“คุณโกหกฉัน... มาตลอดเลยใช่ไหมคะ?”
น้ำเสียงของรสาพรไม่ได้สั่นเครือ แต่มันกลับราบเรียบจนน่ากลัว ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานไม้เก่าแก่ของไร่ส้ม กลิ่นเปลือกส้มอบอวลปนไปกับกลิ่นดินหลังฝนตก ซึ่งบัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่ชวนให้รสาพรแทบหยุดหายใจ
พายุที่ยืนหันหลังให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ไหล่กว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีซีดเกร็งขึ้นเล็กน้อย เขาวางปากกาหมึกซึมในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมเข้มที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กลับมีม่านหมอกบางอย่างบดบังจนเธออ่านไม่ออก
“ความจริงบางเรื่อง รสา... มันมีน้ำหนักเกินกว่าที่คนบางคนจะรับไหว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาของเขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่มันคือการยอมรับที่บาดลึกกว่าการกล่าวคำว่า ‘ใช่’ เสียอีก
“น้ำหนักของมันไม่ได้อยู่ที่ว่าฉันจะรับไหวหรือไม่ไหวค่ะ แต่มันอยู่ที่ว่าคุณเลือกจะปล่อยให้ฉันเป็นคนโง่เง่าที่เดินวนอยู่ในความมืดคนเดียวมานานแค่ไหน” รสาพรสาวเท้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือเพียงก้าวเดียว เธอมองเห็นรอยยับย่นที่หางตาของเขา รอยยับย่นที่เกิดจากการขมวดคิ้วด้วยความกังวลซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องที่เธอไม่เคยรู้
“คุณจำผู้หญิงที่ชื่อ ‘นลิน’ ได้ไหมคะ?”
คำถามนั้นทำให้พายุเบิกตากว้างขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบซ่อนมันไว้ใต้มาดนิ่งขรึม ทว่ามันสายเกินไป... ความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ผืนดินในไร่ส้มแห่งนี้มานานนับปี กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาด้วยมือของหญิงสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมที่สุด
“รสา... เรื่องนั้นมันเป็นอดีตที่จบไปแล้ว”
“จบไปแล้ว? ในขณะที่จดหมายพวกนี้วางอยู่ตรงหน้าฉันน่ะหรือคะ?” รสาพรหยิบซองจดหมายสีเหลืองซีดขึ้นมาจากกระเป๋าถือของเธอ เธอกำมันแน่นจนขอบกระดาษยับย่น “คุณบอกว่าคุณมาที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่ คุณบอกว่าคุณหนีจากความวุ่นวายมาหาความสงบ แต่ดูเหมือนความสงบของคุณจะเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของใครบางคน และฉัน... ก็กำลังกลายเป็นหนึ่งในซากเหล่านั้น”
พายุถอนหายใจยาว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความนิ่งเฉยเป็นความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด เขาก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาอุ่นรดหน้าผากของเธอ มือหนายื่นออกมาหมายจะคว้าไหล่เธอไว้ แต่รสาพรเบี่ยงตัวหลบด้วยอาการสั่นเทา
“อย่าค่ะ... ถ้าความอบอุ่นที่คุณเคยให้ฉัน มันมีไว้เพื่อปกปิดความจริงที่น่ารังเกียจนี้ ฉันว่าฉันขออยู่กับความหนาวเหน็บข้างนอกนั่นยังดีเสียกว่า”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศจะถูกสูบออกไปจนหมด รสาพรจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความรักที่เคยท่วมท้น บัดนี้เหลือเพียงรอยร้าวของความศรัทธาที่แตกกระจาย พายุรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมๆ นับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาคู่สวยนั้น
“รสา ฟังผมก่อน... สิ่งที่ผมทำ ผมทำไปเพราะกลัวว่าคุณจะถูกดึงเข้าไปในเกมที่ผมไม่ต้องการให้คุณเกี่ยวข้อง”
“เกม? คุณเห็นความรู้สึกของฉันเป็นแค่เกมหรือคะพายุ?” เธอแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “ฉันทิ้งชีวิตที่พังทลายจากกรุงเทพฯ มาที่นี่เพราะคิดว่าคุณคือพื้นที่ปลอดภัย แต่เปล่าเลย... คุณคือกับดักที่แยบยลที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา”
พายุยืนนิ่งงัน คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมในใจของเขา เขาอยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าที่เขาต้องโกหก เพราะความลับที่เขากุมไว้มีชีวิตของคนในครอบครัวเธอเป็นเดิมพัน แต่ทุกคำพูดที่เอ่ยออกไปอาจจะกลายเป็นไฟที่เผาผลาญความสัมพันธ์ของพวกเขาจนไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ขณะที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่แทนคำตอบ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงของเพียงขวัญที่ดูตื่นตระหนกจนผิดปกติ
“พี่พายุคะ! คุณรสา! ออกมาดูข้างนอกเร็วเข้าค่ะ มีคนมาที่ไร่... เขาอ้างว่าเป็นคนที่ถือครองสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ทั้งหมด และเขากำลังสั่งให้คนงานรื้อถอนสวนส้มในโซนทางเหนือค่ะ!”
รสาพรชะงัก กอดจดหมายในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอหันไปมองพายุที่ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดในวินาทีนั้น เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจในแบบที่คนทั่วไปควรจะเป็น แต่เป็นอาการของคนที่รู้ดีอยู่แล้วว่า ‘วันพิพากษา’ มาถึง
เขาก้าวผ่านเธอไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ยากจะตีความ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้... อย่าเชื่อในสิ่งที่เขากำลังจะพูดเกี่ยวกับผม หากคุณยังมีความทรงจำที่ดีกับผมเหลืออยู่บ้าง”
พายุเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้รสาพรยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางกลิ่นส้มที่บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นของความฉิบหาย เธอกำจดหมายในมือไว้แน่นก่อนจะตัดสินใจเดินตามเขาออกไปที่ระเบียงเรือนไม้ ทว่าสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่แค่คนงานที่กำลังทำลายสวนส้ม แต่เป็นร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ท่ามกลางกลุ่มคนแปลกหน้า ร่างนั้นหันมาสบตากับเธอ และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขานั้น... มันทำให้หัวใจของรสาพรหยุดเต้นไปชั่วขณะ
นั่นคือใบหน้าของคนรักเก่าที่เธอคิดว่าตายจากชีวิตเธอไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมรสุมหัวใจไปกับรสาพรในบทนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!