"ถ้าพวกมันยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตบ้านของเราอีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมจะเป็นคนหักขาพวกมันด้วยมือคู่นี้เองครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากลำคอของสิงหาไม่ได้ดังมากนัก ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันอันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่พร้อมจะถล่มลงมาทับถมผู้ใดก็ตามที่บังAชาญกล้าเข้ามาท้าทาย ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มจ้องมองรอยเปื้อนโคลนและคราบเหล้าเหม็นหืนที่กระเซ็นอยู่บนรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านด้วยแววตาวาวโรจน์ ประกายความโกรธเกรี้ยวในนัยน์ตาคู่รั้นนั้นถูกกดทับเอาไว้ภายใต้ความนิ่งสนิท ซึ่งนั่นแหละคือสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่สุดสำหรับคนที่รู้จักเขาดี
พัดชานิ่งเงียบไปชั่วขณะ มือเรียวบางที่กำลังงละมุนอยู่กับการคัดแยกสมุนไพรโสมป่าในกระบุงไม้ไผ่ชะงักลงเล็กน้อย กลิ่นอายความฉุนเฉียวของแอลกอฮอล์ราคาถูกที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ เจือปนมากับสายลมยามเย็น เหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายยังคงสด
บ่ายวันนี้ พวกอันธพาลประจำหมู่บ้านสามคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ไอ้เปี๊ยก" หลานชายแท้ๆ ของป้าสะใภ้จอมเค็มผู้ไม่เคยเลิกราในการหาเรื่องรังפאครอบครัวของพวกเขา ได้พาเพื่อนขี้เมาอีกสองคนเดินโซเซเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้เขตบ้าน พร้อมกับส่งเสียงส่งเสียงเอะอะโวยวายด้วยวาจาแทะโลมและหยาบคาย พัดชาในเวลานั้นไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย อดีตศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนอย่างเขาพร้อมที่จะควักเข็มพิษสมุนไพรออกมารับมืออยู่แล้ว ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัว สิงหาที่เพิ่งกลับมาจากแปลงเกษตรส่วนกลางก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวพวกมันด้วยความเร็วรากับเสือดาว
การเผชิญหน้าไม่ได้จบลงด้วยการทะเลาะวิวาทชกต่อยตามสามัญสำนึกของชาวบ้าน สิงหาไม่แม้แต่จะเงื้อมือขึ้นตบตี ทว่ารอยยิ้มเย็นเยียบและคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคที่เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กลับทำให้พวกขี้เมาที่กำลังเมาได้ที่ถึงกับหน้าซีดเผือด ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนจะพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
"คุณทำเกินไปหรือเปล่าครับ? เดี๋ยวพวกมันก็เอาไปพูดจาใส่ร้ายให้อีกหรอก" พัดชาเงยหน้าขึ้น สบตากับสามีด้วยแววตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้ง ถึงแม้ปากจะเอ่ยเตือนเช่นนั้น แต่ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นบางๆ อย่างอดไม่ได้
"ใส่ร้ายอะไรอีกเล่าครับ พวกมันไม่มีปัญญาทำอะไรเราหรอก" สิงหาเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างกายภรรยา มือหนาหยาบกร้านจากการทำงานหนักเอื้อมไปหยิบก้านสมุนไพรออกจากมือเรียวบางอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำ "อีกอย่าง... ผมยอมให้ใครหน้าไหนมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ พัดชา คุณคือภรรยาของผม หน้าที่ปกป้องคุณคือสิ่งเดียวที่ผมใส่ใจที่สุดในชีวิตนี้"
คำพูดราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งทองคำแท้ทำให้หัวใจของอดีตแพทย์หนุ่มกระตุกวาบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนทะลวงผ่านกำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาเนิ่นนาน ในยุคสมัยที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยผู้คนจอมปลอมเช่นนี้ การมีผู้ชายคนนี้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเปรียบเสมือนเกราะเหล็กที่ไม่มีวันสลาย
"ปากหวานเสียจริงนะครับช่วงนี้ ไปทานข้าวกันเถอะครับ วันนี้ผมทำเมนูพิเศษที่คุณชอบด้วย" พัดชาเปลี่ยนเรื่องด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ อย่างไม่ค่อยคุ้นชินกับการหยอดคำหวานของสามีเท่าใดนัก
บรรยากาศในครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านที่ถูกยกระดับด้วยฝีมือการปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ หม้อดินเผาใบบัวตั้งอยู่บนเตาถ่าน ส่งเสียงเดือดปุดๆ พร้อมกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของ "แกงผักหวานป่าใส่ไข่มดแดง" ที่ผสมผสานความมันกลมกล่อมและกลิ่นหอมสมุนไพรป่าได้อย่างลงตัว ด้านข้างมีปลาช่อนตัวเขื่องจากลำธารหลังบ้านที่ถูกนำมาคลุกเกลือตะไคร้แล้วย่างจนหนังกรอบเกรียม เนื้อสีขาวส่งควันฉุยตัดกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ดที่พัดชาลงมือตำเองกับมือ
เสียงหัวเราะเบาๆ และรอยยิ้มอันอบอุ่นเคล้าคลอไปกับมื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมล้นด้วยความสุข สิงหาคอยคะเนตักเนื้อปลาส่วนที่ดีที่สุดใส่ลงในชามของพัดชาอย่างเอาอกเอาใจ ขณะที่พัดชาก็แอบคีบไข่มดแดงเน้นๆ ใส่ถ้วยให้สามีเช่นกัน เป็นภาพความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหนท่ามกลางความกันดารของยุค 80
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาได้ไม่นานนัก...
ในขณะที่ตะเกียงน้ำมันก๊าดบนโต๊ะอาหารกำลังส่องแสงวอมแหวม ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาลที่จิ้งหรีดเรไรร้องระงม จู่ๆ เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ตามด้วยเสียงโวยวายอึกทึกครึกโครมที่คุ้นหูเป็นอย่างดี
"ไอ้สิงหา! นังพัดชา! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ! พวกแกทำหลานฉันเจ็บตัวขนาดนี้ จะต้องชดใช้ค่าเสียหายมาไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
เสียงแหลมสูงปรี๊ดของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" แผดเผาทำลายความเงียบยามค่ำคืนจนหมดสิ้น ตามด้วยเสียงเอะอะของพวกผู้ชายฉกรรจ์อีกหลายคนที่ไม่น่าจะมาดีอย่างแน่นอน
สิงหาวางตะเกียบในมือลงทันที ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพญาเสือที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล เขาขยับตัวจะลุกขึ้นยืน ทว่ามือบางของพัดชากลับเอื้อมไปแตะที่แขนของเขาเสียก่อน
พัดชานิ่งงดงาม ใบหน้าเรียบร้อยไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ ชวนให้รู้สึกสันหลังวาบ
"ใจเย็นก่อนครับสามี..." พัดชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ถ่อสังขารมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านเรายามวิกาลเช่นนี้... เราในฐานะเจ้าบ้านที่ดี จะไม่ต้อนรับขับสู้ได้อย่างไรจริงไหมครับ?"
ดวงตาคู่คมของอดีตศัลยแพทย์เป็นประกายวับวาม แผนการชั่วร้ายแต่ชอบธรรมในการจัดการญาติจอมสูบพวกนี้ถูกร่างขึ้นในหัวเสร็จสรรพภายในเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสะสมแต้มความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 10
คำเตือนจากความหวังดี
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!