“ถ้าคุณจะมาเพื่อบอกลา ฉันแนะนำว่าให้พูดออกมาตอนนี้เลยดีกว่าค่ะ การกระทำที่คลุมเครือแบบที่คุณกำลังทำอยู่ มันใจร้ายกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยมากกว่าการบอกเลิกกันตรงๆ”
เสียงของรสาพรราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยราวกับใบไม้ที่ถูกลมกรรโชก เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างหลังที่ยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตูห้องทำงาน แต่เลือกที่จะจดจ้องอยู่กับสมุดบัญชีไร่ส้มที่เปิดค้างไว้ นิ้วเรียวของเธอสั่นระริกขณะจับปากกา จนหยดหมึกสีดำซึมลงบนกระดาษเป็นจุดเล็กๆ ที่ดูคล้ายรอยน้ำตา
พายุถอนหายใจยาว แววตาของเขามืดมนเกินกว่าที่รสาพรจะคาดเดาได้ เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่กลับเลือกที่จะกอดอกพิงกรอบประตู ความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้สนและเปลือกส้มอบแห้งกลายเป็นความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ผมไม่ได้จะลา” เขาตอบเสียงแหบพร่า “ผมแค่กำลังพยายามหาทางรักษาบางอย่างที่มันพังไปแล้ว... โดยที่ไม่ทำให้คุณต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้”
รสาพรแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอวางปากกาลงแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แววตาที่เคยอ่อนโยนของเธอในวันนี้กลับมีความแข็งกร้าวซ่อนอยู่ “รักษาเหรอคะ? ด้วยการหลบหน้า? ด้วยการเก็บความลับที่คุณบอกว่าเป็นเรื่องของครอบครัว แต่สุดท้ายฉันก็เป็นเพียงคนนอกที่ไม่มีสิทธิ์รับรู้อะไรเลยใช่ไหม”
พายุขยับตัวเข้าใกล้รสาพรทีละก้าว จังหวะเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ต่างจากหัวใจของรสาพรที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้รสาพรได้กลิ่นอายดินชื้นๆ และความอบอุ่นที่คุ้นเคยจากตัวเขา กลิ่นที่เคยเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยของเธอในวันที่โลกใจร้ายกับเธอมามากพอแล้ว
เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่กลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างคนสองคนที่เคยแนบชิด
“รสา... บางเรื่องที่มันฝังอยู่ในอดีต ถ้าผมบอกคุณไป ความรู้สึกที่แสนดีที่คุณมีให้ผม... มันอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” พายุเอ่ยเสียงแผ่ว “ผมกลัวว่าวันหนึ่ง คุณจะมองผมด้วยสายตาแบบเดียวกับที่คนทั้งโลกมอง ผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณตอนนี้ ดีกว่าให้คุณมองผมด้วยความรังเกียจในวันหน้า”
รสาพรนิ่งไป อารมณ์ของเธอตีรวนจนแยกไม่ออกระหว่างความโกรธ ความสงสาร และความรักที่ยังคงล้นปรี่อยู่ในอก เธอสังเกตเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของเขา—ร่องรอยของการต่อสู้ครั้งล่าสุดที่เขาพยายามปิดบังเธอไว้ใต้รอยยิ้มจางๆ ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา
“คุณคิดว่าความรักของฉันมันเปราะบางขนาดนั้นเลยหรือคะ?” เธอถาม เสียงสั่นพร่า “ถึงขนาดที่แค่ความจริงเรื่องอดีต จะทำให้ฉันมองคุณเปลี่ยนไป? พายุ... สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เรื่องอดีตของคุณ แต่มันคือการที่คุณไม่เคยเชื่อใจว่าฉันจะยืนเคียงข้างคุณได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนหน้าอกของทั้งคู่เกือบจะชิดกัน ความเปราะบางของคนสองคนกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง พายุหลับตาลงแน่น ราวกับกำลังตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ความเงียบทำหน้าที่เป็นพยานของการสั่นไหวในจิตวิญญาณ
“ถ้าผมบอกคุณแล้ว... คุณห้ามเสียใจ” เขาพึมพำ “และห้ามขอให้ผมเลิกทำในสิ่งที่ผมต้องทำเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวของผม”
“ทวงคืน?” รสาพรขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง พายุ...”
ยังไม่ทันที่พายุจะได้ตอบคำถาม เสียงเคาะประตูอย่างร้อนรนจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา ตามด้วยเสียงของเพียงขวัญที่ดูตื่นตระหนกจนผิดสังเกต
“รสา! พายุ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของเพียงขวัญสั่นระริกจนแทบจะขาดใจ “คนพวกนั้น... พวกคนจากบริษัทอสังหาฯ ที่มาเจรจาเรื่องที่ดินท้ายไร่ พวกเขามาพร้อมกับหมายศาล แล้วพวกเขาก็เอาเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนนั้นมาด้วย พายุ... พวกเขาสั่งให้เราหยุดการเก็บเกี่ยวทั้งหมดทันที บอกว่าที่ดินผืนนี้ไม่ได้เป็นของคุณอีกต่อไปแล้ว!”
พายุกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวที่รสาพรไม่เคยเห็นมาก่อน เขาผลักประตูห้องทำงานเปิดออกกว้างโดยไม่หันกลับมามองรสาพรอีกเลย
ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไป เขาก็ชะงักเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย สายตานั้นไม่ใช่สายตาที่อ่อนโยนเหมือนเคย แต่มันคือสายตาของคนที่เป็นตายเท่ากัน
“รสา ฟังผมนะ... ถ้าผมไม่กลับมาที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ให้คุณเก็บของทั้งหมดที่สำคัญที่สุด แล้วออกไปจากไร่นี้ทันที อย่าถามหาผม และอย่ากลับมาที่นี่อีกเด็ดขาด”
เขาวิ่งออกไปโดยไม่รอคำตอบ ทิ้งให้รสาพรยืนตัวชาอยู่กลางห้องทำงาน เธอเห็นเพียงขวัญยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงทางเดิน มือถือเอกสารบางอย่างที่สั่นเทา ก่อนที่เพียงขวัญจะส่งเอกสารใบนั้นให้เธอ รสาพรก็สัมผัสได้ทันทีว่ากระดาษแผ่นนั้นเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหัวกระดาษตราครุฑนั้น... คือชื่อของคนรักเก่าที่หักหลังเธอไปเมื่อปีก่อน
เหตุการณ์ที่ไร่ส้มปลายดอยไม่ได้เป็นเพียงความบาดหมางทางธุรกิจ แต่มันคือนิยายแก้แค้นที่จงใจเล่นงานทั้งเธอและเขาไปพร้อมกันในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและเปราะบางของความสัมพันธ์นี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 36
บทที่ 36
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!