“คุณส่งอะไรให้ใคร... พายุ”
เสียงของรสาพรแผ่วเบา หากแต่สั่นสะท้านราวกับใบไม้ที่ถูกพายุหมุนพัดพา ความเงียบงันในห้องทำงานของเขากลายเป็นกับดักที่รัดรึงลำคอของทั้งคู่ไว้ แสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยังสว่างวาบสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม เขาไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้แก้ตัว ทว่าสันกรามที่ขบแน่นจนนูนเด่นนั้นบอกเล่าความจริงที่รสาพรไม่อยากจะเชื่อ
พายุค่อยๆ ลดมือลงช้าๆ เหมือนคนเสียจังหวะในการควบคุมชีวิต เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า แววตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนครั้งแรกที่พบกัน แต่มันคือความเจ็บปวด... เจ็บปวดราวกับเขากำลังถูกฉีกกระชากออกจากความสุขที่เพิ่งไขว่คว้ามาได้ไม่นาน
“รสา... ฟังผมก่อน” เขาเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น มือหนาเอื้อมมาหมายจะกุมมือเธอ ทว่ารสาพรกลับถอยหลังกรูดราวกับถูกของร้อน
“จะให้ฟังอะไรคะ?” เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วย “ในเมื่อหน้าจอที่ยังสว่างอยู่ตรงนั้น มันบอกชัดเจนว่าคุณกำลัง ‘ทำลายหลักฐาน’ อะไรบางอย่าง... หรือว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่ไร่นี้ เรื่องที่คุณพยายามจะช่วยฉันสืบหาความจริงเรื่องที่ดินผืนนั้น มันก็เป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่คุณเขียนบทขึ้นมาเพื่อปิดปากฉัน?”
พายุหลับตาลงแน่น ลมหายใจเข้าออกของเขาหนักหน่วงจนน่ากลัว “มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด โลกของผมมันซับซ้อนกว่าที่คุณจะจินตนาการถึง ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณ... แต่ผมก็ไม่สามารถบอกความจริงในตอนนี้ได้”
“ความจริง?” รสาพรแค่นหัวเราะ ทั้งที่หัวใจกำลังกรีดร้อง “คำว่าความจริงของคุณกับฉันมันคงคนละความหมายกันสินะคะ สำหรับคุณ ความจริงคือสิ่งที่ต้องทำลายทิ้ง สำหรับฉัน... ความจริงคือสิ่งที่ฉันต้องการเพื่อจะก้าวข้ามอดีตที่เลวร้าย แต่ดูเหมือนว่าคุณกำลังพาฉันเดินวนกลับไปที่เดิม ที่ที่มีแต่คนโกหก”
รสาพรหันหลังกลับ ตั้งใจจะก้าวเดินออกไปจากห้องที่อึดอัดนี้ แต่พายุกลับพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบที่กระชับแต่ไม่ถึงกับเจ็บนั้นทำให้เธอยิ่งรู้สึกแตกสลาย
“อย่าไป... ขอร้องเถอะรสา อย่าเพิ่งไปตอนนี้” เสียงของเขาแหบพร่า “ถ้าคุณเดินออกไปจากห้องนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าใครกำลังเฝ้ามองเราอยู่ คุณอาจจะไม่มีวันได้กลับมาที่นี่อีกเลย”
“ปล่อยค่ะ!” เธอสะบัดมือออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ความโกรธแค้นปะทะกับความเสียใจจนเธอมองหน้าเขาไม่ติด “คนโกหกก็มักจะอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อยื้อเวลาไว้เสมอ คุณกลัวอะไรคะ? กลัวว่าความลับที่ซ่อนไว้ในสวนส้มแห่งนี้จะถูกเปิดเผยงั้นเหรอ?”
รสาพรสะบัดตัวหลุดและวิ่งออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้พายุยืนนิ่งอยู่ในความมืดสลัว เขาไม่ได้วิ่งตาม เธอได้ยินเสียงเขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนที่เสียงฝีเท้าของเขาจะก้าวเดินไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกสู่สวนส้มยามค่ำคืน
รสาพรวิ่งโซซัดโซเซออกมาถึงบริเวณระเบียงเรือนไม้ อากาศเย็นจัดของปลายดอยไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในใจของเธอลดน้อยลงเลย เธอทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ ความคิดในหัวตีรวนกันไปหมด พายุมอบความอบอุ่นให้เธอมาตลอดหลายเดือน ความใส่ใจที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง มันคือของปลอมทั้งหมดเลยหรือ? แล้วข้อความนั่น... ‘หลักฐานที่เหลือถูกทำลายแล้ว’ มันคือหลักฐานอะไรกันแน่?
เธอนั่งเหม่อมองไปทางไร่ส้มที่มืดมิด ท่ามกลางความเงียบงัด รสาพรสังเกตเห็นแสงไฟวูบวาบจากรถยนต์คันหนึ่งที่จอดแอบอยู่หลังแนวต้นส้มห่างออกไปไม่ไกลนัก ไฟหน้ารถดับสนิท แต่เงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเดินตรงมายังเรือนไม้ด้วยท่าทีเร่งรีบ
หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอพยายามจะลุกขึ้นเพื่อกลับเข้าห้องพัก แต่แล้วมือปริศนาจากด้านหลังก็เอื้อมมาปิดปากเธอไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง
“อย่าส่งเสียงดัง... ถ้านางอยากจะรอดชีวิตไปจากที่นี่ ก็จงเงียบไว้”
กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับปลายโลหะเย็นเฉียบที่กดลงบนสีข้างของเธอ รสาพรตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นเงาของคนคนนั้นใต้แสงจันทร์... คนที่ควรจะอยู่ที่กรุงเทพฯ และไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอว่า “เซอร์ไพรส์ไหมครับ... คุณรสา? หรือว่า ‘พายุ’ ยังไม่ได้บอกคุณล่ะ ว่าเขาก็คือคนหนึ่งที่ร่วมมือกับผมตั้งแต่ต้น”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้นะคะ น้ำผึ้งหยดแรกขอสัญญาว่าจะเขียนให้สมกับที่ทุกท่านรอคอยค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 23
บทที่ 23
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!