กลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนและรากโสมป่าที่เคี่ยวเคี่ยวจนงวด ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวดินเผาขนาดเล็ก พัดชายืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ ดวงตาคมกวาดมองฟองอากาศที่ผุดขึ้นช้าๆ ในหม้อดิน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนอยู่ในแววตาที่เยือกเย็นและเฉียบคมราวกับศัลยแพทย์กำลังเตรียมตัวผ่าตัดเคสใหญ่
ในยุคปี 1980 ที่ความอดอยากยังเป็นเงาตามตัวของคนในชนบท การได้กลิ่นเนื้อตุ๋นยาจีนลอยฟุ้งเช่นนี้ย่อมเป็นเป้าสายตาและเรียกเสียงซุบซิบจากเพื่อนบ้านใจร้ายได้ไม่ยาก แต่สำหรับพัดชาแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือชั้นดีในการหยิบยื่น "บทเรียนราคาแพง" ให้กับบรรดาญาติจอมสูบที่กำลังจ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อเขาและสามีในเร็วๆ นี้
เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่ระมัดระวังดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม สิงหาเดินเข้ามาในชุดเสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นดินและเหงื่อไคลจากการทำงานหนักในแปลงเกษตรของหมู่บ้าน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ กลิ่นอายของบุรุษเพศและกลิ่นดินกลิ่นหญ้าผสมผสานกับกลิ่นหอมของอาหารจนกลายเป็นความอบอุ่นแปลกประหลาด
"เจ้าทำอะไรอยู่ กลิ่นหอมไปถึงลานหมู่บ้านโน่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ดวงตาคมเข้มมองแผ่นหลังบางของภรรยาที่วันนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอและหวาดกลัวที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนิ่งสงบและน่าค้นหา
พัดชาไม่หันกลับไปทันที เขายังคงใช้ทัพพีไม้คนน้ำในหม้อช้าๆ ก่อนจะตักน้ำซุปสีอำพันขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วหันกลับมาสบตาชายหนุ่ม
"ซุปกระดูกหมูตุ๋นตังกุย... บำรุงกำลังและปรับสมดุลธาตุในร่างกาย คุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ดื่มเสียหน่อยเถอะครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังเอ่ยชวน
สิงหาชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่คุ้นชินกับการได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาในบ้านหลังนี้ มีแต่เขาที่ต้องคอยปกป้องและหาเลี้ยงคนอื่น การมีใครสักคนมายืนรอพร้อมกับอาหารร้อนๆ ในยามเย็น เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ลึกซึ้งจนยากจะอธิบาย มือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมยกขึ้นเกาผมตัวเองเบาๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก
"ข้า... ข้าตัวเหม็นเหงื่อ เกรงว่าจะทำให้สำรับของเจ้าแปดเปื้อน" สิงหาเอ่ยด้วยความเกรงใจ
พัดชากลับยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้งแต่มาจากใจจริง มือเรียวบางวางทัพพีลง หยิบผ้าสะอาดส่งให้ชายหนุ่ม "คนเราทำงานเหนี่ยวเพื่อปากท้อง จะมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นไคลก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย นั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวผมตักให้"
บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ กลับอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด เสียงไม้กระทบพื้นดังเบาๆ เมื่อสิงหาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ สายตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสของพัดชาที่สะท้อนกับแสงไฟ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ในใจของชายหนุ่มผู้โดดเดี่ยวเริ่มสั่นคลอน
ช้อนกระเบื้องเคลือบถูกยื่นส่งมาตรงหน้า สิงหารับมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาซดน้ำซุปร้อนๆ เข้าไปคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกผสมผสานกับความขมปลายลิ้นของสมุนไพรชั้นดีกระจายซ่านไปทั่วช่องปาก ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปในพริบตา
"อร่อย... อร่อยมาก" สิงหาพึมพำออกมาด้วยความจริงใจ ดวงตาจ้องมองภรรยาไม่วางตา "ตั้งแต่แต่งงานกันมา เจ้าไม่เคย... เอ่อ มือถือแขนทำอาหารรสชาติดีเช่นนี้มาก่อนเลย"
พัดชานิ่งไปนิด รอยยิ้มจางลงเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นปกติ เขารู้ดีว่าร่างเดิมเจ้าของร่างนี้ทำตัวเหลวไหลและทำอาหารไม่เป็นขนาดไหน แต่สำหรับพัดชาผู้เป็นถึงอดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งและนักปรุงยา การควบคุมรสชาติและโภชนาการให้สมบูรณ์แบบคือเรื่องง่ายดาย
"คนเราย่อมต้องเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่าจริงไหมครับ?" พัดชาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่มีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่ "อีกอย่าง... ต่อไปนี้บ้านหลังนี้จะไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือเอาเปรียบพวกเราได้อีก"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำกล่าวลอยๆ แววตาของพัดชาฉายแววเฉียบคมและเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน จนสิงหาต้องมนต์สะกด ชายหนุ่มรู้สึกได้ทันทีว่า ภรรยาตัวน้อยคนนี้ไม่ได้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว แต่คือนักรบผู้พร้อมจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างแท้จริง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แต่เป็นความเงียบที่ไม่น่าอึดอัด กลับเต็มไปด้วยกระแสความเข้าใจและความผูกพันที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางกลิ่นหอมของอาหารและแสงไฟสีส้มที่สาดส่องกระทบเงาของคนทั้งคู่บนผนังดิน
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูกระท่อมอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาทดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนด่าทอดັງลั่นมาจากด้านนอก "ไอ้สิงหา! ไอ้ตัวซวย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ข้าเห็นควันไฟลอยออกมาจากบ้านพวกแก พวกแกแอบซ่อนอาหารอะไรกินกันฮะ! ถึงเวลาส่งส่วยประจำเดือนแล้ว ทำไมยังไม่เอาไปส่งให้อากู๋ของแกอีก!"
สิงหาหน้าตึงขึ้นทันที รังสีความโกรธแผ่ออกมาจากร่างหนา ชายหนุ่มกำลังจะลุกขึ้นไปด้วยความโมโห แต่พัดชากลับยื่นมือเรียวไปแตะที่แขนแกร่งเบาๆ เป็นสัญญาณให้หยุด
ดวงตาคู่สวยของพัดชาพราวระยับด้วยประกายความเย็นชา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือชั้น
"ใจเย็นๆ ครับสามี..." พัดชากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ในเมื่อพวกเขารนหาที่มาเคาะประตูบ้านเราเอง... ค่ำนี้เราคงต้องต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วย 'เมนูพิเศษ' ที่เตรียมไว้สลบเหมือดสักหน่อยแล้วล่ะครับ"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมและสะสมแต้มความแค้นไปกับหมอภัทรนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 9
สายสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!