ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 11

หัวใจที่เปิดออกกว้าง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“ถ้าคุณต้องการไร่นี้มากนัก... ก็เอาไปสิคะ” พายุเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องโถงของบ้านพักกลางไร่ส้ม เขาวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะไม้เนื้อหนาจนเกิดเสียงดังกระทบที่หนักแน่นพอๆ กับหัวใจของรสาพร เธอนิ่งอึ้ง ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่มที่ไม่ได้แสดงความโกรธเคืองอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ หากแต่มันกลับเป็นความว่างเปล่าที่บาดลึกกว่าการตวาดด่า “คุณหมายความว่ายังไงคะพายุ” รสาพรเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ไร่นี้เป็นมรดกตกทอดมาก็จริง แต่ถ้าต้องแลกด้วยการผูกมัดชีวิตกับใครสักคนโดยไร้ซึ่งความรู้สึก... สำหรับผม มันก็แค่ที่ดินผืนหนึ่งที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย” พายุลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำบดบังแสงไฟสีส้มละมุนที่สาดส่องลงมาจากเพดาน “คุณอยากเล่นบทตัวร้ายในพินัยกรรมนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอคะรสาพร? เอาเลยค่ะ... เซ็นชื่อลงในเอกสารโอนสิทธิ์ที่ผมเตรียมไว้ให้ แล้วพรุ่งนี้คุณก็จะเป็นเจ้าของที่นี่อย่างสมบูรณ์ ส่วนผม... ก็แค่คนแปลกหน้าที่จะเดินจากไปโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้คุณต้องกังวลอีก” รสาพรสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้ว คำพูดที่เธอเคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัว—คำพูดที่ต้องการจะทดสอบความมั่นคงในหัวใจของพายุ—บัดนี้มันกลับกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเธอจนเลือดซิบ เธอเดินเข้าไปหาเขา ช้าๆ... ท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของเปลือกส้มและไอฝนที่ตกพรำอยู่ภายนอกหน้าต่าง “คุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าฉันต้องการแค่ไร่ส้มพวกนี้?” รสาพรเงยหน้าขึ้น สบสายตากับนัยน์ตาสีเข้มที่ซ่อนความรวดร้าวไว้อย่างมิดชิด “คุณเป็นคนสอนให้ฉันรู้จักการเติบโตของผลส้มในฤดูกาลที่ยากลำบาก คุณเป็นคนบอกว่าดินที่นี่ต้องการการดูแล ไม่ใช่แค่การตักตวง... แล้วทำไมตอนนี้ คุณถึงใจร้ายกับความรู้สึกของตัวเองขนาดนี้คะพายุ?” พายุชะงักไปครู่หนึ่ง ลมหายใจของเขาติดขัด “อย่ามาทำเป็นพูดให้ดูดีหน่อยเลยรสาพร เราทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าจุดจบของเราคืออะไร” “มันไม่จำเป็นต้องจบแบบนั้นค่ะ!” รสาพรแทรกขึ้น น้ำตาที่เธอพยายามกักเก็บไว้เริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่หัวใจสั่งการโดยไม่คำนึงถึงความเย่อหยิ่งที่เคยมี “ฉันไม่ต้องการที่ดินผืนนี้ ถ้าฉันไม่ได้เป็นเจ้าของมันร่วมกับคุณ... ไม่ใช่ในฐานะคู่ค้า ไม่ใช่ในฐานะศัตรู แต่ในฐานะคนที่อยากจะรดน้ำต้นไม้ในสวนนี้ไปพร้อมกับคุณ” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความเงียบที่เย็นเยียบ แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นรัว พายุจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความโหยหาอย่างชัดเจน มือหนาค่อยๆ เอื้อมออกไปแตะที่แก้มเนียนนุ่มของรสาพร นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงมาแผ่วเบา “คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา” พายุถามเสียงพร่า “ฉันรู้ค่ะ และฉันไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อน” รสาพรตอบพลางเอนใบหน้าซบลงกับฝ่ามือที่อุ่นจัดของเขา “เลิกใช้พินัยกรรมมาเป็นเกราะกำบังเราได้ไหมคะ? ต่อจากนี้ไป... ให้มันเป็นเรื่องของเราสองคน ไม่ใช่เรื่องของกระดาษแผ่นนั้น” พายุดึงร่างของเธอเข้ามากอดไว้แน่น กลิ่นกายของเขาที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นไอแดดทำให้รสาพรใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด ความขัดแย้งที่เคยเป็นดั่งกำแพงสูงชันได้พังทลายลง เหลือเพียงความเปราะบางที่ทั้งคู่ต่างก็โหยหา การยอมรับความรู้สึกในใจครั้งนี้คือการก้าวผ่านแผลใจที่เธอเคยหวาดกลัวมาตลอดชีวิต “ถ้าคุณเลือกทางนี้แล้ว... คุณจะไม่มีวันได้กลับไปใช้ชีวิตที่สงบเงียบแบบเดิมอีกต่อไปนะรสา” เขาเตือนขณะกระซิบข้างใบหู “ฉันไม่ต้องการความสงบที่โดดเดี่ยวค่ะ ฉันต้องการอนาคตที่มีคุณ” ทั้งคู่นิ่งค้างอยู่ในอ้อมกอดนั้นเนิ่นนาน ท่ามกลางเสียงลมที่พัดผ่านพุ่มส้มภายนอก ราวกับธรรมชาติได้รับรู้ถึงพันธสัญญาที่เพิ่งเกิดขึ้น รสาพรหลับตาลง ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นที่ห่อหุ้มหัวใจ เธอรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าอาจจะมีอุปสรรคอีกมากมาย แต่เมื่อมีมือของพายุที่กุมมือเธอไว้แน่นแบบนี้ เธอก็ไม่กลัวสิ่งใดอีกต่อไป ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักหน่วงจากหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงบนั้น พายุผละออกจากรสาพรอย่างฉับพลัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อมองผ่านหน้าต่างไปเห็นแสงไฟจากรถยนต์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่หน้าไร่ “พายุ... ใครมาหาเราดึกป่านนี้คะ?” รสาพรเอ่ยด้วยความกังวล พายุไม่ตอบ เขาเดินไปเปิดประตูบ้านออกไปปะทะกับสายฝนที่เริ่มตกลงมาหนักขึ้น ก่อนที่เขาจะถอยหลังกลับเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ซีดเผือด เมื่อร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทก้าวตามเขาเข้ามาในบ้าน รัศมีแห่งความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากเธอนั้นทำให้รสาพรขนลุกซู่ “สวัสดีค่ะพายุ... ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะคะว่าในพินัยกรรมฉบับนั้น นอกจากคุณแล้ว ยังมีคนอีกคนที่มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจเรื่องไร่แห่งนี้... และคนคนนั้น ก็คือฉันเอง” หญิงสาวปริศนาคนนั้นปัดหยดน้ำฝนออกจากไหล่ ก่อนจะมองมาที่รสาพรด้วยสายตาที่เด็ดขาดและเย็นเยียบ จนรสาพรแทบหยุดหายใจ ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจากใจ... น้ำผึ้งหยดแรกค่ะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%