เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า•ตอนที่ 3

กติกามารยาทในห้องแคบ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ข้อแรก ห้ามเดินผ่านเส้นเทปสีเหลืองนี้เข้ามาเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ข้อสอง พื้นที่ครัวเป็นเขตปลอดคราบกาแฟและคราบอาหารแห้งกรัง และข้อสาม..." รินรดายืนกอดอก แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับไม้บรรทัดเหล็กที่ใช้ในงานเขียนแบบ นิ้วมือเรียวยาวข้างหนึ่งชี้ไปยังม้วนเทปสีเหลืองสะท้อนแสงที่เธอเพิ่งบรรจงแปะแบ่งอาณาเขตบนพื้นไม้ลามิเนตของเซฟเฮาส์ขนาดกะทัดรัด แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายความจริงจังขั้นสุด ราวกับกำลังปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากการรุกรานของชนเผ่าป่าเถื่อน แต่อาคินกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเส้นเทปราคาถูกเส้นนั้น ร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำสนิทและกางเกงยุทธวิธีเซอร์ๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลกลางห้องอย่างเกียจคร้าน ขายانยาวเหยียดออกไปอย่างไร้ระเบียบ แถมปลายรองเท้าคอมแบทของเขายังล้ำเส้นเทปสีเหลืองที่เธอเพิ่งตีตราจองเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวอย่างจงใจ "คุณฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า คุณอาคิน" สถาปนิกสาวเค้นเสียงลอดไรฟัน ความดันในเลือดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ "ฟังอยู่ครับ..." ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย นัยน์ตาสีเทาเข้มราวกับท้องฟ้าก่อนพายุเข้าเงยขึ้นสบตากับเธออย่างไม่เกรงกลัว "ห้ามข้ามเส้น ห้ามทำครัวสกปรก... แล้วข้อสามล่ะครับ หรือจะให้ผมเดาว่าห้ามหายใจแรงเกินไปเวลาคุณกำลังใช้สมาธิออกแบบโครงสร้างตึกถล่ม?" "ฉันไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และตึกที่ฉันออกแบบไม่เคยถล่ม!" รินรดาแทบจะกรีดร้องออกมาให้รู้แล้วรู้รอด เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่นั่งเอกเขนก แต่วินาทีที่ก้าวเข้าไปใกล้ รัศมีความกดดันบางอย่างจากตัวเขากลับทำให้เธอต้องชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ "กฎพวกนี้มีไว้เพื่อความสงบสุขของเราทั้งคู่ ในเมื่อเราต้องติดแหง็กอยู่ด้วยกันในเขตห้ามเข้านี่ จนกว่าทีมหน่วยเหนือจะเคลียร์พื้นที่เสร็จ อย่างน้อยก็ควรมีกติกามารยาท ไม่ใช่ทำตัวเป็น... เป็นลิงป่าที่หลุดออกมาจากกรงแบบนี้" "ลิงป่า?" อาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มหยันที่ชวนให้อยากหาอะไรมาฟาดให้หายหมั่นไส้ "ถ้าผมเป็นลิงป่า คุณก็คงเป็นยัยคุณหนูจอมจุกจิกที่เอาแต่ใจตัวเองจนโลกแทบแตก อาคินคนนี้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน ไม่เคยมีใครมานั่งขีดเส้นแบ่งความเป็นความตายให้ผมดูแบบนี้หรอกนะ คุณรินรดา" พูดจบ ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความต่างของส่วนสูงทำให้เขายืนค้ำหัวเธอโดยปริยาย อาคินก้าวเท้าข้ามเส้นเทปสีเหลืองเข้ามาทีเดียวสองก้าวรวด ร่นระยะห่างระหว่างกันจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกายสะอาดแบบผู้ชายปะทะเข้ากับปลายจมูกของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนมุมอับ อาคินใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นหนังสือไว้ เหนือหัวไหล่ของเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในพื้นที่จำกัดโดยสมบูรณ์ ไดนามิกของความอึดอัดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา "คุณ... ถอยไปนะ" เธอเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนหัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นรัวผิดจังหวะ "ทำไมล่ะครับ กลัวผมเหรอ หรือว่ากลัวกฎที่คุณตั้งขึ้นมาเองมันจะใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างผม" อาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ไล่ขึ้นไปจนถึงดวงตาที่กำลังวับวาวด้วยความโกรธ "ผมไม่สนหรอกนะไอ้เส้นเทปบ้านี่ ในเมื่อพื้นที่ตรงนี้มันแคบ และคุณก็ยืนขวางทางเดินของผมอยู่พอดี" "ทางเดินกว้างตั้งเป็นเมตร คุณจงใจเดินมาทางนี้ต่างหาก!" "ผมเป็นนักแกะรอยนะคุณ เดินทางไหนที่สั้นที่สุดและปลอดภัยที่สุด ผมก็เลือกทางนั้น..." เสียงของเขาเบาลงเหลือเพียงกระซิบ ทว่าทุ้มกังวานในโสตประสาท "และตอนนี้... ทางที่สั้นที่สุดที่จะทำให้เราคุยกันรู้เรื่อง ก็คือการยืนอยู่ตรงนี้" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง แม้ปากจะบอกว่าเกลียดท่าทีเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจของอีกฝ่ายแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สัมผัสอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของอาคินกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอล่องลอย เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ที่สุด มือเรียวเล็กยกขึ้นดันอกแกร่งของเขาไว้ หมายจะผลักให้ถอยห่าง แต่อาคินกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับใช้มืออีกข้างรวบข้อมือของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขัดขืน แรงบีบที่พอเหมาะพอเจาะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้งด้วยความตกใจ "อย่าดื้อนักเลยครับ คนสวย..." อาคินเอ่ยเสียงพร่า ประกายตาในวินาทีนั้นเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะตีความ "กฎน่ะมีไว้ให้แหก แต่ถ้าอยากให้ผมอยู่ในโอวาท... คุณต้องมีวิธีที่ดีกว่าการเอาเทปสีเหลืองมาแปะพื้น" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลคำพูดของเขารัวเร็ว หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในอก เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างความเป๊ะและความเถื่อนกำลังทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้ร้อนระอุขึ้นทุกวินาที ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากโต้เถียงอะไรกลับไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรี เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นสามครั้งจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน! *ปัง! ปัง! ปัง!* อาคินชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักแกะรอยตื่นตัวเต็มพิกัด มือหนาเอื้อมไปแตะปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ รินรดารีบสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แม้หัวใจยังคงเต้นระรัวด้วยความตกใจปนความเสียดายลึกๆ ใครกันที่กล้าบุกเข้ามาในเขตห้ามเข้าเวลานี้? ลูกบิดประตูหน้าห้องค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น... คนที่พวกเขากล้าการันตีได้เลยว่า... ไม่มีทางมาปรากฏตัวที่นี่เด็ดขาด! ฝากกดใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สเปซโอเดสซีย์" ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับคนดื้อรั้นในเขตห้ามเข้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%