คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 6

ขัดขวางการโกงที่ดิน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้าพวกคุณกล้าประทับลายนิ้วมือลงบนกระดาษแผ่นนี้โดยไม่มีฉันรู้เห็น... รอยพิมพ์นิ้วมือบนโฉนดแปลงนี้ จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ส่งพวกคุณไปใช้แรงงานในค่ายปรับทัศนคติที่มณฑลเฮยหลงjiangตลอดชีวิต ไม่เชื่อก็ลองดูครับ" น้ำเสียงของพัดชาราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังราวกับคมมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อโดยไร้ความลังเล ภายในห้องโถงคับแคบของบ้านใหญ่ตระกูลเฉิน บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นเหงื่อปะปนกับกลิ่นไอความโลภที่ลอยคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ลุงใหญ่เฉิน หรือ เฉินกั๋วเฉียง ถึงกับชะงัก นิ้วหยาบกร้านที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาถูกค้างเติ่งกลางอากาศ ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องร่างโปร่งของหลานสะใภ้ที่ปกติมักจะก้มหน้าก้มตาทำงานบ้านด้วยความหวาดกลัว แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นกลับคมกริบดั่งเหยี่ยว ทอดมองลงมาที่เขาด้วยความเย้ยหยัน "นัง... นังพัดชา! นี่แกกล้าขู่ผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลอย่างนั้นเรี้ย!" ป้าสะใภ้รองกรีดเสียงแหลมสูง ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นขอบโต๊ะไม้ไผ่ ร่างสูงใหญ่ของสิงหาก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก สิงหาไม่ได้พูดอะofสักคำ เขาเพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตาดุดัน ดั่งพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อหากใครกล้าแตะต้องภรรยาของตน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากชายหนุ่มผู้ผ่านงานหนักและฝึกฝนร่างกายมาอย่างดีทำเอาป้าสะใภ้รองผถอยกรูด หน้าซีดเผือดจนลมแทบจับ "ระวังปากด้วยครับ ป้าสะใภ้" สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "ภรรยาผมพูดความจริง ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านสี่ไร่นั้น เป็นมรดกที่ปู่ย่าฝ่ายแม่ของพัดชายกโฉนดโอนกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ก่อนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม พวกท่านไม่มีสิทธิ์เอาชื่อคนในตระกูลเฉินไปสวมรอยเด็ดขาด" พัดชายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ที่วางเอกสารกองโต มือเรียวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาสะบัดเบาๆ ให้ทุกคนได้เห็นตราประทับสีแดงสดและลายเซ็นรับรองจากสำนักงานที่ดินอำเภอ เอกสารฉบับนี้คือ "ไพ่ตาย" ที่พัดชาใช้เวลากลางดึกในมิติลับค้นหาและพิมพ์สำเนาออกมาจากหอจดหมายเหตุส่วนกลางผ่านระบบ AI ทางการแพทย์ที่ถูกอัปเกรด เมื่อผสานเข้ากับความรู้ด้านกฎหมายที่เขาเคยศึกษาเพื่อปกป้องทรัพย์สินของโรงพยาบาลในชาติก่อน การจัดการกับพวกเหลือบไร่ในยุค 70 จึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยแม้แต่น้อย "พวกท่านคิดว่าการใช้เล่ห์เพทุบายแอบอ้างชื่อคนแก่ที่ล่วงลับไปแล้ว มาทำเรื่องโอนลอยที่อำเภอโดยที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ตัวจริงยังไม่ตาย จะไม่มีใครตรวจสอบพบอย่างนั้นหรือครับ?" พัดชาจ้องมองหน้าเฉินกั๋วเฉียงทีละคน "สมัยนี้กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลเริ่มเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะครับ โทษฐานปลอมแปลงเอกสารทางราชการและฮุบที่ดินผู้อื่นโดยมิชอบ... ผมคิดว่าคุกส10ปี คงจะต้อนรับพวกท่านอย่างอบอุ่นทีเดียว" "แก... แกมันอสรพิษ!" เฉินกั๋วเฉียงคำรามในลำคอ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความแค้นเคืองและความกลัวที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขาไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มจากเมืองกรุงที่ถูกส่งมาแต่งงานกับไอ้บ้านนอกคอกนาอย่างสิงหา จะมีเล่ห์เหลี่ยมและหลักฐานแน่นหนاถึงเพียงนี้ "ขอบคุณที่ชมครับ" พัดชาตอบรับหน้าตาเฉย รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "ผมแค่รักษาสิทธิ์ของตัวเอง หากพวกท่านยังดึงดันจะเซ็นสัญญาฉบับนี้ต่อหน้าผม พรุ่งนี้เช้า... เจ้าหน้าที่จากอำเภอพร้อมหมายศาลจะไปเยี่ยมพวกท่านถึงหน้าบ้าน พร้อมกับข่าวเรื่องการยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายอย่างแน่นอน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงนาฬิกาแขวนผนังดังติ๊กต่อกราวกับนับถอยหลังความพินาศของตระกูลเฉิน เฉินกั๋วเฉียงหอบหายใจหนักหน่วง มือที่ถือปากกาสั่นเทาจนในที่สุด... ปากการาคาถูกก็ร่วงหล่นกระทบพื้นเสียงดังลั่น พัดชากวาดสายตามองเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะ ก่อนจะกวาดมันรวบเข้าหาตัวแล้วเก็บใส่แฟ้มหนังอย่างใจเย็น เขาสบตากับสิงหาที่ส่งยิ้มอ่อนโยนและภาคภูมิใจมาให้ ทั้งสองประสานสายตากันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ศึกแรกในการปกป้องทรัพย์สินและรากฐานชีวิตในยุคนี้... พวกเขาเป็นฝ่ายชนะอย่างงดงาม หลังออกจากบ้านใหญ่ตระกูลเฉิน บรรยากาศยามเย็นของหมู่บ้านชนบทก็เริ่มถูกโอบล้อมด้วยไอหมอกจางๆ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินและฟางข้าวมาปะทะจมูก พัดชาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ความตึงเครียดตลอดทั้งวันมลายหายไปในพริบตา เมื่อนึกถึงแผนการต่อไปในการสร้างความมั่งคั่งและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้สามี "เหนื่อยไหมครับคนดี" สิงหาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ขณะเดินลัดเลาะตามคันนาเพื่อกลับกระท่อมปลายนาของตน "ไม่เลยครับสิงหา ได้จัดการคนพวกนั้น... ถือเป็นการออกกำลังกายย่อยอาหารที่ดีทีเดียว" พัดชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความสุข เมื่อเดินมาใกล้ถึงบริเวณกระท่อม กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศจีนและเนื้อตุ๋นเคี่ยวไฟอ่อนๆ ก็ลอยมาแตะจมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน เป็นกลิ่นหอมล้ำลึกที่ผสานระหว่างโป๊ยกั๊ก ออบเชย ซีอิ๊วหมักโบราณ และความหวานละมุนของหัวไชเท้ามิติลับที่พัดชาแอบเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาถ่านก่อนออกไปจัดการธุระ สิงหาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "กลิ่นหอมอะไรน่ะพัดชา? หอมยิ่งกว่าตอนที่เราทำหมูตุ๋นคราวก่อนเสียอีก" พัดชายิ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขาดึงมือสามีให้เร่งฝีเท้าขึ้นพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงชวนฝัน "นั่นคือเมนู 'เนื้อตุ๋นยาจีนสูตรลับเฉพาะตัว' ที่ผมตั้งใจเคี่ยวข้ามวันเพื่อฉลองชัยชนะของเราวันนี้อย่างไรล่ะครับ... แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้จะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' กำลังแอบซุ่มรอตักกินอยู่ตรงหน้าประตูบ้านของเราเสียแล้วสิครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสะสมแต้มความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%