กล่องไม้สนเก่าคร่ำคร่าสีเข้มใบนั้น ถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *ทึบ* สะท้อนความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานแรมเดือนของลุงเฉิน ผู้ใหญ่บ้านผู้ถือความสัตย์เป็นสรقة
พัดชาปรายตามองกล่องใบนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและร่องรอยแห่งกาลเวลาของชายสูงอายุตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของอดีตศัลยแพทย์ยังคงบรรจงคีบใบโสมป่าอายุหลายสิบปีลงในตะกร้าสานอย่างใจเย็น กลิ่นหอมอวลของสมุนไพรและไอน้ำจากเตาฟืนช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในห้องครัวเล็ก ๆ นี้ให้เจือจางลง
"ผมรู้ว่ามันเสี่ยงที่จะเอาออกมาให้คุณพัดชาตอนนี้..." ลุงเฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหยาบกร้านลูบกางเกงผ้าฝ้ายของตัวเองไปมา "แต่ถ้าปล่อยให้พวกมันเอาไปทำลายหลักฐาน... สมบัติของตระกูลคุณที่ปู่ทวดตั้งใจทิ้งไว้ให้เพื่อตั้งตัวในยุคสมัยบ้าคลั่งนี้ คงต้องตกไปอยู่ในมือของคนตระกูลจ้าวที่จ้องจะฮุบมาตลอดโดยไม่เหลืออะไรเลย"
สิงหาที่ยืนเงียบเชียบทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอยู่ด้านหลังภรรยา ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะอีกนิด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกันหนาวตัวเก่าแผ่ไอความอบอุ่นและคุกคามในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบกวาดตามองรอบบริเวณหน้าต่างเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง
"เปิดดูเถอะครับพัดชา เราต้องรู้ให้ได้ว่าข้างในซ่อนอะไรไว้บ้าง"
พัดชานิ่งไปชั่วขณะ เธอวางก้านโสมในมือลง หยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือช้า ๆ อย่างมีสติ ไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่คมนั้นเลยแม้แต่น้อย สำนึกของอดีตแพทย์ผู้เคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนบอกเธอว่า ความจริงมักมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และตระกูลจ้าว—ญาติผู้พี่จอมตะกละที่เคยเหยียบย่ำแม่ของเธอจนตรอมใจตาย จะต้องชดใช้ทุกสิ่งด้วยดอกเบี้ยที่ทบต้นทบดอก
นิ้วเรียวปลดตัวล็อกสนิมเขรอะออก ฝาไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดอันน่ารำคาญใจก่อนจะเปิดอ้าออกเผยให้เห็นสิ่งของข้างใน
ท่ามกลางกลิ่นอับของกาลเวลา เอกสารกระดาษสาเก่า ๆ ปึกหนึ่งวางนอนสงบนิ่งอยู่บนผ้าแพรสีแดงซีดจาง ด้านบนสุดคือสมุดบัญชีทรัพย์สินที่จดบันทึกด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อยของปู่ทวด และที่สะดุดตาที่สุดคือ "โฉนดที่ดิน" ผืนใหญ่แปลงงามริมแม่น้ำที่ถูกอ้างสิทธิ์ปลอมแปลงโดยผู้ทรงอิทธิพลในอำเภอเมื่อสิบปีก่อน
พัดชาหยิบสมุดบัญชีเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู ดวงตาคู่สวยกวาดมองตัวเลขและรายชื่อทรัพย์สิน ทองคำแท่ง และตำรับยาโบราณที่สูญหาย ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด ยิ่งอ่าน รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของเธอก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
"พวกมันฉลาดแกงโกงไม่เบาเลยนะครับ..." พัดชาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "คิดว่าสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาสวมสิทธิ์ แล้วตระกูลพัดจะกลายเป็นขอทานไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินนะครับคุณพัดชา" ลุงเฉินโน้มตัวเข้ามาใกล้กระซิบด้วยความหวาดระแวง "ไอ้กวนอู ลูกชายคนโตของบ้านนั้น ช่วงนี้มันเอาเงินไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองบ่อยครั้ง แถมยังพูดจาโอ้อวดว่ากำลังจะได้ใบอนุญาตเปิดร้านขายยาหลวง... ผมเกรงว่าพวกมันกำลังจะเอาตำรับยาตระกูลคุณไปขายให้พ่อค้าคนกลางจากเมืองหลวง"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฟืนปะทุในเตาไฟดังเปรี๊ยะปร๊ะ สิงหาเอื้อมมือมาวางทับลงบนไหล่บางของภรรยาเบา ๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของสามีถ่ายทอดความหนักแน่นมาสู่เธอ พัดชาหันไปสบตากับเขา แววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งไร้คำพูดใด ๆ แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจอันสมบูรณ์
"ปล่อยให้มันเอาไป..." พัดชายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ลุงเฉินถึงกับรู้สึกหนสันหลังวาบ "ของที่ขโมยไป ยิ่งทำให้มันถือครองได้นานเท่าไหร่... เวลาที่ต้องชดใช้ก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น"
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่เตาไฟซึ่งตอนนี้ หม้อตุ๋นยาบำรุงเลือดใส่ไก่ดำและสมุนไพรจีนสูตรลับกำลังเดือดปุด ๆ กลิ่นหอมกรุ่นของรากโสม พุทราจีน และเห็ดหอมลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นหอมละมุนที่ผสมผสานความอบอุ่นของบ้านและพลังแห่งการฟื้นฟู ช่างตัดกับความตึงเครียดของสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง
พัดชาตักน้ำซุปสีอำพันใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะยื่นให้ลุงเฉินด้วยท่าทีสุภาพ
"ขอบคุณมากนะครับลุงเฉินที่เสี่ยงเอาหลักฐานนี้มาให้ หลักฐานชิ้นนี้ไม่เพียงแต่จะทวงคืนสมบัติของตระกูลผมเท่านั้น... แต่มันจะกลายเป็นบ่วงเชือกที่รัดคอคนตระกูลจ้าวให้ดิ้นไม่หลุดด้วยเช่นกัน"
ลุงเฉินรับถ้วยซุปมาถือไว้ มือยังคงสั่นเล็กน้อย แต่เมื่อได้กลิ่นหอมและซดน้ำซุปร้อน ๆ เข้าไป ความกังวลในใจก็พลันมลายหายไป เหลือเพียงความเชื่อมั่นอย่างล้นพ้นในตัวของหญิงสาวคนนี้
หลังจากลุงเฉินขอตัวกลับออกไปทางประตูหลังเพื่อความปลอดภัย พัดชาจึงหันมาจัดการกับเอกสารทั้งหมด เธอนำมันใส่ลงในห่อผ้ากันน้ำอย่างดี ก่อนจะซ่อนไว้ใต้พื้นไม้กระดานลับที่สิงหาเพิ่งช่วยกันซ่อมแซมเมื่อสัปดาห์ก่อน
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังจะจัดเตรียมสำรับมื้อค่ำ—เมนูหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงรสชาติเข้มข้นที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณบ้านหลังน้อย— เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนหยาบคายที่คุ้นเคยดีดังแทรกเข้ามาในความเงียบยามพลบค่ำ
"อีพัดชา! เปิดประตูเด้! แกซ่อนตัวอะไรไว้ในบ้าน ส่งคนมาขโมยของบ้านฉันใช่ไหม ออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้!"
เสียงนั้นคือเสียงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลจ้าว ผู้มาพร้อมกับความโลภและแผนการชั่วร้ายที่ไม่เคยหยุดหย่อน และดูเหมือนว่า... พวกมันจะรู้ตัวเร็วกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก
สิงหาขมวดคิ้วมุ่น วางตะหลิวในมือลงอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาหันไปมองภรรยาด้วยความห่วงใย แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นรอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าของพัดชา รอยยิ้มที่เปล่งประกายเยือกเย็นราวกับผู้ล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับด้วยความสมัครใจ
พัดชายกมือขึ้นห้ามสามีที่กำลังจะก้าวออกไปเปิดประตู เธอเอ่ยเสียงเรียบแต่กังวานชัดเจนในความเงียบ
"ไม่ต้องรีบหละครับคุณพี่... ในเมื่อพวกมันวิ่งมาหาที่ตายถึงที่เองแบบนี้ เราก็ควรต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติหน่อยไม่ใช่หรือครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สาดความสะใจ และสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 18
เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!