กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกในยามค่ำคืน แต่บรรยากาศในเรือนกระจกกลางไร่ส้มกลับไม่ได้อบอุ่นละมุนละไมอย่างที่เคยเป็น รสาพรวางแก้วเซรามิกในมือลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดังกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ
"คุณพายุแน่ใจแล้วเหรอคะว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่... มันไม่ใช่การพยายามซ่อนความจริงบางอย่างจากรสาอีก"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย รสาพรเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง สายตาของพายุในยามนี้ยากจะคาดเดา มีทั้งความห่วงใย ความลังเล และความลับบางอย่างที่เขาเก็บงำไว้เบื้องหลังดวงตาคู่นคมนั้นมานาน
พายุถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดทุกคำที่จะเปล่งออกมา มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปจับกิ่งส้มในกระถางประดับใกล้ตัวโดยไม่ยอมสบตาเธอตรงๆ
"บางเรื่อง... รสาก็ไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้หรอกครับ... เอ่อ... ไม่ใช่... สำหรับผม รสาควรจะเซฟความรู้สึกของตัวเองไว้ก่อน" พายุชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเผลอใช้คำแทนตัวแบบที่เคยชิน ก่อนจะแก้คำพูดในลำคอด้วยความประหม่า
แต่รสาพรไวกว่า เธอจับสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงนั้นได้ทันที หญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาไหววับด้วยความน้อยใจที่สะสมมาหลายวัน
"นั่นไงคะ... ขนาดสรรพนามที่คุณใช้พูดกับรสายังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเลย คุณปิดบังอะไรอยู่กันแน่ พายุ? เอกสารกองนั้นบนโต๊ะทำงานของคุณ หรือเรื่องที่เพียงขวัญพยายามเตือนรสาทางโทรศัพท์เมื่อคืนนี้กันแน่?"
คำถามพุ่งตรงราวกับลูกศรที่ปักAเข้ากลางใจ พายุขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาผละออกจากกรอบหน้าต่าง เดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้สักที่รสาพรนั่งอยู่ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นไอดินและผลส้มสดลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอจนรสาพรต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"เพียงขวัญโทรหาคุณเหรอ?" พายุทวนคำ เสียงทุ้มต่ำต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "เธอพูดอะไรกับคุณบ้าง..."
"เธอไม่ได้บอกอะไรมากหรอกค่ะ เธอกลัวรสาเสียใจ... แต่รสาต่างหากล่ะคะที่เริ่มจะทนไม่ไหวกับการถูกปฏิบัติเหมือนเป็นเด็กไร้เดียงสา ทั้งที่หัวใจของรสา... มันผ่านเรื่องแย่ๆ มามากพอที่จะรับความจริงได้ทุกรูปแบบแล้ว" รสาพรเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด พายุจ้องมองใบหน้าหวานที่ฉายแววดื้อรั้นแต่น่าสงสารในเวลาเดียวกัน หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาไม่เคยอยากเห็นหยาดน้ำตาของผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในไร่ส้มปลายดอยด้วยแผลใจจากกรุงเทพฯ เขาสัญญาCกับตัวเองไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอจากโลกที่โหดร้าย แต่ตอนนี้... กลับกลายเป็นเขาเองที่เป็นคนสร้างรอยร้าวในใจเธอกระนั้นหรือ
"รส ครับ..." พายุเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่รสาพรกลับเบี่ยงตัวหลบ ปล่อยให้ความว่างเปล่าขั้นกลางระหว่างเขาทั้งคู่
"ถ้ารสาเป็นแค่ใครสักคนที่ผ่านมาเพื่อช่วยเยียวยาปมในอดีตของคุณ แล้วจากไปเหมือนกับส้มตามฤดูกาล... บอกรสาตอนนี้เถอะค่ะ รสาจะได้เตรียมใจถูก" น้ำเสียงของเธอสั่นสะท้านจนน่าใจหาย
พายุชะืองมือค้างไว้กลางอากาศ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกอัดอั้น ก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาสقไปตลอดกาล
"คุณเข้าใจผมผิดไปกันใหญ่แล้ว รสา..." พายุขยับเข้าไปใกล้จนประชิดตัว รสาพรผถอยจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเรือนกระจกโดยไม่มีทางหนี ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นแค่คนผ่านมา... และเอกสารบนโต๊ะนั่น มันไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว แต่มันคือเรื่องของ 'เรา' ในอนาคตต่างหาก"
รสาพรอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก คำว่า 'เรา' จากปากของพายุมันมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่เธอจะตั้งรับได้ทัน
ก่อนที่รสาพรจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นกะทันหันขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและลึกซึ้งนั้นลงอย่างไม่ไหวหน้า
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว พายุหันขวับไปมองทางประตูกระจกที่ปิดสนิท ท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาลและแสงไฟสลัวจากในเรือนกระจก ร่างของใครบางคนยืนอยู่ด้านนอก เงาร่างนั้นสะท้อนผ่านกระจกใสเข้ามาอย่างเลือนราง แต่รูปทรงและท่าทางคุ้นตาทำเอารสาพรถึงกับหน้าถอดสี
ประตูเรือนกระจกถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะเวลาสวีท... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะมีเรื่องสำคัญกว่า ที่คุณพายุต้องอธิบายให้รสาฟังซะแล้วล่ะค่ะ"
น้ำผึ้งหยดแรกขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังลุ้นระทึกไปกับรสาพรและพายุนะคะ แล้วเรามาพบกับคำตอบที่อาจพลิกผันทุกอย่างในตอนหน้าค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 44
บทที่ 44
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!