“คุณพายุคะ... ถ้าสิ่งที่รสาเห็นในซองจดหมายนั่นมันคือความจริง ต่อไปเราจะยังมองหน้ากันด้วยความรู้สึกเดิมได้อีกหรือเปล่าคะ?”
เสียงของรสาพรแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันภายในห้องทำงานไม้เก่าแก่ของไร่ส้มปลายดอย เธอไม่ได้จ้องมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไร่ ดวงตาคู่สวยทอดมองเพียงเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักแผ่นหนา มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่วางซองจดหมายสีน้ำตาลที่เพิ่งเปิดอ่านค้างไว้ลงบนนั้น
พายุไม่ได้ตอบในทันที เขายืนพิงกรอบหน้าต่าง สายตาคมกริบคู่นั้นมักจะดูนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมเสมอ ทว่าในวินาทีนี้ แววตาของเขากลับไหวระริกราวกับมีพายุหมุนซ่อนอยู่ข้างใน ชายหนุ่มละมือออกจากกระเป๋ากางเกง เดินตรงเข้ามาหยุดยืนห่างจากรสาเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายจางๆ ของเปลือกส้มและดินชื้นที่ติดตัวเขามาเหมือนจะช่วยปลอบประโลมความตึงเครียดในอากาศ แต่คราวนี้มันกลับไม่ได้ผล
“รสา... ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าอดีตมันเหมือนรากไม้ที่ฝังลึก บางครั้งการพยายามขุดมันขึ้นมาอาจทำให้ต้นไม้ทั้งต้นล้มลง” น้ำเสียงของพายุทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้า เขาไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้โต้แย้ง แต่เลือกที่จะย้อนถามด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังใจหายวูบ
รสาพรเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววตัดพ้อ “ถ้าต้นไม้นั้นมันกำลังจะตายเพราะรากเน่าข้างใน การขุดขึ้นมาดูเพื่อเยียวยา หรือยอมปล่อยให้มันค่อยๆ เหี่ยวเฉาไปต่อหน้า... คุณคิดว่าอย่างไหนคือความรักที่แท้จริงกันแน่คะ?”
บทสนทนาหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น เหลือเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรยามค่ำคืนที่ขับขานอยู่ภายนอกหน้าต่าง รสาพรรับรู้ได้ถึงความกดดันที่บีบคั้นอยู่ในอก เธอไม่ได้ต้องการคำตอบเชิงปรัชญา เธอต้องการเพียงความจริงที่เธอค้นพบ—ความจริงที่ว่าคนรักเก่าที่หักหลังเธอในอดีต เกี่ยวข้องอย่างไรกับโศกนาฏกรรมที่ครอบครัวของพายุต้องเผชิญเมื่อสิบปีก่อน
พายุถอนหายใจยาว ก่อนจะยื่นมือมาวางบนขอบโต๊ะ กั้นอาณาเขตที่ดูเหมือนจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเขากับเธอ “คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงพยายามปิดบัง”
เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิดจนรสาพรสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา พายุไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่ความใกล้ชิดนั้นทำให้หัวใจของรสาเต้นผิดจังหวะ “เพราะวินาทีที่ผมเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง วันนั้น... คุณจะไม่ใช่นักท่องเที่ยวที่มาพักใจที่นี่อีกต่อไป แต่คุณจะกลายเป็นหนึ่งในรอยร้าวของเรื่องราวทั้งหมดนี้ และผม... ไม่อยากเห็นคุณแตกสลายเพราะมัน”
“รสาไม่ใช่นักท่องเที่ยวแล้วค่ะ” เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นอย่างที่ตัวเธอเองก็ประหลาดใจ “นับตั้งแต่ที่รสาตัดสินใจก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ นับตั้งแต่ที่เราร่วมกันเก็บเกี่ยวส้มในฤดูแรก... รสาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ไปแล้ว ไม่ว่าความจริงนั้นจะเจ็บปวดแค่ไหน รสาขอเลือกที่จะเจ็บไปพร้อมกับคุณ ดีกว่าต้องยืนมองคุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวในเงามืดแบบนี้”
พายุชะงักไป ดวงตาของเขาฉายความสั่นไหวที่รสาไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชา ไม่ใช่ความนิ่งเฉย แต่มันคือความรักที่ปะปนกับความหวาดกลัวอย่างที่สุด เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของรสาขึ้นมากุมไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักนั้นสั่นระริก
“ถ้าอย่างนั้น... รสา ฟังผมนะ” พายุเริ่มพูด จังหวะการพูดของเขาช้าและมั่นคง เหมือนพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย “ผู้ชายคนที่คุณเคยรัก... คนที่ทิ้งคุณไปในวันที่คุณล้มลงที่สุด... เขาไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าสำหรับผม แต่เขาคือ...”
ยังไม่ทันที่พายุจะจบประโยค เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นรัวและกระชั้นชิดจนทั้งสองต้องผละออกจากกันด้วยความตกใจ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“คุณพายุคะ! คุณรสาคะ! แย่แล้วค่ะ!” เสียงของเพียงขวัญดังลอดเข้ามาจากด้านนอก น้ำเสียงของเพื่อนสนิทรสาพรสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด “รีบออกมาดูเร็วค่ะ! ที่หน้าไร่... มีรถของตำรวจมาจอด และพวกเขาบอกว่า... พวกเขามาที่นี่เพื่อจับกุมคนในไร่ส้มแห่งนี้!”
พายุและรสาพรสบตากันด้วยความตกใจ ความจริงที่กำลังจะถูกเผยถูกหยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง พายุหันไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่ข้างๆ พร้อมกับมองรสาด้วยสายตาที่บอกให้เธออยู่นิ่งๆ แต่รสาพรกลับคว้าแขนเขาไว้แน่น
“ถ้าเขามาเพื่อจับคุณ... คุณต้องบอกความจริงกับตำรวจไปเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่การหลบหนี!”
พายุคลี่ยิ้มจางๆ เป็นยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่รสาเคยเห็นมา เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ เสียงนั้นนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนถึงกระดูก “รสา... สิ่งที่ผมซ่อนไว้มันไม่ใช่ความผิดอาญาที่ตำรวจจะจัดการได้ แต่มันคือความแค้นที่ฝังรากลึกมานานเกินกว่าจะลบเลือน... และถ้าตำรวจมาที่นี่จริงๆ นั่นหมายความว่า ‘เขา’ คนนั้นกลับมาแล้ว และเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง”
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านข้างก็แตกกระจายลงพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง พายุดึงรสาพรลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาในห้องทำงานจนพร่ามัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาภายในบ้านพัก พร้อมกับเสียงพูดที่คุ้นหูจนรสาพรต้องตัวแข็งทื่อ
“พายุ... เพื่อนเก่า ไม่เจอกันนานเลยนะ”
รสาพรเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มที่เธอไม่มีวันลืม... รอยยิ้มของชายที่เคยพรากหัวใจเธอไป และตอนนี้เขากลับมาพร้อมกับแผนการที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
น้ำผึ้งหยดแรกขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังลุ้นระทึกไปกับรสาพรนะคะ แล้วเรามาพบกับคำเฉลยที่อาจเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลในตอนหน้าค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 41
บทที่ 41
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!