ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“คุณจะให้ฉันเชื่อใจคนที่แม้แต่ชื่อตัวเองยังปกปิดอย่างนั้นหรือคะ... คุณพายุ” เสียงของรสาพรสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะซ่อนเร้น กลิ่นหอมจางๆ ของผลส้มสุกที่อบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานไม้สักในไร่ปลายดอยกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบที่ทิ้งตัวลงคั่นกลางระหว่างพวกเขากลับหนักอึ้งเสียจนแทบจะได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างพยายามควบคุมมันให้อยู่ในความสงบ พายุชะงักมือที่กำลังวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววอบอุ่นและนิ่งสงบเสมอในยามที่อยู่ใกล้เธอกลับไหววับอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก เขามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกแน่นเพื่อปกป้องความเปราะบางของตัวเอง ไหล่บางนั้นสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของอากาศบนดอยสูงในยามค่ำคืน แต่เป็นเพราะความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกทีละนิด คล้ายใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาทับถมจนเต็มพื้นที่ความรู้สึก “ผมไม่เคยคิดจะปิดบังคุณ... รสา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเนิ่นนาน เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวเข้าหาเธอช้าๆ อย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากขยับเร็วกว่านี้ ตัวตนและเรื่องราวทั้งหมดจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา “เรื่องในอดีต... มันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำๆ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากใคร โดยเฉพาะกับคุณ คนที่ผมแคร์ความรู้สึกมากที่สุด” รสาพรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเจือความเจ็บปวดที่เธอกล้ำกลืนมาตลอดหลายวัน ตั้งแต่ที่เพียงขวัญส่งข่าวเรื่องเบื้องหลังของชายหนุ่มมาให้ทางข้อความ ภาพความทรงจำแยๆ จากคนรักเก่าที่เคยหักหลังเธอก็จู่โจมเข้ามาซ้ำเติม จนทำให้เธอกลัวที่จะเชื่อใจใครอีกครั้ง “แคร์ฉันเหรอคะ?” รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา “ถ้าคุณแคร์ฉันจริง... ทำไมฉันต้องมารู้เรื่องทั้งหมดนี้จากปากคนอื่น ทำไมคุณถึงปล่อยให้ฉันโง่เชื่อว่าคุณเป็นแค่เจ้าของไร่ส้มธรรมดา ทั้งที่ความจริงแล้ว... คุณคือคนคนเดียวกับที่มีชื่ออยู่ในข่าวหน้าหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน คนที่เกี่ยวข้องกับคดีการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลวรโชติ!” ชื่อสกุลนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอราวกับมีดที่กรีดแทงบรรยากาศระหว่างกันให้ขาดวิ่น พายุหยุดกิ่งก้านความคิดของตนเองลงทันที เขาไม่ได้ปฏิเสธ สีหน้าที่ซีดเผือดลงเล็กน้อยเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำแก้ตัวใดๆ รอยแผลเป็นในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ผืนดินกว้างใหญ่ของไร่ส้มแห่งนี้ บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยผู้หญิงที่เขามอบหัวใจให้ “คุณรู้... ถึงขนาดนั้นแล้วสินะครับ” พายุพึมพำ น้ำเสียงของเขาแหบแห้ง ดวงตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว หวาดกลัวว่าแววตาที่เคยอ่อนโยนคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นความรังเกียจ “ใช่ค่ะ ฉันรู้... และสิ่งที่ฉันเจ็บที่สุดไม่ใช่เรื่องที่คุณเคยเป็นใคร หรือมีอดีตที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน” รสาพรสาวเท้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเขาย่างสามขุมเข้าใกล้ ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าหากันแน่นจนเจ็บ “แต่คือความจริงที่ว่า คุณเลือกที่จะปิดบัง ปล่อยให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกที่ไม่มีค่าพอจะรับรู้ความจริงอะไรเลย ทั้งที่เรา... เราผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งมากมาย” “รสาครับ ฟังผมก่อน...” พายุเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะแตะที่ข้อศอกของเธอเพื่อยื้อรั้ง แต่รสาพรกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว การปฏิเสธนั้นรุนแรงเสียยิ่งกว่าตบหน้าเขาสกิดใจ ชายหนุ่มชะงักมือค้างกลางอากาศ ความอ้างว้างแผ่ซ่านเข้ามาเกาะกุมหัวใจดวงแกร่งที่เคยผ่านพ้นมรสุมชีวิตมานับไม่ถ้วน “พอเถอะค่ะ” รสาพรกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงสะื้น “ฉันคิดว่า... ฉันคงต้องทบทวนอะไรหลายๆ อย่างใหม่ การที่ฉันมาที่นี่ เพื่อพักใจและรักษาแผลเก่า ไม่ใช่เอาตัวเองเข้ามาผูกติดกับปัญหาที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง” ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของความรู้สึกที่กำลังแตกสลาย พายุมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารู้ดีว่าความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวเขา แต่มันกำลังพรากผู้หญิงที่เขารักที่สุดไปจากอ้อมแขน ในวินาทีที่รสาพรกำลังจะหมุนตัวเดินหันหลังให้เพื่อเดินออกจากห้องทำงานนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต เพียงขวัญยืนหอบหายใจอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าของเพื่อนสนิทซีดเผือด แววตาตื่นตระหนกจนผิดปกติ และในมือถือโทรศัพท์มือถือสั่นระริก “รสา... พายุ...” เพียงขวัญกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคนทั้งคู่หยุดหมุน “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนที่พวกคุณกำลังตามหาเรื่องการฮุบที่ดินไร่ส้ม... ตอนนี้เขาอยู่ที่หน้าทางเข้าไร่แล้วค่ะ... และเขาไม่ได้มาคนเดียว” รสาพรชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน เธอหันกลับมามองเพื่อนสนิทสลับกับพายุที่หันขวับไปมองที่หน้าต่าง บรรยากาศภายนอกไร่ส้มที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล บัดนี้กลับมีแสงไฟจากรถยนต์หลายคันสาดส่องเข้ามาจนสว่างจ้า และเงาร่างของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้ตัวอาคารเรื่อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความลับทั้งหมดที่พายุพยายามปกปิดมาตลอดห้าปี น้ำผึ้งหยดแรกขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังลุ้นระทึกไปกับรสาพรและพายุนะคะ แล้วเรามาพบกับคำตอบที่อาจพลิกผันทุกอย่างในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%