"ฉันไม่หย่า!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นเรือนพักไม้เก่าครึ่งปูนครึ่งไม้ของตระกูลเฉิน ทำให้กาน้ำชาเคลือบสีลายดอกไม้สะเทือนจนน้ำชาฉ่ำกระเซ็นออกมาเลอะขอบโต๊ะ ร่างท้วมของแม่สามีอย่างนางจางผิงถลึงตาใส่พัดชาด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ขณะที่พัดชา (หรือภัทรในร่างเดิม) ยังคงนั่งจิบชาสมุนไพรจีนสีอำพันด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับสายน้ำไหลผ่านหน้าผาหิน
พัดชาเหลือบตามองใบตองยัดไส้สัญญาหย่าที่วางอยู่ตรงหน้า กระดาษแผ่นนั้นถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ของผู้ใหญ่บ้าน แต่เนื้อหานั้นกลับอยุติธรรมถึงขีดสุด—ระบุชัดเจนว่า หากพัดชาต้องการแยกทางกับเฉินกั๋วเฉียง อดีตสามีผู้ไร้สำนึก นางต้องเดินออกจากบ้านคู่นี้มือเปล่า ไร้ที่ดินทำกิน และต้องยอมสละสิทธิ์ในแปลงผักสมุนไพรที่นางเป็นคนพลิกฟื้นขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ
ช่างน่าขันสิ้นดี... คนพวกนี้คิดว่านางยังเป็นพัดชาคนเก่าที่ยอมก้มหัวให้ความรุนแรงและการเอาเปรียบงั้นหรือ?
"ถ้าไม่อยากหย่าด้วยเงื่อนไขนี้ ก็เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหายักยอกทรัพย์สินส่วนรวมและทำร้ายร่างกายในครอบครัวได้เลยครับคุณแม่" พัดชาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องกังไหล่งMดัง "กริ๊ก" ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน รอยยิ้มที่มุมปากของแพทย์หนุ่มผู้ข้ามมิติมาไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบและเฉียบขาดราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อร้าย
นางจางผิงหน้าซีดเผือดลงถนัดตา หญิงแก่ชะงักงันอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ นางรู้ดีว่าเวลานี้พัดชาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ด้านหลังของสะใภ้คนรองผู้นี้มีทั้งใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลอำเภอ และที่สำคัญที่สุด... มีเงาของสิงหา ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้เงียบขรึมแต่เด็ดเดี่ยว ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหลัง
ย้อนกลับมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ณ แปลงสมุนไพรท้ายหมู่บ้าน
แสงแดดสีทองสาดส่องกระทบใบไม้สีเขียวชอุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของรากโสมและใบแปะก๊วยลอยอบอวลในอากาศ พัดชากำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกสมุนไพรตากแห้งสำหรับทำยาบำรุงเลือดล็อตใหม่ที่จะต้องส่งไปขายให้พ่อค้าคนกลางจากในเมือง พรุ่งนี้จะเป็นวันตลาดนัดใหญ่ การันตีได้เลยว่าสินค้าของมิติลับและแปลงเกษตรแห่งนี้จะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง
"เหนื่อยไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนของผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นที่บรรจงซับตามกรอบหน้าผากและลำคอของพัดชาอย่างเบามือ สิงหายืนถือกระติกน้ำอลูมิเนียมเก่าๆ ไว้ในมือ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองภรรยาด้วยความรักและเทิดทูนจนแทบจะหยดเป็นน้ำ
พัดชาชะงักมือที่กำลังถือตะกร้าสมุนไพร เงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียว "ไม่เหนื่อยเลยครับ แปลงสมุนไพรโตวันโตคืน แถมคดีฟ้องหย่ากับบ้านเฉินก็ใกล้จะจบลงแบบที่เราต้องการแล้วด้วย คุณล่ะ... วันนี้ไปซ่อมคอกหมูให้บ้านผู้ใหญ่บ้านมา เหนื่อยกว่าผมเสียอีกกระมัง"
สิงหาส่ายหน้าช้าๆ เขานั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นดินตรงหน้าพัดชา แม้มือใหญ่นั้นจะหยาบกร้านตามประสาคนทำงานไร่ไถนา แต่ยามที่สัมผัสหลังมือของพัดชากลับทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะบอบช้ำ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
"พัดชา..." สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าทุกครั้ง แววตาคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เก็บกดไว้ลึกซึ้งมานาน
พัดชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในบรรยากาศ "มีอะไรหรือครับ? หรือว่าทางบ้านใหญ่มาหาเรื่องคุณอีก"
"ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ..." สิงหาถอนหายใจยาว แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า มือหนากุมมือเรียวของพัดชาไว้แน่นขึ้นทีละน้อย จนพัดชาสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงสั่นเทาเล็กน้อยจากความประหม่าของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้ที่ไม่เคยกลัวสิ่งใดบนโลกนี้
"ตั้งแต่คุณเข้ามาในชีวิตผม... บ้านหลังเก่าที่เคยเงียบเหงาและมืดมน ก็กลับมีชีวิตชีวา มีกลิ่นอายของอาหารหอมๆ มีเสียงหัวเราะ และมีความหมายขึ้นมาใหม่ทั้งหมด" สิงหาเว้นจังหวะ เลียริมฝีปากที่แห้งผากเล็กน้อย ความกล้าหาญทั้งหมดที่เขามีถูกรวบรวมไว้ในวินาทีนี้
พัดชานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยเยือกเย็นและปิดตายมาตั้งแต่ยุคปัจจุบันค่อยๆ อุ่นวาบขึ้นอย่างช้าๆ เขามองผู้ชายตรงหน้า—ชายหนุ่มผู้ไม่เคยพูดคำหวาน แต่กลับใช้การกระทำพิสูจน์ความจริงใจมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตื่นแต่ตีสี่มาตักน้ำผ่าฟืนแทน ยืนหยัดปกป้องเขาจากคำครหาของชาวบ้าน หรือแม้แต่การแอบเอาอาหารจานโปรดมาวางไว้ใกล้โต๊ะทำงานยามดึกดื่น
"ผมเป็นแค่คนบ้านนอก ไร้การศึกษาชั้นสูง พูดจาไม่เก่ง และบางครั้งก็น่าเบื่อ..." สิงหาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความมั่นคงหนักแน่น "แต่ขอให้ผม... ได้ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมด เป็นเกราะป้องกัน เป็นบ้าน และเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายและหัวใจของคุณ ได้ไหมครับพัดชา?"
ท่ามกลางแปลงสมุนไพรที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงนกน้อยบนกิ่งไม้ที่ร้องรับกันเป็นพยาน พัดชาไม่ได้ตอบรับในทันที ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่จริงใจคู่นั้น ประมวลผลทุกความรู้สึก ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้
นี่ไม่ใช่การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในครอบครัวยุคเก่า และไม่ใช่การผูกมัดตามธรรมเนียมคร่ำครึ แต่มันคือ "คำมั่นสัญญาของชายผู้รักมั่น" ที่มอบให้ด้วยวิญญาณและลมหายใจ
พัดชากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไป รอยยิ้มงดงามที่สุดตั้งแต่เขาข้ามเวลามาปรากฏขึ้นบนใบหน้า ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำตอบที่สิงหาเฝ้ารอคอยด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
"ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ผมต้องล้างจานชามเองอีกเลยแม้แต่วื้อเดียว..." พัดชาแกล้งหยอกล้อด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความซาบซึ้งที่เอ่อล้น "ผมก็จะยอมตกลงรับคำขอของคุณครับ... สามีของผม"
สิงหาเบิกตากว้างด้วยความดีใจจนแทบเนื้อเต้น รอยยิ้มกว้างฉีกออกจนถึงใบหน้า ชายหนุ่มโผเข้าสวมกอดร่างบางไว้แน่นจนจมหายไปในอ้อมอกกว้าง ความรู้สึกโล่งใจและเปี่ยมสุขพวยพุ่งขึ้นมาจนขอบตาเริ่มร้อนผ่า
ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานละมุนกำลังแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทั้งสองคนนั้นเอง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูกระท่อมไม้ท้ายไร่อย่างรุนแรงดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของผู้มาเยือนที่ไม่มีใครคาดคิด
"ไอ้สิงหา! ไอ้หมอพัดชา! มึงกล้าดียังไงถึงส่งตำรวจมาจับพ่อฉัน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้โว้ย!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดีของ "เฉินกั๋วเฉียง" อดีตสามีผู้ควรจะนอนอยู่ในห้องขังดังแผดก้องทะลุกำแพงไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงกjอกแกกของการพยายามงัดแงะกลอนประตูจากด้านนอก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสาดความสะใจและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก•ตอนที่ 24
คำมั่นสัญญาของชายผู้รักมั่น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคหินที่โชคชะตาเล่นตลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!