ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 42

บทที่ 42

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณยังเลือกที่จะเงียบ... รสาคงต้องคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา มันเป็นแค่ความเห็นใจชั่วคราวของคุณเท่านั้นค่ะ, คุณพายุ” ปลายนิ้วเรียวของรสาพรกำด้ามจับถ้วยเซรามิกอุ่นจัดจนข้อต่อปล้อนขาวซีด ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววอ่อนโยนมาตลอด บัดนี้กลับไหวระริกด้วยระลอกคลื่นแห่งความอัดอั้นที่สะสมมาเนิ่นนาน เธอยืนเผชิญหน้ากับเจ้าของไร่ส้มหนุ่มท่ามกลางเงาสลัวของห้องเก็บผลผลิต กลิ่นหอมฉุนของเปลือกส้มและกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกอบอวลอยู่รอบตัว ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง พายุชะงักมือที่กำลังจัดเรียงลังไม้เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกปีกกว้างไหววูบอย่างที่หาได้ยากยิ่ง ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวหนี หรือแม้แต่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาทันที เขารู้ดีว่าความเงียบของตนในยามนี้เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดแทงหัวใจของหญิงสาวทีละน้อย แต่มันกลับเป็นความเงียบที่แบกรับความลับอันหนักหน่วงเกินกว่าจะเอื้อI่นออกมาได้โดยง่าย “รสา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง มันไม่ใช่การปฏิเสธ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความลังเลและความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “ผมไม่ได้... อยากให้คุณเข้าใจผมผิด แต่เรื่องบางเรื่อง... ถ้าคุณรู้ตอนนี้ มันอาจจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย” “แล้วคุณคิดว่าการที่คุณทำเหมือนห่วงใย แต่กลับปิดบังทุกอย่างไว้ข้างหลังแบบนี้ มันดีกับความรู้สึกของรสามากนักเหรอคะ?” รสาพรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้พายุต้องยอมสบตา “คุณพาฉันมาที่ไร่ส้มแห่งนี้ ให้ที่พักพิง เยียวยาแผลใจที่บอบช้ำจากคนเก่า... แต่คุณกลับสร้างกำแพงอีกชั้นขึ้นมาขวางกั้นเราไว้เสียเอง ตกลงแล้ว... ฉันเป็นแค่อีกหนึ่งความรับผิดชอบที่คุณต้องแบกรับตามคำสั่งเสียของใครบางคน หรือฉันมีความหมายอะไรมากกว่านั้นสำหรับคุณกันแน่ค่ะ?” คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับก้อนหินอัคนี พายุรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาในหัว สมัยที่เขาเคยสูญเสียทุกอย่างไปในกองเพลิงและความจริงอันโหดร้าย บาดแผลที่เขาพยายามฝังกลบไว้ลึกที่สุดในใจกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยมือของหญิงสาวที่เขาเผลอมอบความรู้สึกให้อย่างหมดหัวใจ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ฝ่าเท้าเหยียบบนพื้นไม้เก่าๆ เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ รสาพรถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางลังส้มจนหนีไปไหนไม่ได้เสียแล้ว พายุหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอในระยะประชิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นไอแดดและส้มสดลอยแตะจมูก จนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก “รสาฟังผมนะ...” พ้อยเอื้อมมือหนาขึ้นหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับกลัวว่าปลายนิ้วของตนจะไปซ้ำเติมแผลเก่าให้ลึกยิ่งขึ้น “ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นภาระ... และผมไม่เคยโกหกในทุกสิ่งที่ผมทำเพื่อคุณเลยสักครั้ง” “ถ้าอย่างนั้น... ทำไมคุณถึงไม่อธิบายเรื่องจดหมายฉบับนั้น? เรื่องที่คุณกับเพียงขวัญพูดคุยกันลับๆ ในห้องทำงานเมื่อคืนก่อนล่ะคะ?” รสาพรเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวยแต่มันกลั้นไว้ไม่ให้ไหลรินลงมา “อย่าบอกนะคะว่าฉันไม่มีสิทธิ์รู้... ในเมื่อเรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกับชีวิตของฉันโดยตรง!” พายุเบนสายตาหลบวูบ ชั่วขณะนั้นเองที่รสาพรรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเงียบที่ยาวนานเกินไปของเขาคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ความหวังริบหรี่ที่เคยถูกจุดขึ้นในอกท่ามกลางไอน้ำอุ่นของสวนส้มปลายดอยแห่งนี้ กำลังจะมอดดับลงด้วยมือของชายหนุ่มผู้กุมหัวใจเธอไว้ทั้งดวง หญิงสาวแค่นหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างสมเพชตัวเอง เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่างเบาๆ แม้แรงนั้นจะไม่สามารถขยับร่างสูงใหญ่ได้เลยก็ตาม “เข้าใจแล้วค่ะ... บางที การที่ฉันดลบันดาลความคาดหวังมาไว้ที่คุณ มันคงเป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรก” “เดี๋ยวก่อน รสา! อย่าเพิ่งไป...” พายุคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่กระชับพอเหมาะถ่าย0ความอบอุ่นผ่านผิวเนื้อ แต่มันกลับสร้างความร้าวรานในอกของคนทั้งคู่ยิ่งขึ้นไปอีก รสาพรหันกลับมามองด้วยแววตาตัดพ้อ ทว่าก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้เอื้อนเอยคำตัดรอนใดๆ ออกมาอีก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหอบหายใจรัวเร็วก็ดังแทรกขึ้นที่หน้าประตูห้องเก็บผลผลิตเสียก่อน “คุณพายุ! คุณรสา! แย่แล้วครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่เรือนพักใหญ่ บอกว่ามีเรื่องด่วนที่สุดที่ต้องคุยกับคุณรสาตอนนี้เลยครับ!” เสียงตะโกนของ ‘ลุงมั่น’ คนงานอาวุโสประจำไร่ดังขึ้นด้วยความร้อนรน สีหน้าของชายชราซีดเผือดจนผิดปกติ ราวกับเพิ่งไปพบเจอเรื่องช็อกโลกมาหมาดๆ พายุขมวดคิ้วมุ่นทันที เขายังไม่ทันได้ปล่อยมือจากข้อมือของรสาพร ร่างของใครอีกคนก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในแสงสลัวของโกดังเสียแล้ว เงาร่างโปร่งในชุดสูทภูมิฐานที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศไร่ส้มบนดอยสูงหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขาทั้งสอง รสาพรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นยำลอยมาปะทะจมูก พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายผู้ไม่ควรจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้ “สวัสดีครับ รสา... ไม่เจอกันนานเลยนะ คิดถึงผมบ้างไหม?” เสียงทุ้มต่ำของ ‘ภาคิน’ อดีตคนรักเก่าผู้เป็นต้นเหตุของแผลใจทั้งหมด ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่ถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ โดยมีสายตาคมกริบของพายุยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปตลอดกาล น้ำผึ้งหยดแรกขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังลุ้นระทึกไปกับรสาพรนะคะ แล้วเรามาพบกับคำเฉลยที่อาจเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%