างเย็นชา พร้อมก้าวเท้าไปที่ประตูบ้านเพื่อเตรียมกระชากมันเปิดออกเผชิญหน้า (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%