"ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่ยังดื้อดึงจะเอาที่ดินแปลงนี้ไปจำนองกับสหกรณ์อีก ผมเกรงว่าสุขภาพของลุงใหญ่อาจจะทรุดหนักลงไปกว่าเดิมนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย น้ำเสียงเจือความเหนื่อยอ่อนและสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจะจับสังเกตไม่ได้ ร่างเพรียวบางของพัดชาในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมตัวหลวมโพรงทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ราวกับคนไม่มีแรงจะยืน ใบหน้าขาวซีดเซียวไร้เลือดฝาดริมฝีปากแห้งผาก ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเฉียบคมยามรักษาคนไข้ บัดนี้กลับหม่นหมองและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระคนหวาดกลัว
ภาพลักษณ์ของ "สะใภ้รองผู้แสนอ่อนแอและเจ็บออดๆ แอดๆ" ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนแทบไม่มีใครจำภาพอดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้เย็นชาและเฉียบขาดคนนั้นได้เลย
รอบโต๊ะไม้เก่าๆ ในบ้านของตระกูลใหญ่ หญิงวัยกลางคนร่างท้วม นามว่า "เจียงฮุ่ย" ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาและเห็นแก่ตัว กำลังแย้มยิ้มกว้างจนเนื้อหน้าสั่น ไหหล้าสีทองสำริดที่เพิ่งยกขึ้นซดช่วยขับความฮึกเหิมในใจนางให้พองโต สายตากวาดมองพัดชาด้วยความสมเพชเวทนาและเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"แหม... น้องสะใภ้รอง เจ้าก็พูดเกินไป" เจียงฮุ่ยแค่นหัวเราะในลำคอ วางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะเสียงดังโคร้งคราด "บ้านเราขัดสน เงินทองในกระเป๋าแห้งเหือด เจ้าพี่ใหญ่ของเจ้าก็ล้มป่วยนอนซมอยู่บนเตียง ลำพังแค่ค่าหยูกยาประจำเดือนก็แทบจะกินหัวกินหางอยู่แล้ว ถ้าเจ้ามีความกตัญญูจริงและเห็นแก่พี่น้องร่วมตระกูล เหตุไฉนจึงหวงแหนที่ดินแปลงเล็กๆ นอกหมู่บ้านนั่นนักเล่า?"
"ไม่ใช่ว่าฉันหวงห้ามหรอกนะครับ..." พัดชาก้มหน้าลงต่ำ เสียงสั่นพร่าคล้ายคนจะร้องไห้ มือเรียวบางที่แสร้งทำเป็นสั่นเทาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหัวตาเบาๆ "เพียงแต่... ที่ดินแปลงนั้นเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนท่านจะจากไป ถ้าเอาไปจำนองแล้วเกิดไถ่คืนไม่ทัน... ฉันกับพี่สิงหาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน..."
"ฮึ! หน้าตาหรือ? มีกินเสียก่อนเถอะค่อยพูดเรื่องหน้าตา!" เจียงฮุ่ยตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความโมโห นัยน์ตาเป็นประกายโลภโมโทสัน "ตระกูลใหญ่ของเรากำลังจะล่มจมเพราะเจ้าสองคนผัวเมียที่แยกตัวออกไปเสวยสุขอยู่บ้านหลังปลายนาคนเดียว! ถือว่าข้าขอร้องก็แล้วกัน... เอ้ย ไม่ใช่! ถือว่าข้า 'สั่ง' ในฐานะป้าใหญ่! พรุ่งนี้เช้า เจ้าต้องเอาโฉนดที่ดินแปลงนั้นมาให้ข้า มิฉะนั้น... อย่าหาว่าคนบ้านใหญ่ใจร้ายก็แล้วกัน!"
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงฮุ่ย นางคิดว่าพัดชาในเวลานี้ช่างเคี้ยวง่ายเสียยิ่งกว่าเต้าหู้ต้ม ไร้ซึ่งเขี้ยวเล็บ ไร้ซึ่งอำนาจต่อรองใดๆ มีเพียงความขี้ขลาดตาขาวและความอ่อนแอเป็นเกราะป้องกันตัว
ทว่า... ภายใต้ร่มเงาของผ้าเช็ดหน้าที่ปิดบังรอยยิ้มครึ่งหนึ่งไว้ ดวงตาคู่สวยของพัดชากลับไม่ได้มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียว กลับกัน นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความเย็นยะเยือกดั่งน้ำแข็งพันปี ลึกล้ำและเปี่ยมด้วยแผนการที่ถูกร้อยเรียงไว้อย่างแยบยล
*อยากได้ที่ดินแปลงนั้นนักใช่ไหม? อยากได้จนตัวสั่นเลยสินะ... ได้สิ ฉันจะจัดให้ตามคำขอ แต่รับรองว่าราคาที่พวกท่านต้องจ่ายในภายหลัง มันจะแพงเสียจนต่อให้เอาชีวิตทั้งชีวิตของคนบ้านใหญ่มาแลกก็ยังไม่พอ!*
พัดชาแสร้งทำเป็นสะอื้นฮึกฮักอีกสองสามครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยท่าทางจำยอมและหวาดกลัวสุดขีด "ทะ... ถ้าป้าใหญ่ยืนกรานเช่นนั้น พะ... พพรุ่งนี้เช้า ฉันจะเอาโฉนดไปให้ที่บ้านหลัก..."
"ดีมาก! รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้างสิ ถึงจะเรียกว่าคนตระกูลเดียวกัน!" เจียงฮุ่ยแค่นเสียงหัวเราะอย่างได้ใจ โบกมือไล่ราวกับไล่หมูไล่หมา "ไสหัวกลับบ้านของพวกเจ้าไปได้แล้ว ข้าขี้หน้าเห็นหน้าพวกอ่อนแอไร้น้ำยาอย่างพวกเจ้าเต็มที!"
พัดชาลุกขึ้นยืนช้าๆ แสร้งทำเป็นเดินโซเซราวกับคนไม่มีแรงจะก้าวเดิน จนกระทั่งก้าวพ้นธรณีประตูบ้านตระกูลใหญ่ ร่างที่เคยห่อเหี่ยวและสั่นเทาจึงกลับมายืดตรงอย่างสง่างามในพริบตาเดียว ความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำและน่ากลัวยิ่งกว่าภูตผี
ยามเย็นย่ำ แสงสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องลงมาทาบทับผืนนาสีทองอร่าม ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินและฟางข้าวมาแต่ไกล ที่หน้าบ้านไร่ปลายนา ร่างสูงใหญ่ของสิงหายืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง ทันทีที่เห็นภรรยาเดินกลับมาด้วยฝีเท้ามั่นคง เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้ามาหาทันที มือหยาบกร้านจากการทำงานหนักยื่นออกไปโอบประคองเอวบางไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาคมกริบกวาดสำรวจทั่วร่างพัดชาเพื่อหาบาดแผล
"เป็นอย่างไรบ้างครับคนดี? มันกล้าทำอะไรคุณหรือเปล่า?" น้ำเสียงของสิงหาทุ้มนุ่มและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างล้นปรี่ ปนความดุดันยามนึกถึงคนบ้านใหญ่
พัดชาส่ายหัวเบาๆ ยื่นมือเรียวไปสัมผัสแก้มสากของสามีอย่างรักใคร่ ไออุ่นจากฝ่ามือและกลิ่นอายสะอาดๆ ของชายหนุ่มช่วยชะล้างความน่ารังเกียจของคนบ้านใหญ่ออกไปจนหมดสิ้น "เรียบร้อยดีครับพี่สิงหา... ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ดแล้ว เหลือแค่รอเวลาดึงสายเอ็นเท่านั้น"
สิงหาโคกศีรษะภรรยาเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยวในความเจ้าเล่ห์เงียบๆ ของคนตรงหน้า "คุณนี่นะ... เจ้าแผนการนัก ถ้านางรู้ความจริงว่าที่ดินแปลงนั้นถูกเปลี่ยนชื่อกรรมสิทธิ์และปลดภาระจำนองเสร็จสิ้นตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ป้าใหญ่คงอกแตกตายคาลานบ้านแน่ๆ"
"นั่นก็คือบทลงเรียนที่พวกเขาสสมมาเองครับ คนเราถ้ามีความโลภครอบงำ ต่อให้มีสติปัญญาแค่ไหนก็มืดบอดได้ทั้งนั้น..." พัดชากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ก่อนที่จมูกโด่งรั้นจะได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยมาจากห้องครัวเล็กๆ
"กลิ่นอะไรหอมขนาดนี้ครับเนี่ย?" พัดชาดึงแขนสามีให้เดินตามเข้าไปในครัว
บนเตาถ่านดินเผา หม้อดินขนาดกลางกำลังเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าและเห็ดหอมสด" ที่สิงหาแอบไปขุดค้นมาจากมิติพิเศษและบรรจงเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ มานานกว่าสามชั่วโมง เนื้อไก่บ้านตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปสีทองใสแจ๋วรสชาติกลมกล่อมล้ำลึก ผสมผสานกับสมุนไพรบำรุงกำลังที่พัดชาคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อบำรุงสามีสุดที่รัก
สิงหาตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบยาสีขาวนวล ยื่นส่งให้พัดชาเป่าชิมคำแรกด้วยแววตารักใคร่สุดหัวใจ "ชิมดูสิครับ ว่าถูกปากภรรยาคนเก่งของผมหรือยัง"
พัดชารับช้อนกระเบื้องมาตักน้ำซุปเข้าปาก รสชาติอบอุ่นละมุนละไมแผ่ซ่านไปทั่วช่องปากและลำคอ ความหนաբانของอากาศยามเย็นถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา รอยยิ้มพึงพอใจระบายขึ้นบนใบหน้าหวาน
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันอบอุ่นและอาหารจานเด็ดที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณรอบบ้านปลายนา เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของคนกลุ่มหนึ่งที่คุ้นหูเป็นอย่างดี
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังพัดชา! ไอ้สิงหา! พวกแกกล้าดียังไงถึงต้มตุ๋นพวกฉัน!"
เสียงตบประตูดังโครมครามตามมาติดๆ สร้างความฉงนให้แก่สิงหา แต่สำหรับพัดชาแล้ว รอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งลึกขึ้น แววตาคมกริบเปล่งประกายความสะใจระคนเย้ยหยันออกมาอย่างปิดไม่มิด
พัดชาวางชามซุปในมือลงช้าๆ หันไปสบตากับสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ดูท่าทาง... ปลาตัวใหญ่จะรู้ตัวเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ..."
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง สาดความสะใจ และสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 20
แผนการลวงศัตรู
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!