ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 40

บทที่ 40

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณจะเก็บความลับนี้ไว้เพื่อ ‘ปกป้อง’ ฉัน ฉันอยากให้คุณลองถามตัวเองดูสักครั้งว่า... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ มันคือการปกป้อง หรือเป็นการหยามเกียรติกันแน่คะ” รสาพรเอ่ยประโยคนี้ขึ้นกลางวงสนทนาที่เงียบเชียบในห้องทำงานของพายุ กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและเปลือกส้มอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางของหญิงสาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะวางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะไม้โอ๊กแผ่นหนา สายตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าในนั้นกลับมีความร้าวรานที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเข้มแข็งที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ พายุนิ่งงัน แววตาคมเข้มดุจพยัคฆ์ยามเฝ้าถิ่นฐานฉายความไหววูบชั่วขณะ เขาไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้แก้ตัว หรือแม้แต่จะหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่าน ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันคืออะไร “รสา... เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว ผมแค่ไม่อยากให้ความเจ็บปวดในอดีตของครอบครัวผม มาทำลายความสงบที่คุณเพิ่งจะสร้างขึ้นได้ที่นี่” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความหวาดกลัวที่เขาพยายามกดทับมาตลอดเก้าเดือนที่รสาพรอยู่ที่ไร่แห่งนี้ “ความสงบที่สร้างบนคำโกหก มันไม่มีวันยั่งยืนหรอกค่ะพายุ” รสาพรแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกเจ็บลึกไปถึงขั้วหัวใจ “คุณบอกว่าคุณรักความซื่อตรง แต่สิ่งที่ฉันเห็นตลอดสองสัปดาห์มานี้ คือกำแพงที่หนาขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเรา... คุณซ่อนอะไรไว้ใต้ไร่ส้มที่ดูสวยงามนี่อีกคะ? ยังมีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกนอกจากเรื่องของคนรักเก่าของฉันที่ถูกคุณจัดการไปเงียบๆ?” พายุลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทาบทับร่างบางจนดูเหมือนคนตัวเล็กจ้อยในสายตาเขา มือหนาเอื้อมไปเกือบจะสัมผัสใบหน้าหวานที่กำลังนองไปด้วยน้ำตาใส ทว่าเขากลับชะงักค้างกลางอากาศ ความขัดแย้งในใจของชายหนุ่มฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบแน่น “ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ที่ผมยอมเป็นคนร้ายในสายตาคุณ ที่ผมยอมให้คุณเข้าใจผิด... ก็เพราะว่าถ้าคุณรู้ความจริง คุณจะไม่มีวันมองผมด้วยสายตาแบบเดิมได้อีกเลย รสา... คุณจะเกลียดผม” รสาพรก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างเพียงเล็กน้อยนี้กลับกว้างใหญ่เหมือนเหวขวางกั้น ความสงสัยที่เคยสุมอยู่ในอกเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง เธอไม่เคยคิดเลยว่าชายผู้เปรียบเสมือน ‘ไอน้ำอุ่น’ ในยามที่เธอหนาวเหน็บที่สุด จะเป็นคนเดียวกับที่กุมความลับอันดำมืดซึ่งเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องหนีจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ “งั้นลองดูไหมคะ?” รสาพรสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง “บอกฉันมา... เรื่องของจดหมายฉบับนั้น ความจริงที่ว่าทำไมคนรักเก่าของฉันถึงล้มละลายภายในข้ามคืน... และทำไม... ทำไมไร่ส้มปลายดอยถึงมีชื่อเป็นเจ้าของในนามของตระกูลที่ทำลายครอบครัวฉัน!” พายุชะงักกึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างน่ากลัว เป็นความเรียบเฉยที่เขาใช้ปกปิดความจริงอันโหดร้ายมานานนับสิบปี เขาหมุนตัวกลับไปมองออกทางหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นสวนส้มสุดลูกหูลูกตาภายใต้แสงสีส้มหม่นของยามเย็น “คุณฉลาดเสมอ รสา... แต่บางครั้ง ความฉลาดก็เป็นอาวุธที่ทำร้ายตัวเองได้ดีที่สุด” เขาพึมพำ ก่อนจะหันกลับมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “คุณอยากรู้ใช่ไหม? ได้... ในเมื่อคุณอยากเปิดกล่องใบนี้เอง ก็อย่าโทษว่าผมไม่เตือน” เขากดปุ่มที่ใต้โต๊ะทำงาน เสียงกลไกบางอย่างทำงานขึ้นอย่างแผ่วเบา พื้นไม้ด้านหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออก เผยให้เห็นบันไดหินที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดินที่มืดมิดและเย็นเยียบ พายุคว้าคบไฟขึ้นมาหนึ่งดวง แสงไฟวูบวาบส่องให้เห็นแผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยวของเขา “ตามผมมา... แต่อย่าร้องขอให้ผมหยุด ถ้าเห็นสิ่งที่อยู่ข้างล่างนั่น” รสาพรยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวจับขั้วหัวใจ แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่า นี่คือจุดสิ้นสุดของความคลุมเครือทั้งหมด เธอตัดสินใจก้าวตามพายุลงไปในความมืดนั้นโดยไม่หันหลังกลับ เมื่อลงไปจนสุดทาง พายุหยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับเธอ แสงไฟจากคบไฟสะท้อนใบหน้าของเขาที่ดูหมองหม่นราวกับถูกสูบวิญญาณ เขาชี้ไปที่กองเอกสารจำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบภายในห้องลับแห่งนี้ “นี่คือสิ่งที่คนทั้งจังหวัดเข้าใจว่าผมเป็นเจ้าของไร่ที่ร่ำรวย แต่ความจริงแล้ว... ผมเป็นเพียง ‘หุ่นเชิด’ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจะเดินทางมาถึงไร่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้” รสาพรเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับบนสุด... ชื่อของบุคคลที่เธอคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน “คุณหมายความว่ายังไง... พายุ... นี่มันเป็นไปไม่ได้!” ทันใดนั้น เสียงรถยนต์จอดสนิทที่หน้าไร่ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่กำลังเดินตรงเข้ามายังบ้านพักของพายุ รสาพรหันไปมองทางบันไดด้วยความตกใจ ขณะที่พายุเพียงแค่หลับตาลงอย่างอ่อนแรง “เธอมาถึงแล้ว รสา... และเธอก็ไม่ใช่คนที่มาที่นี่เพื่อจะคุยกับคุณอย่างฉันหรอกนะ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงอยู่เคียงข้างและเดินทางผ่านบททดสอบแห่งความจริงไปพร้อมกับรสาพรนะคะ “น้ำผึ้งหยดแรก” ขอส่งความรักผ่านตัวอักษรเหล่านี้ไปถึงหัวใจนักอ่านทุกคนค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%