"พวกแกกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง ในเมื่อคืนวันที่ไข้ขึ้นสูงจนเพ้อ มือสกปรกของพวกแกนั่นแหละที่เป็นคนล็อกประตูหน้าต่าง ปล่อยให้ร่างเดิมนอนหนาวสั่นรอความตายอยู่บนเตียงแผ่นนั้น!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากรอบวงกบไม้เก่าคร่ำครึ
พัดชานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรด สายตาคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามคนที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่และลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนไข้ที่ควรจะตายไปตั้งแต่วันพายุเข้าเมื่อเดือนก่อน จะฟื้นคืนสติกลับมาพร้อมกับแววตาที่กดดันเสียยิ่งกว่าผู้พิพากษาในศาลสูง
ภายในห้องโถงคับแคบของบ้านพักหลังน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและโสมป่า" ลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก หม้อดินเผาใบบัวตั้งเคี่ยวอยู่บนเตาถ่านส่งเสียงปุดๆ เบาๆ ราวกับจะคอยจับจ้องทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนตระกูลไร้ยางอายกลุ่มนี้
"พัด... พัดชา หลานพูดเรื่องอะไรกัน ป้า... ป้าไม่เห็นเข้าใจ" หญิงสูงวัยร่างท้วมหัวเราะแห้งๆ พยายามหลบสายตาที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งของพัดชา มือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนต้องกุมเข้าหากันแน่น "พวกเราแค่เป็นห่วง กลัวหลานจะเหงา เลยเอาไก่บ้านต้มมาฝาก..."
"ห่วงงั้นหรือครับ?" พัดชาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ห่วงจนต้องรีบมาค้นหาลิ้นชักโต๊ะทำงานทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เพื่อหาโฉนดที่ดินแปลงเล็กหลังบ้านกับสมุดบัญชีเงินฝากที่แม่ฉันทิ้งไว้ให้สินะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูกพี่ลูกน้องชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์หน้าเสีย เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะทำท่าทางฮึดฮัดกลบเกลื่อนความผิด "แกอย่ามาพูดจาใส่ร้ายนะพัดชา! แกก็แค่คนป่วยที่ฟื้นขึ้นมาเพ้อเจ้อ แม่ฉันหวังดีแท้ๆ แต่แกกลับมากล่าวหาว่าพวกเราฆ่าคนเหรอ หลักฐานก็ไม่มี ระวังฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าแกหมิ่นประมาท!"
พัดชาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายกถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนช่วยสงบประสาท แต่สมองกลับทำงานด้วยความเร็วสูง ภาพความทรงจำของร่างเดิมที่ไหลย้อนเข้ามาในหัว ประกอบกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่เขาเพิ่งเก็บกวาดได้จากใต้ถุนบ้านเมื่อวานนี้ ทำให้ทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
ในยุค 80 ที่กฎหมายและการแพทย์ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ การฆ่าคนโดยการปล่อยให้ตายอย่างช้าๆ เป็นวิธีที่พวกคนเห็นแก่ตัวมักใช้เพื่อฮุบสมบัติ และพวกมันก็คิดว่าความลับนี้จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างอันไร้วิญญาณของเจ้าของเดิม
แต่พวกมันลืมไปว่า... ตอนนี้ร่างนี้ไม่ได้ถูกครอบครองโดยคนอ่อนแออีกต่อไปแล้ว
"หลักฐานน่ะมีสครับ..." เสียงทุ้มต่ำและหนักแน่นดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน สิงหา ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบแต่น่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานเปื้อนฝุ่นดินและเหงื่อไคล แววตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังผู้บุกรุกทั้งสามราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อ ในมือของเขาถือกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินซื้อยาจีนราคาแพงที่ร้านขายยาในอำเภอ เมื่อสองเดือนก่อน—ช่วงเวลาเดียวกับที่ร่างเดิมล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน
"นี่คือใบเสร็จซื้อยาขับพิษอ่อนๆ ที่ใช้ผสมลงในน้ำดื่ม ซึ่งออกในชื่อของป้าใหญ่เอง" สิง้าวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน "และนี่คือบันทึกข้อความจากสถานีอนามัยเรื่องอาการอาหารเป็นพิษซ้ำซ้อน... พวกคุณคิดจริงๆ หรือครับว่า หมออย่างพวกผมจะดูไม่ออกว่าร่องรอยแบบนี้เกิดจากอะไร"
ป้าสะใภ้หน้าถอดสี ขาอ่อนยวบจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานมัดตัวและสายตาที่เฉียบคมของสามีภรรยาคู่นี้
พัดชาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับสิงหาชั่วพริบตา ความอบอุ่นและมั่นคงจากมือหนาที่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ไหล่ทำให้พลังใจของพัดชาพุ่งพล่าน เขาเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นป้าสะใภ้ช้าๆ โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด
"ทางเลือกมีอยู่สองทาง... หนึ่ง คือพวกคุณนำโฉนดที่ดินและเงินทั้งหมดที่โกงไปคืนมาพร้อมดอกเบี้ย แล้วกราบขอขมาที่หน้าบ้านคู่นี้สามครั้ง แล้วเราจะไม่แจ้งความให้ตำรวจอำเภอมารับตัวไป..."
พัดชาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความกดดันกัดกินจิตใจของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้ขนลุก
"...หรือสอง คือเราไปคุยกันต่อหน้าผู้พิพากษาในเรือนจำ พร้อมกับคดีพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งโทษสูงสุดในยุคนี้คืออะไร... ทุกคนก็น่าจะรู้ดีแก่ใจนะครับ"
ความกดดันถาโถมเข้าใส่จนเด็กหนุ่มลูกพี่ลูกน้องร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว ป้าสะใภ้อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อผลลัพธ์ที่จะตามมา
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังถึงจุดไคลแม็กซ์และชัยชนะกำลังจะตกเป็นของพัดชานั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่หน้าบ้าน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นเสียงเคาะที่หนักแน่นและเป็นระเบียบแบบคนฝึกวิชาทหาร
สิงหาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปส่งสายตาเชิงระแวดระวังให้พัดชาก่อนจะก้าวไปเปิดประตูไม้ช้าๆ ทว่าทันทีที่บานประตูถูกผลักออก บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาต้องสะดุดกุน
ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องราชปูชนียสถานชั้นสูง ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมและมีแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของพัดชา พร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่มุมปาก
"สวัสดีครับคุณหมอพัดชา... ผมได้รับรายงานว่า ที่นี่มีเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับการ 'แก้ไขชะตาชีวิต' เกิดขึ้นสินะครับ"
แขกผู้มาเยือนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเยือกเย็น ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท ซึ่งประทับตราลับของทางราชการที่พัดชาจำได้แม่นยำว่าเป็นเอกสารจากส่วนกลาง
ความลับเรื่องการตายของร่างเดิมยังไม่ทันได้สะสาง ปมใหม่ที่ลึกลับและอันตรายกว่ากำลังก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านของพวกเขาเสียแล้ว...
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสะสมแต้มความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ*
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 7
เมื่อความลับเปิดเผย
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!