"เงินห้าร้อยหยวนกับแป้งข้าวเจ้าสองกระสอบนี้... ก็ถือว่าซื้อขาดตัวนังเด็กนี่ไปเสีย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มันไม่ใช่คนของตระกูลพัดแล้ว!"
เสียงทุบโต๊ะไม้สนเสียงดังสนั่น พร้อมกับแรงเขย่าร่างที่ไร้เรี่ยวแรงจนศีรษะโคลงเคลงไปตามแรงกระชาก กลิ่นอับชื้นของบ้านดินเก่าๆ และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อไคลตีรวนขึ้นมาเตะจมูก พัดชากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ปลายประสาทรับความรู้สึกเริ่มตื่นตัว ความเจ็บแปลบบริเวณท้ายทอยจากการถูกกระแทกเมื่อครู่แล่นริ้วเข้าสู่สมอง
นี่ไม่ใช่ห้องไอซียูของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชื่อดังในปักกิ่ง ที่ซึ่งเขายืนบัญชาการผ่าตัดเคสยากติดต่อกันสิบสองชั่วโมง... นี่คือกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงปี 1978 ยุคสมัยที่ความกันดารและความยากจนข้นแค้นกัดกินจิตวิญญาณของผู้คนจนหมดสิ้น
"พวกท่านจะใจร้ายเกินไปแล้ว! พัดชาเพิ่งจะอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ จะให้แต่งงานกับตาแก่ตระกูลเฉินที่แก่คราวพ่อได้อย่างไร!" เสียงร้องไห้ปะปนกับเสียงสะอื้นของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นที่มุมห้อง นางกำลังกอดขาชายสูงวัยผู้มีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของร่างนี้เอาไว้แน่น แต่วินาทีต่อมา กลับถูกถีบกระเด็นจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น
"อี้หลาน! เจ้าอย่ามาทำเป็นบีบน้ำตาแถวนี้! ถ้าไม่ขายนาangเด็กนี่เอาเงินมาใช้หนี้การพนันให้พี่ใหญ่ของเจ้า พวกเราก็ต้องตายกันหมดทั้งบ้าน! ทางที่ดีควรจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่มีคนยอมจ่ายเงินก้อนโตซื้อคนใกล้ตายอย่างมันไป!"
พัดชาใช้นิ้วมือเรียวยาวกดลงบนขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว สมองของศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้เย็นชาและเฉียบคมกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ไหลทะลักเข้ามา ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม... เด็กสาวชื่อ "พัดชา" ที่ถูกรังแกและกดขี่จากญาติผู้พี่และลุงผู้เห็นแก่ได้จนต้องเลือกจบชีวิตด้วยการกินยาฆ่าแมลงหนีความอัปยศ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของนายแพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและการปรุงสมุนไพรโบราณจากโลกยุคปัจจุบัน
*ชะตากรรมเล่นตลกให้ข้าต้องมาอยู่ในร่างเด็กสาวที่กำลังจะถูกขายเป็นทาสกามในยุคหินเช่นนี้สินะ... น่าสนใจดี*
พัดชายังคงนอนหลับตา นิ่งสงบดั่งผืนน้ำลึกใต้ธารน้ำแข็ง ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากแววตาที่เพิ่งลืมขึ้น แม้ร่างกายนี้จะผอมแห้งแรงน้อย แต่ประกายในดวงตานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนเนื้อร้ายทิ้งได้ทุกเมื่อ
"ตื่นขึ้นมาก็ดีแล้ว นังเด็กไม่รักดี ลุกขึ้นมาเซ็นชื่อในสัญญาขายตัวเสีย!" ชายแก่แซ่พัด ผู้เป็นลุง เดินดุ่มๆ เข้ามาหมายจะกระชากแขนเรียวให้ลุกขึ้นยืนบังคับพิมพ์ลายนิ้วมือ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่มือหยาบกร้านนั้นยื่นเข้ามาใกล้ มือเรียวบางที่ดูราวกับไม่มีแรง กลับตวัดขึ้นคว้าจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างแม่นยำราวกับคีมเหล็ก!
"โอ๊ย! มือข้า... นังเด็กนี่!" ชายแก่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เมื่อจุดชีพจรที่ข้อมือถูกกดลงด้วยน้ำหนักและมุมองศาที่แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ แรงกดนั้นทำให้ชาลามไปถึงข้อศอกจนเข่าทรุดฮวบลงไปคุกกับพื้นทันที
บรรยากาศภายในห้องโถงแคบๆ เงียบกริบลงทันตาเห็น แม่ของพัดชาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ส่วนนายหน้าค้ามนุษย์ร่างท้วมที่ยืนสูบไปป์อยู่มุมห้องถึงกับสำลีควันไอโขลกออกมาด้วยความตกใจ
พัดชาค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรแม้จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่หลายคนในห้องเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"การซื้อขายมนุษย์... ในกฎหมายอาญามาตราที่เท่าไหร่ของสาธารณรัฐประชาชนจีนปีนี้ คงไม่ต้องให้ข้าท่องให้ฟังกระมังครับ ท่านลุง"
น้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงพลัง เอ่ยออกมาด้วยสำนวนภาษาที่เฉียบคมและราบเรียบ ทว่ากลับเย็นเยียบเสียจนกระดูกสันหลังของทุกคนในห้องเยือกแข็ง พัดชาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น สายตากวาดมองใบหน้าของบรรดาญาติผู้พี่ที่ซีดเผือดด้วยความตกใจ
"แก... แกพูดจาเหลวไหลอะไร! ฉันเป็นลุงแกนะ! จะขายกินแล้วมันทำไม!" ลุงพัดตะโกนลั่นด้วยความโมโหและอับอาย พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่ไม่หลุดราวกับถูกคีมเหล็กหนีบไว้
"ลุงงั้นหรือครับ?" พัดชาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ยหยัน "คนที่สูบเลือดสูบเนื้อบ้านรองมาสามปี คนที่ขโมยโฉนดที่ดินแปลงเล็กของแม่ข้าไปจำนำสนามพนัน และคนที่กำลังจะส่งหลานสาวแท้ๆ ไปให้ตระกูลเฉินย่ำยีเพื่อแลกกับเงินห้าร้อยหยวน... คนเช่นนี้ สมควรเรียกว่าญาติ หรือสมควรเรียกว่า 'เดรัจฉานในร่างคน' มากกว่ากันล่ะครับ"
"นัง... นังสารเลว! ปากดีนักนะ! พวกแกยืนบื้ออยู่ทำไม! เข้าไปลากตัวมันมามัดแล้วเอาขึ้นรถเกวียนไปเดี๋ยวนี้!" ลุงพัดแผดเสียงสั่งลูกน้องร่างยักษ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนพยักหน้ารับ เดินปรี่เข้ามาหาพัดชาด้วยท่าทางคุกคาม หมัดใหญ่ถูกง้างขึ้นหมายจะสั่งสอนให้เด็กสาวคนนี้รู้สำนึกเสียบ้าง
ทว่า ในจังหวะที่หมัดนั้นพุ่งเข้ามาใกล้จนแทบจะถึงปลายจมูก พัดชากลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างเพรียวบางพลิ้วไหวหลบหลีกวิถีหมัดได้อย่างงดงามราวกับสายน้ำไหล ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะสะบัดออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง กระแทกเข้าที่จุดประสาทใต้ซี่โครงและข้อต่อหัวเข่าของชายฉกรรจ์คนแรกอย่างแม่นยำ
*ตุบ! อั่ก!*
ร่างของชายร่างยักษ์ล้มพับลงไปนอนดิ้นกับพื้นทันทีโดยยังไม่ทันตั้งตัว คนที่สองเห็นท่าไม่ดี ชักมีดพกสั้นออกมาจากเอวแล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ระวัง!" แม่ของพัดชาหวีดร้องสุดเสียงด้วยความตกใจกลัว
พัดชาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในดงกระสุนและห้องฉุกเฉินสอนให้เขาไม่เคยหวาดกลัวต่อคมมีด ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดเฉียดผ่านใบหู เขาก็กระชากข้อศอกของอีกฝ่าย บิดเข้าหาตัวด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล พร้อมกับเตะตัดขาจนชายฉกรรจ์ล้มลงกระแทกขอบโต๊ะไม้สลบคาที่
เสียงสิ่งของแตกกระจายและเสียงร้องครวญครางดังระเบิดขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที นักเลงรับจ้างสองคนนอนแน่นิ่งไปกับพื้น พัดชายังคงยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อผ้าไม่แม้แต่จะมีรอยยับ ท่าทางสง่างามราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ แม้สถานที่จะเป็นบ้านดินมืดทึบก็ตาม
"พวกท่าน... ยังอยากจะลองคุยเรื่องสัญญาซื้อขายกับผมอีกสักตั้งไหมครับ?" พัดชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้า ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี
ลุงพัดตัวสั่นเทานั่งพับเพียบอยู่กับพื้น ใบหน้าซีดขาวราวกับคนใกล้ตาย อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ในขณะที่ความตึงเครียดภายในห้องกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ ประตูไม้เก่าแก่หน้าบ้านก็ถูกถีบผางจนหลุดออกจากบานพับ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงหลายคู่ก้าวเข้ามา พร้อมกับกลิ่นอายของฝุ่นดินและไอร้อนจากภายนอก
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเขียวเข้มของทหารผ่านศึก ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง ไหล่กว้างหนาทึบและแผ่นหลังที่ตรงแน่วแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกราบกรานดั่งพญาอินทรีวาดมองกวาดไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของพัดชา
สิงหา... ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหน่วยเกษตรกรประจำหมู่บ้าน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษที่อันตรายที่สุดในเขตภูเขาแห่งนี้ และยังเป็นสามีตามกฎหมายที่เพิ่งจดทะเบียนกันเมื่อวานนี้ของพัดชาเอง
สิงหากวาดสายตาคมกริบมองชายฉกรรจ์ที่นอนสลบไสลกับพื้น ก่อนจะเลื่อนสายตามาประสานกับพัดชา แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันเมื่อครู่ พลันอ่อนแสงลงจนแทบละลาย กลายเป็นความห่วงใยระคนเทิดทูนอย่างสุดซึ้ง
"ผมมาช้าไปหรือเปล่าครับ... เมียจ๋า" เสียงทุบต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยถามแผ่วเบา ขณะที่มือหนาเอื้อมไปหยิบมีดพกจากพื้นโยนทิ้งอย่างไร้ใยดี ก่อนจะดึงร่างของพัดชาเข้าสู่อ้อมอกกว้างอันอบอุ่นและปลอดภัยทันที
พัดชาชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไอดินและใบไม้ป่าของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกระตุกวูบอย่างประหลาด
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงทุบประตูด้านนอกพร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหัวหน้าหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมิวนิตี้ก็ดังสนั่นทะลุเข้ามาในความมืด...
"เปิดประตู! ทางคอมมิวนิตี้ได้รับแจ้งว่ามีการค้ามนุษย์และทำร้ายร่างกายในบ้านหลังนี้ ใครอยู่ข้างใน ออกมาให้หมด!"
***
รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านครับ บททดสอบแรกของหมอพัดชาในยุคหินเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ความลับเบื้องหลังการตายของร่างเดิม และเงื่อนงำการหายตัวไปของพ่อสามี กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดนะครับ!
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนจากความตาย
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!