"ถ้าพวกคุณยังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตที่ดินของผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายป่าไม้และข้อหาบุกรุก!"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เจือด้วยความเย็นชาดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ พัดชาที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกรากโสมป่าในเรือนเพาะชำเงยหน้าขึ้นทันที เขาววางตะกร้าสานในมือลงช้าๆ พลางปัดเศษดินตามเรียวนิ้วออกอย่างใจเย็น
ที่หน้าบ้านเวลานี้ ร่างสูงใหญ่ของสิงหายืนขวางทางอยู่ราวกับภูเขาผา เขาสวมเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและหยาดเหงื่อที่เกาะพราวตามลาดไหล่จากงานกลางแจ้ง สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กำลังจ้องมองป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละของร่างเดิม ที่กำลังทำหน้าเหยเกและถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
พัดชาเดินสาวเท้าออกไปช้าๆ ใบหน้าหวานคมเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม แต่แววตากลับเปล่งประกายความเยือกเย็นของศัลยแพทย์ผู้เคยผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน
"มีธุระอะไรหรือครับ ถึงได้มาทำเสียงดังโวยวายแต่เช้าตรู่แบบนี้" พัดชาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนอีกฝ่ายสะดุ้ง
"วะ... ว่าไงนะนัง... เอ้ย! พัดชา!" ป้าสะใภ้หน้าเนื้อใจเสือพยายามตั้งสติ ชะเง้อคอมองเข้าไปในรั้วบ้านที่เริ่มเห็นแปลงผักสวนครัวสีเขียวขจีและกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพร "พวกฉันแค่จะมาดูว่าแกตายรึยัง เห็นช่วงนี้ทำเป็นเก่ง ปิดรั้วปิดประตู ไม่ยอมเอาของไปบรรณาการบ้านใหญ่เหมือนเคย! แล้วนี่อะไร ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมาป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านของตระกูลเรา!"
พัดชาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "บ้านของตระกูลเรา? น่าขำเสียจริงครับ ป้าสะใภ้... เอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้เป็นของมารดาผมตั้งแต่ก่อนท่านจะเสียชีวิต และพวกคุณก็เพิ่งจะมาขับไล่ผมออกไปเมื่อเดือนก่อนไม่ใช่หรือครับ ลืมความใจร้ายของตัวเองเร็วขนาดนี้เลยหรือครับ สมองเสื่อมหรือว่าความโลภมันบังตาจนจำกฎหมายไม่ได้กันแน่"
ลูกพี่ลูกน้องหนุ่มร่างท้วมทำท่าจะพุ่งเข้ามาเอาเรื่อง "ปากดีนักนะมึง! แค่มีผู้ชายหน้าโง่มาช่วยซ่อมรั้วทำสวนหน่อยทำเป็นกร่าง เดี๋ยวป้ากับกูก็จะแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาไล่พวกมึงออกไปอยู่ดี..."
หมรับ!
สิงหาขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือหนาคว้าเข้าที่ข้อแขนของอีกฝ่ายบีบแน่นเพียงนิดเดียว จนชายหนุ่มร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยวทันที
"ถ้าไม่อยากให้แขนข้างนี้ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวไปซะ" สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนป้าสะใภ้หน้าซีดเผือด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รีบดึงลูกชายถอยหลังกรูดแล้ววิ่งหนีหายไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี
บรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง พัดชาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกาย
"มือเจ็บไหมครับ?" พัดชาเอ่ยถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับหยิบผ้าขนับสะอาดผืนเล็กยื่นให้
สิงหาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขารับผ้ามาซับเหงื่อตามกรอบหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ "ผมไม่เป็นไรหรอครับ เมีย... เอ่อ พัดชาต่างหากที่ต้องเหนื่อยกับคนพวกนั้น"
"ใครเป็นเมียคุณกันเล่า พูดจาไม่รู้เรื่อง" พัดชาแสร้งตีหน้าดุ แต่ใบหูกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด เขาก้มหน้าหลบสายตาคมกริบทรงเสน่ห์นั้น แล้วหันไปจัดการกับกองไม้ไผ่ที่กองอยู่ข้างบ้านต่อ "ไหนๆ ก็มาช่วยแล้ว ช่วยยกไม้พวกนี้ไปทำค้างแปลงสมุนไพรหลังบ้านให้หน่อยสิครับ ค่าแรงคือข้าวเที่ยงฝีมือผม รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน"
สิงหาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความรักและเอ็นดู "แค่ได้ยินว่าคุณทำให้กิน ต่อให้ให้ผมยกภูเขา Sทั้งลูก ผมก็ยอมครับ"
ช่วงบ่าย แดดร่มลมตก กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านพักกลางหุบเขา พัดชาเคี่ยว "เนื้อตุ๋นสมุนไพรสูตรพิเศษ" ในหม้อดินเผาจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปสีอำพันเข้มข้นส่งกลิ่นหอมเย้ายวนไปไกลถึงทางเดินหมู่บ้าน ด้านข้างมีข้าวกล้องหุงร้อนๆ และผัดผักป่าใส่ไข่เค็มฝีมือการดองของเขาเอง
สิงหาที่กำลังง่วนอยู่กับการตอกตะปูซ่อมแซมโรงเก็บฟืนถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู แสงสุดท้ายของวันสาดส่องกระทบกับเรือนร่างและใบหน้าของพัดชาที่กำลังตักอาหารใส่ชาม
"เสร็จพอดีเลยครับ มาล้างมือแล้วกินข้าวกัน" พัดชาร้องเรียก
ทั้งสองนั่งลงร่วมโต๊ะกันท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันมลายหายไปสิ้นเมื่อได้ลิ้มรสชาติอาหารที่อร่อยล้ำเกินกว่าคนยุคนี้จะจินตนาการได้ สิงหาคอยคีบชิ้นเนื้อที่นุ่มที่สุดใส่ชามให้พัดชาอย่างเอาใจใส่ ส่วนพัดชาเองก็รินน้ำชาสมุนไพรลดความดันส่งให้เงียบๆ เป็นภาพที่ลงตัวและงดงามราวกับภาพวาด
ทว่า ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของเด็กหนุ่มผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือดจนไร้สีเลือด
"คุณพัดชา! คุณสิงหา!แย่แล้วครับ! ที่บ้านพักรับรองท้ายหมู่บ้าน... มีคนจากตัวอำเภอเป็นลมหมดสติ อาการสาหัสมาก ชีพจรแทบไม่เต้นแล้ว คนแถวนั้นบอกว่าเขาอาการกำเริบเพราะกินสมุนไพรผิดสำแดงเข้าไป ผู้ใหญ่บ้านให้ผมมาตามคุณพัดชาไปดูอาการด่วนเลยครับ!"
พัดชานิ่งง้ำไปชั่วขณะ ตะเกียบในมือชะงักค้าง ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ สมุนไพรผิดสำแดงอย่างนั้นหรือ? ในยุคนี้ใครกันที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรถึงขั้นลักลอบใช้จนเป็นอันตรายถึงชีวิต
สิงหาวางชามลงทันที ดวงตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียด เขาคว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาสวมแล้วหันมามองหน้าภรรยา "พัดชา..."
พัดชาผุดลุกขึ้นยืน แววตาเยือกเย็นและเฉียบคมแบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกลับมาอีกครั้ง เขาคว้ากระเป๋าผ้าใบเล็กที่บรรจุเข็มเงินและยาสมุนไพรฉุกเฉินขึ้นสะพายไหล่
"ไปดูกันครับ... ว่าใครกันที่รนหาที่ตายถึงถิ่นเรา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสั่งสมความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 4
พบพานผู้พิทักษ์
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!