ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 24

บทที่ 24

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
กลิ่นกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ที่วางอยู่ตรงหน้าดูจะจืดชืดลงถนัดตา เมื่อประโยคนั้นของ 'ศิลา' ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท รสาพยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ความเย็นของพอร์ซเลนปะทะเข้ากับริมฝีปากที่เม้มแน่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มมุมปากนั่น... รอยยิ้มที่เธอเคยคิดว่ามันคือนิยามของความใจดี บัดนี้กลับดูเหมือนคมมีดที่พร้อมจะกรีดลึก "คุณศิลาคะ..." รสาเค้นเสียงผ่านลำคอที่ตีบตัน "ความสนุกของการโกหก มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดของคนที่ถูกหลอกนะคะ" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้สัก สายตานิ่งสนิทดุจผิวน้ำที่ซ่อนก้นบึ้งอันมืดมิดเอาไว้ "ความจริงมันไม่ได้มีสีขาวหรือสีดำเสมอไปหรอกครับรสา บางครั้งเราก็แค่ต้องเลือกวิธีที่สั้นที่สุดเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย... และพายุก็เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด" ชื่อของพายุเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ รสาหลับตาลงชั่วครู่ ภาพความทรงจำตลอดหลายเดือนในไร่ส้มปลายดอยย้อนกลับมาฉายซ้ำ อ้อมกอดที่เธอเคยเชื่อว่าอบอุ่นปลอดภัย คำพูดน้อยคำที่เธอมักตีความเป็นความใส่ใจ ทั้งหมดนั้นคือละครฉากใหญ่ที่เขากำกับร่วมกับศิลาอย่างนั้นหรือ? "ฉันไม่เชื่อค่ะ" รสาสวนกลับ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยว "พายุไม่ใช่คนแบบนั้น เขาอาจจะเย็นชา เขาอาจจะเข้าถึงยาก แต่เขาไม่มีวันหักหลังความไว้ใจของใครเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ" ศิลาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ กองกระดาษสีขาวสะอาดตานั่นดูเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน เขาดันมันมาตรงหน้าเธอช้าๆ "ลองอ่านดูสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า 'ความไว้ใจ' ที่คุณมอบให้เขาน่ะ มันมีราคาถูกแค่ไหนในสายตาของคนที่เขากำลังจะทำลายทิ้ง" รสายังคงนิ่งงัน ความเงียบในห้องทำงานของศิลาตึงเครียดจนเกือบจะหายใจไม่ออก ในหัวของเธอมีเสียงตีกันระหว่างความเชื่อมั่นที่มีต่อพายุ กับความจริงที่กำลังถูกยื่นมาตรงหน้า เธอค่อยๆ เลื่อนมือไปหยิบเอกสารแผ่นบนสุดขึ้นมาอ่าน ตัวอักษรเหล่านั้นพร่าเลือนไปในวินาทีแรก ก่อนจะชัดเจนขึ้นด้วยความคมกริบของเนื้อหา มันคือสัญญาการโอนสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายของไร่ส้ม... ไร่ที่พายุรักยิ่งกว่าชีวิต และในช่องผู้รับผลประโยชน์ กลับไม่ใช่ชื่อของพายุ แต่เป็นชื่อของ 'พายุ' และ 'ศิลา' ในฐานะผู้ร่วมหุ้นใหญ่ที่จะเปลี่ยนไร่แห่งนี้ให้กลายเป็นรีสอร์ตหรูในเร็ววัน มือของรสาเย็นเฉียบ เอกสารในมือร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังแผ่วเบา แต่สำหรับเธอ มันดังสนั่นพอๆ กับโลกทั้งใบที่พังทลายลงมา "เขาไม่ได้บอกคุณเหรอ?" เสียงของศิลาดูแผ่วเบาแต่ทว่าบาดลึก "ว่าเหตุผลที่เขาให้คุณมาที่นี่ ก็เพื่อให้คุณเป็น 'หลักประกัน' ในการตกลงซื้อขายที่ดินจากครอบครัวของคุณ... รสาพร คุณมันก็แค่เหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงด้วยความเต็มใจ" รสาลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้กระแทกพื้นเสียงดัง เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่แตกกระเจิงกลับคืนมา เธอไม่ยอมให้เขารู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวดเพียงใด เธอจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนที่เยาะเย้ยเธออย่างผู้ชนะคนนี้ "ถ้าพายุต้องการแบบนั้นจริงๆ เขาก็คงทำสำเร็จแล้วค่ะ" รสาสูดหายใจเฮือกใหญ่ "แต่คุณจำไว้นะคะศิลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณจะไม่มีวันได้เห็นน้ำตาของฉันอีก" เธอก้าวเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยฝีเท้าที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บปวดจนเกือบขาดใจ แสงแดดข้างนอกที่เคยดูสวยงามยามกระทบยอดส้ม กลับดูโหดร้ายในความรู้สึกของเธอ เสียงนกร้องที่เคยเพราะพริ้งบัดนี้กลับฟังดูเป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ขณะที่เธอกำลังจะเดินพ้นประตูไร่ ร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ พายุยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีซีดที่ดูยับย่นเล็กน้อย แววตาของเขาที่เคยนิ่งลึก กลับดูหม่นหมองลงจนน่าตกใจ เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านความหมาย "รสา..." เขาเรียกชื่อเธอ เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน รสาหยุดเดิน เธอมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ "ยังต้องแสดงต่ออีกเหรอคะพายุ? หรือบทบาทของคนรักที่แสนดีมันยังไม่จบ? บอกฉันสิ... ว่ามีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีก นอกจากที่คุณร่วมมือกับศิลาเพื่อขายไร่นี้ทิ้ง" พายุชะงักไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาฉายความเจ็บปวด แต่แล้วเขาก็กลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง เขาขยับเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าว ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาอย่างน่าอึดอัด "ผมไม่ได้ร่วมมือกับเขา... ผมแค่กำลังวางกับดักที่ใหญ่กว่านั้น" เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ กลิ่นอายของดินและส้มจางๆ ที่เธอเคยโหยหา กลับทำให้เธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "และคนที่กำลังจะพังพินาศในคืนนี้ ไม่ใช่ผม... แต่คือคนที่ส่งเอกสารนั่นให้คุณดู" ก่อนที่รสาจะทันได้ตั้งตัว พายุคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วดึงให้เดินตามไปที่รถกระบะคันเก่าที่จอดอยู่ห่างออกไป เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้นพร้อมกับสายตาของศิลาที่ยืนมองจากระเบียงชั้นบนด้วยแววตาที่เริ่มสั่นไหว เมื่อประตูรถถูกปิดลง รสาก็พบว่าเบาะนั่งฝั่งข้างคนขับมีซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มวางอยู่... จดหมายที่มีตราประทับของตำรวจและชื่อของพ่อเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว รสาหยิบมันขึ้นมาเปิด มือที่สั่นเทาคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก เพียงแค่บรรทัดแรกที่เธออ่าน ดวงตาก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความจริงจะทำให้เธอแทบหยุดหายใจ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ น้ำผึ้งหยดแรกจะตั้งใจร้อยเรียงทุกตัวอักษรเพื่อคุณนักอ่านทุกคนค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%