คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 2

สมุนไพรขัดจังหวะ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เสียงครางฮื่อด้วยความเจ็บปวดดังเล็ดลอดออกมาจากบ้านดินหลังคาแฝกของตระกูลเฉิน ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากแปลงนาขั้นบันไดไปสามหลังคาเรือน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงร้องไห้ฟูมฟาย แต่เป็นเสียงสูดปากด้วยความจุกเสียดจนตัวงอเป็นกุ้งของ "ลุงหม่า" หัวหน้าทีมขุดลอกคูคลองประจำคอมมูน พัดชาชะงักมือจากการล้างรากโสมตังกุยในกะละมังไม้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับสิงหาที่เพิ่งเดินแบกฟืนเข้ามาพอดี ดวงตาคมกริบของอดีตศัลยแพทย์ฉายแววครุ่นคิดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะวางมือลงบนผ้าขนหนูผืนเก่า "เสียงแบบนั้น... ลำไส้อักเสบเฉียบพลันจากอาหารไม่ย่อย หรือไม่ก็อาการเกร็งตัวของทางเดินอาหารจากการทำงานหนักกลางแดดจัด" พัดชาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่สิงหาที่หูไวเป็นทุนเดิมกลับได้ยินชัดเจน "ลุงหม่าแกเป็นคนดื้อรั้นครับ ช่วงนี้งานขุดคลองเร่งด่วน แกคงกินข้าวเย็นที่ยังไม่สุกดีแล้วลงไปลุยน้ำเย็นจัด อาการกำเริบอีกแล้วแน่ๆ" สิง่าวางฟืนลงเสียงดังอย่างระมัดระวังไม่ให้สะเทือนภรรยา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงห่วงใย "คุณจะไปดูหน่อยไหมครับ เดี๋ยวผมเดินไปเป็นเพื่อน" พัดชานิ่งไปครู่หนึ่ง เขายังไม่อยากทำตัวโดดเด่นในหมู่บ้านยุค 1970 แห่งนี้ที่มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และเพิ่งผ่านพ้นยุคสมัยอันตระหนกตกตื่นมาหมาดๆ การเป็นหมอแผนปัจจุบันในร่างของยุวชนความรู้ตกยาก อาจดึงดูดสายตาสอดรู้สอดเห็นของพวกป้าข้างบ้านได้ง่าย ทว่า... การสร้างพันธมิตรที่ทรงอิทธิพลในท้องถิ่นย่อมมีประโยชน์กว่าการเก็บตัวเงียบๆ ในมุมมืด "ไปสครับ" พัดชาลุกขึ้นยืนปัดเศษดินตามชายเสื้อ "หยิบขวดเซรามิกสีชาใบเล็กในตู้เก็บของมาด้วย... อันที่เราหมักน้ำส้มสายชูกับรากขิงแก่ไว้เมื่อวาน" เมื่อสองสามีภรรยาเดินมาถึงหน้าบ้านตระกูลเฉิน ภาพที่ปรากฏคือบรรดาญาติพี่น้องกำลังยืนล้อมวงกันหน้าดำครึครี บางคนเสนอให้ไปตามหมอผีประจำหมู่บ้านมาทำพิธีไล่ภูตผี บางคนก็บอกให้ต้มน้ำปัสสาวะเด็กชายมากินตามความเชื่อโบราณ พัดชาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคืองใจกับความงมงายไร้สาระเหล่านี้ "หลบหน่อยครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของสิงหาดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาบังภรรยาไว้เสมือนกำแพงมนุษย์ ทำให้ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงจอแจต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ เพราะเกรงใจในความเงียบขรึมและฝีมือการทำงานของหัวหน้าหน่วยเกษตรกรผู้นี้ "พวกท่านกำลังจะฆ่าลุงหม่าทางอ้อมหรือไงครับ" พัดชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เย็นเยียบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา "น้ำปัสสาวะเด็กชายอะไรนั่น นอกจากจะไม่ได้ช่วยให้ลำไส้คลายตัวแล้ว ยังจะทำให้ติดเชื้อในทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นไปอีก หากลุงหม่าเป็นอะไรไป คนที่ยืนอยู่ตรงนี้คงต้องรับผิดชอบข้อหาปล่อยให้คนป่วยขาดการรักษาที่ถูกต้องนะ" ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ถือตัวว่าเป็นคนเก่าคนแก่ทำท่าจะอ้าปากเถียง แต่พอสปอตไลท์สายตาคมกริบของพัดชาตวัดกลับมามอง พร้อมกับออร่าความกดดันแบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เคยควบคุมห้องผ่าตัดมานับร้อยเคส ทำให้หญิงสูงวัยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว พัดชาไม่สนใจสายตาใครอีก เขาเดินตรงเข้าไปในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น บนเตียงไม้ไผ่ ลุงหม่านอนตัวงอ ใบซีดเซียวเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือทั้งสองข้างกุมท้องแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ลุงหม่าครับ ได้ยินผมไหม" พัดชานั่งลงข้างเตียง สัมผัสข้อมือเพื่อจับชีพจรอย่างรวดเร็วและแม่นยำ "ชีพจรเต้นเร็วและตึง อาการเกร็งแบบนี้เกิดจากความเย็นชื้นเข้าไปสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้... สิงหา เอาขวดน้ำขิงสกัดที่ผมให้ถือมาซิ" สิงหารีบส่งขวดเซรามิกให้ทันที พัดชาเปิดจุกไม้ออก กลิ่นหอมฉุนของขิงแก่ผสมผสานกับความเปรี้ยวละมุนของน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวเจ้าพุ่งกระจายไปทั่วห้องทันที กลิ่นอายความอบอุ่นนั้นเตะจมูกทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตู "ดื่มนี่เข้าไปครึ่งแก้วครับ" พัดชาประคองศีรษะลุงหม่าขึ้นอย่างนิ่มนวล บังคับให้ชายชราดื่มของเหลวรสชาติร้อนแรงนั้นลงคอไป ช่วงแรก ลุงหม่าทำท่าจะสำลักด้วยความเผ็ดร้อน แต่เพียงไม่ถึงสามลมหายใจ ความร้อนจากขิงที่ผสานฤทธิ์กับกรดอ่อนๆ ก็วิ่งลงสู่กระเพาะอาหารราวกับสายธารอุ่นที่ไหลผ่านแผ่นน้ำแข็ง เสียงครางด้วยความเจ็บปวดค่อยๆ เงียบลง สีหน้าที่เคยเขียวคล้ำเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมา ลุงหม่าสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งแรกในรอบสามชั่วโมง "อ่า... รู้สึกเหมือนมีไฟอุ่นๆ วิ่งผ่านท้อง... หาย... หายปวดแล้วไอ้หนู!" ลุงหม่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยุงตัวลุกขึ้นนั่งได้ทันทีท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในห้อง บรรดาญาติที่เคยทำท่าทางดูแคลนต่างอ้าปากค้าง มองหน้ากันด้วยความเลื่อมใส ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เคยจะอ้าปากเถียงเมื่อครู่ ตอนนี้ทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ ส่งเสียงพึมพำชื่นชมออกมาเบาๆ พัดชาแย้มยิ้มบางๆ อย่างสุภาพ เขาวางขวดลงบนโต๊ะข้างเตียง "อาการดีขึ้นแล้ว แต่ช่วงสามวันนี้ห้ามกินอาหารมัน อาหารดิบ หรือของเย็นเด็ดขาด ให้กินแต่วุ้นเส้นต้มใส่ขิงอ่อนซอยกับเกลือเล็กน้อย อาการจะหายขาดและไม่กลับมาเป็นอีกครับ" กล่าวจบ พัดชาก็ลุกขึ้นยืนปัดกางเกงเล็กน้อย เตรียมจะเดินออกจากห้องโดยไม่รอคำสรรเสริญใดๆ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังก้าวเท้าผ่านธรณีประตูบ้านตระกูลเฉินนั่นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงตะโกนโهاมฮากก็ดังขึ้นจากทางปากทางหมู่บ้าน "แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานตากเมล็ดพันธุ์พืช!" ยุวชนชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อเปียกชุ่ม "ท่านหัวหน้าคอมมูน... ท่านหัวหน้าคอมมูนเป็นลมล้มพับไปกลางแดด ตัวร้อนจัด ตาเหลือง หายใจไม่ออก อาการเหมือนโรคห่าเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด... ตอนนี้ทุกคนกำลังแตกตื่นหนีกันอลหม่านแล้วครับ!" ทุกคนในบริเวณนั้นต่างหน้าถอดสีทันที โรคระบาดหรืออาการกำเริบกะทันหันของหัวหน้าคอมมูนผู้มีอำนาจเด็ดขาดในหมู่บ้าน ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่อาจทำให้ทั้งหมู่บ้านถูกกักบริเวณและอดอยากตลอดฤดูหนาวนี้ สิงหาขมวดคิ้วแน่น หันมามองภรรยาด้วยความกังวล แต่พัดชากลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ทิศทางลมด้วยความเยือกเย็น ริมฝีปากหยักสวยคลيยิ้มเยርขึ้นมาน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้สิงหารู้สึกใจเต้นรำและหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน "โรคห่าอะไรกัน..." พัดชาพึมพำเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน "นั่นมันอาการของพิษตับอักเสบเฉียบพลันจากการกินเห็ดพิษป่าต่างหาก... พวกเขากำลังจะฆ่าคนสำคัญที่สุดของอำเภอด้วยความโง่เขลาแล้วล่ะครับ" พัดชาหันหลังกลับ เผชิญหน้ากับความโกลาหลที่กำลังคืบคลานเข้ามา โดยมีสิงหายืนหยัดเคียงข้างไม่ห่าง ราวกับเสือโคร่งสองตัวที่เตรียมตัวล่าเหยื่อในอาณาจักรของตนเอง โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและช่วยชีวิตผู้คนไปกับหมอภัทรนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%