คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 3

กับดักความโลภ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"สัญญากู้ยืมเงินฉบับนี้ ไม่เพียงแต่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายที่พวกท่านยินยอม แต่ยังมีเงื่อนไขพิเศษ... หากครบกำหนดสามสิบวันแล้วไม่มีการชำระคืน กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านทั้งหมด จะถูกโอนเปลี่ยนมือมาเป็นของสามีภรรยาตระกูลสิงหาทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง" น้ำเสียงของพัดชาราบเรียบ เยือกเย็น และทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลใหญ่เงียบกริบลงทันที ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือของเขาหยุดนิ่งอยู่เหนือกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึ แต่สายตาคมกริบราวกับศัลยแพทย์ผู้กำลังจดจ่ออยู่กับการผ่าตัดใหญ่กลับกวาดมองใบหน้าของลุงใหญ่และป้าสะใภ้ผู้โลภมากทีละคน ความโลภเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งครับ... และในฐานะที่ผมเคยเป็นหมอผ่าตัดมาก่อน โรคชนิดนี้ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ด้วยคำตักเตือน มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นคือปล่อยให้มันกัดกินเจ้าของร่างจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงไปเอง "แก... แกแน่ใจนะพัดชา ว่าเงื่อนไขนี้มันยุติธรรม?" ลุงใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือถ้วยชาอุ่นๆ ที่ส่งไอระเหยลอยกรุ่น ความอยากได้อยากมีเงินก้อนโตสี่ร้อยหยวนเพื่อนำไปลงทุนซื้อโควต้าเครื่องจักรกลการเกษตรตามคำยุยงของพ่อค้าคนกลาง บังตาความผิดปกติในสัญญานี้เสียสนิท สี่ร้อยหยวนในยุคปี 1978 สำหรับชาวบ้านชนบท ถือเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบร่วมสิบปี แต่สำหรับพัดชาผู้ซึ่งกุมความลับของมิติพิเศษและการค้าขายสินค้าหายากในตลาดมืด เงินจำนวนนี้เป็นเพียงเศษกระดาษที่เขาจงใจโปรยลงไปเพื่อตกปลาตัวใหญ่ "ถ้าลุงใหญ่คิดว่าไม่ยุติธรรม ก็สามารถปฏิเสธได้ทันทีครับ" พัดชากล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่เกรงว่า... โควต้าเครื่องจักรกลที่ว่านั้น คงจะมีคนอื่นตัดหน้าซื้อไปก่อนที่รุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้จะมาถึง" ป้าสะใภ้รีบศอกกระทุ้งสีข้างสามีทันที นางส่งสายตาดุดันเร่งเร้า ความโลภเข้าครอบงำจิตใจของนางจนมืดบอด นางคิดเพียงว่าเด็กหนุ่มอ่อนต่อโลกอย่างพัดชาและสามีซื่อบื้ออย่างสิงหาไม่มีทางหาทางเอาเปรียบผู้ใหญ่ได้หรอก เงินก้อนนี้ยืมมาหมุนเวียนแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ได้กำไรมหาศาลมาคืนแล้ว ที่ดินผืนนั้นไม่มีวันหลุดมือไปไหนแน่ "เซ็น! เซ็นเดี๋ยวนี้เลย!" ป้าสะใภ้ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "พวกเราเป็นญาติผู้ใหญ่ จะกลัวอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้ ลุงใหญ่ แกอย่ามัวแต่ชักช้า รีบลงชื่อไปสิ!" สิงหาที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ไม้ไผ่อยู่มุมห้อง ปรายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใดๆ ร่างกายกำยำหนาแน่นแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างเงียบเชียบ มือใหญ่ข้างหนึ่งวางทาบอยู่บนตัก คอยสังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องภรรยาเสมอ แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายที่พัดชากำลังใช้นัก แต่เขารู้ดีว่าภรรยาของตนไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากการคำนวณไว้ล่วงหน้า จรดปลายปากกาลงไป... เสียงขีดเขียนกระดาษดังแกรกกรากรอดผ่านความเงียบ ลุงใหญ่กัดฟันเซ็นชื่อลงไปในสัญญาสองฉบับอย่างจำยอม พัดชาหยิบเอกสารขึ้นมาเป่าหมึกให้แห้งสนิทด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะหยิบปึกธนบัตรสีแดงปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเอกสารหนังวัว วางลงตรงหน้าคนทั้งสองอย่างใจกว้าง "เงินสดสี่ร้อยหยวนครบถ้วนครับ ลองนับดูได้" ป้าสะใภ้พุ่งเข้าใส่ปึกเงินนั้นทันที นางฉีกกระดาษห่อและใช้น้ำลายลูบนิ้วมือนับธนบัตรทีละใบด้วยความกระหายหิว รอยยิ้มละโมบปรากฏบนใบหน้ายับย่นจนน่าเกลียด โดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า ในขณะที่พวกเขากำลังดีอกดีใจกับเงินก้อนโตที่ได้รับมานั้น บ่วงพญานาคได้รัดรอบคอของพวกเขาแน่นจนแทบไม่มีอากาศหายใจเสียแล้ว เมื่อจัดการธุระเรื่องเอกสารเสร็จสิ้น พัดชาก็ขอตัวลา โดยมีสิงหาเดินเคียงข้างออกมาจากบ้านหลังนั้น บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ของหมู่บ้านชนบทเริ่มถูกปกคลุมด้วยความเย็นเยียบของสายลมฤดูใบไม้ร่วง กลิ่นอายของดินชื้นและฟางข้าวลอยมาแตะจมูก "ที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านตรงนั้น ดินเค็มจนปลูกอะไรไม่ขึ้นนะพัดชา" สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำขณะเดินจูงจักรยานคู่ชีพ "ทำไมเธอถึงเจาะจงเอาที่ดินตรงนั้นเป็นหลักค้ำประกันล่ะครับ?" พัดชาหยุดเดิน เขาหันไปมองสามีหนุ่มผู้ซื่อตรง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาส่อประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจ "ดินเค็มในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผม... มันคือขุมทรัพย์ทองคำครับพี่สิงหา" พัดชาตอบเสียงนุ่ม "อีกไม่นาน ทางการจะมีประกาศตัดถนนสายใหม่ผ่านบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ตรงนั้น และรัฐบาลก็กำลังมองหาทำเลสร้างโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ที่ดินแปลงเค็มๆ ที่ไม่มีใครต้องการแปลงนั้น จะกลายเป็นทำเลทองที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า" สิงหาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มมองภรรยาด้วยความทึ่งแกแกมระคนรักใคร่ ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ช่างลึกล้ำและมองการณ์ไกลราวกับหยั่งรู้ดินฟ้า "ไม่ว่าเธออยากจะได้อะไร พี่จะคอยกวาดมาให้หมด" สิงหายกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของพัดชาเบาๆ อย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือหนาเข้ามาสู่หัวใจของอดีตศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็น "ถ้าอย่างนั้น... เย็นนี้เราไปตลาดซื้อกระดูกหมูมาตุ๋นยาจีนกันดีกว่าครับ ผมอยากทำเมนูบำรุงกำลังให้สามีผู้ขยันขันแข็งของผมเสียหน่อย" พัดชายิ้มหวาน เอ่ยชักชวนด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อยที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ทั้งสองเดินทางกลับถึงบ้านพักหลังน้อยอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรจีนเริ่มโชยออกมาจากห้องครัวดินเหนียว ทันทีที่พัดชาเปิดฝาหม้อดินเผา อาหารมื้อเย็นสุดพิเศษก็เผยโฉม... ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและเก๋ากี้ น้ำซุปสีขาวขุ่นเคี่ยวจนงวดเข้มข้น ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านและลอยละลิ่วไปตามสายลมจนเพื่อนบ้านต่างต้องสูดจมูกด้วยความอิจฉา ในขณะที่พัดชากำลังตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบให้สิงหา เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย ปัง! ปัง! ปัง! "พัดชา! ไอ้หลานอกตัญญู! แกออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงตะโกนโวยวายด้วยความตื่นตระหนกของลุงใหญ่แผדแผดดังลั่นทะลุความเงียบยามพลบค่ำเข้ามา พัดชาชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักซุป เขาหันไปสบตากับสิงหาที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ทว่านัยน์ตาคู่คมของอดีตศัลยแพทย์กลับฉายแววความสะใจลึกล้ำออกมาวับหนึ่ง... เหยื่อติดเบ็ดเร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีกครับ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสั่งสมความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%