"ถ้าคุณจะให้ฉันไปจากที่นี่ ก็แค่พูดออกมาตรงๆ ไม่ต้องใช้ความเงียบมาเป็นเครื่องมือตัดสินใจแทนหรอกค่ะ"
รสาพรเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานไม้เก่าคร่ำของพายุ กลิ่นอายของเปลือกส้มแห้งและไอดินหลังฝนตกที่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังที่บีบคั้นหัวใจเธอจนเจ็บหนึบ ดวงตากลมโตสั่นระริกยามจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนหันหน้าออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่
พายุไม่ขยับไหว เขาคล้ายกับรูปปั้นหินที่ไร้หัวใจในยามนี้ มือหนาที่วางอยู่บนขอบหน้าต่างกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบที่เคยอ่อนโยนยามมองเธอ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความเจ็บปวดบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"รสา... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมผมถึงต้องทำแบบนี้" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างคุณ คุณมีโลกที่สดใสกว่ารออยู่ข้างหน้า ส่วนผม... ผมคือคนที่ติดอยู่ในกองซากปรักหักพังของอดีต"
"แล้วคุณคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไรคะ?" รสาพรย่างสามขุมเข้าไปใกล้ เขาขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่นั่นกลับทำให้รสาพรยิ่งรุกไล่ "ฉันไม่ได้มาเพื่อตามหาความสุขสมบูรณ์แบบ ฉันมาที่นี่เพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่กับรอยแผล และคุณคือคนแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าความรักไม่ใช่การสูญเสียเสมอไป แต่ตอนนี้คุณกลับกำลังจะบอกว่า... ฉันไม่มีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างคุณในความมืดงั้นหรือคะ?"
พายุหลับตาแน่น กัดกรามจนเป็นสันนูน คำพูดของรสาพรเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมในใจของเขา เขาไม่อยากให้เธอต้องมาแปดเปื้อนกับความลับอันดำมืดที่เขากำลังเผชิญ—ความลับเกี่ยวกับที่ดินผืนนี้และอดีตของครอบครัวที่กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทำลายชีวิตที่เขาสร้างมากับมือ
"ผมให้คุณไปซะเถอะ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างเหลืออด "พรุ่งนี้เช้าจะมีคนขับรถไปส่งคุณที่สนามบิน เรื่องของเรา... ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือว่าความทรงจำที่ไร่ส้มนี้เป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่ง"
รสาพรหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงนั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่าการร้องไห้ เธอหยิบรูปถ่ายใบเก่าที่ตกอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเขาขึ้นมา รูปที่มีใบหน้าของพายุในวัยเด็กยืนอยู่ข้างชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่มีรอยสักรูปมังกรที่ข้อมือ เธอจำรอยสักนั้นได้ดี... รอยสักเดียวกับชายแปลกหน้าที่เพิ่งปรากฏตัวที่ประตูไร่เมื่อเย็นวานนี้
"ความฝันงั้นเหรอคะ?" เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายแข็งแรงนั้น เธอวางมือลงบนหน้าอกของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ "ถ้ามันเป็นแค่ความฝัน ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ตอนที่อยู่ใกล้ฉัน? และถ้ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ทำไมสายตาคุณถึงได้ดูหวาดกลัวนักเวลาที่มองไปทางถนนสายหลักของไร่?"
พายุชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วง มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้าย แต่เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นส้มจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจากตัวเธอกำลังทำให้เขาเสียการควบคุม
"คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังเล่นกับอะไร รสา" พายุกระซิบชิดริมฝีปากเธอ "ถ้าคุณยังไม่เลิกตั้งคำถาม... สิ่งที่คุณจะได้รับต่อจากนี้ จะไม่ใช่ความอบอุ่น แต่มันคือความฉิบหายที่ผมไม่อาจปกป้องคุณได้"
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังโครมใหญ่จากภายนอก ตามด้วยเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่พังรั้วเข้ามาในเขตไร่ แสงไฟจากรถกระบะหลายคันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนห้องสว่างวาบ พายุผลักรสาพรไปข้างหลังด้วยความเร็วสูงก่อนจะคว้ากุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักออกมา
"ไปที่ห้องใต้ดิน... อย่าออกมาจนกว่าผมจะเรียก" เขาสำทับเสียงเข้ม แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและพร้อมจะฟาดฟันกับโลกทั้งใบ
"ไม่! ฉันจะไม่ทิ้งคุณ!" รสาพรยื้อแขนเขาไว้ พลางจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความตระหนก เมื่อเห็นร่างของใครคนหนึ่งที่คุ้นตาเดินลงมาจากรถคันหน้าสุด—หญิงวัยกลางคนที่เธอเคยเห็นในรูปภาพที่แม่ของเธอเก็บไว้ในสมุดบันทึกเล่มเก่า... คนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองมาที่หน้าต่างห้องทำงานของพายุ สายตาของหล่อนเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ก่อนจะคลี่ยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ทว่ากลับดังสะท้อนเข้ามาในความเงียบ
"หาตัวเจอสักที... ลูกรักของแม่"
น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้รสาพรในวินาทีที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจเช่นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 32
บทที่ 32
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!