ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 7

แสงแดดอุ่นและกาแฟหอม

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"ถ้าคุณยังยืนมองเมล็ดกาแฟด้วยสายตาเคร่งเครียดขนาดนั้น ผมเกรงว่ากาแฟแก้วนี้คงจะออกมาขมปี๋จนกลืนไม่ลง" เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มจางๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ รสา สะดุ้งเล็กน้อย เผลอทำช้อนตวงในมือหล่นกระทบเคาน์เตอร์ไม้สักเสียงดัง *กริ๊ง* กลิ่นหอมกรุ่นของคั่วอ่อนๆ ที่ลอยอวลอยู่ทั่วห้องครัวสไตล์วินเทจในบ้านพักกลางไร่ส้ม ทำให้เธอรู้สึกตัวว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังงงงวยอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซเครื่องใหญ่มาพักใหญ่แล้ว พายุหันกลับมา เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามธรรมชาติของคนทำงานกลางแจ้ง ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนยาวคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้รสาต้องรีบเบนสายตาหนี ไปมองเมล็ดกาแฟคั่วสีน้ำตาลเข้มในโหลแก้วแทน "รสาไม่ได้เครียดค่ะ... แค่กำลังประเมินว่า ฝีมือการชงกาแฟของเจ้าของไร่ส้ม จะรสชาติดีเท่ากับส้มสายพันธุ์โตรกแดงที่ไร่ของคุณหรือเปล่าต่างหาก" รสาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความปั่นป่วนในอกที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาเข้ามาอยู่ในระยะประชิด พายุกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กว้างขวางจนเห็นฟัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ลึกลงไปถึงดวงตา คู่นั้น—ดวงตาที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับมีคลื่นระลอกเล็กๆ ไหววูบทุกครั้งที่เขามองมาที่เธอ "งั้นคุณก็คงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ" เขาเลื่อนแก้วเซรามิกสีขาวนวลเนื้อหนา ที่มีลวดลายดอกส้มสีส้มอ่อนวาดด้วยมือ วางลงตรงหน้าเธอ ไอน้ำบางเบาลอยกรุ่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของกาแฟที่ผสมผสานกลิ่นคาราเมลจางๆ และฟองนมนุ่มละมุนตา รสาเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ เพราะปกติแล้วพายุไม่ใช่คนดื่มกาแฟใส่นม แต่นี่กลับเป็นลาเต้ร้อนที่มีลาเต้อาร์ตเป็นรูปกิ่งส้มเล็กๆ อยู่บนผิวหน้า "คุณ... ทำเองเหรอคะ?" เธอดึงสายตากลับมามองหน้าเขา "ครับ" พายุตอบสั้นๆ เขาดึงเก้าอี้ไม้ตัวตรงข้ามเคาน์เตอร์ออกมานั่งลง ท้าวแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ ดวงตาคมจ้องมองปฏิกิริยาของเธออย่างไม่วางตา "ลองดูสิครับ ว่ามันพอดื่มได้ไหมสำหรับคนที่ชอบบอกว่าโลกนี้มีแต่ความขมขื่น" คำพูดของเขาทำให้รสาชะงัก ประโยคนี้... เธอเคยหลุดปากพูดออกไปเมื่อสามวันก่อน ในวันที่เธอนั่งร้องไห้เงียบๆ ใต้ต้นส้มหลังบ้านพัก เรื่องบาดแผลจากอดีต ความไว้ใจที่ถูกบดขยี้ และความรู้สึกราวกับเศษแก้วที่แหลกละเอียด ไม่คิดว่าเขาจะจำมันได้แม่นยำ และเลือกที่จะหยิบยกมันขึ้นมาสื่อสารผ่านสิ่งนี้ ปลายนิ้วเรียวสวยของรสาเอื้อมไปแตะหูจับแก้วเซรามิก ความอุ่นแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสเข้ามาถึงฝ่ามือ ส่งตรงเข้าสู่หัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก เพื่อซึมซับกลิ่นหอม ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ สัมผัสแรกที่แตะริมฝีปากคือความนุ่มเนียนของฟองนมตีฟูละเอียด ตามด้วยความเข้มข้นกำลังดีของเอสเพรสโซช็อตที่ตัดกับความหวานมันละมุนของนมสดแท้จากฟาร์มท้องถิ่นอย่างไร้ที่ติ ไม่มีรสขมไหม้ หรือความเปรี้ยวโดด เป็นรสชาติที่อบอุ่น ละเมียดละไม และโอบกอดความรู้สึกของคนดื่มได้อย่างประหลาด น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะความรู้สึก 'ปลอดภัย' ที่เธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน รสาหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อซ่อนความเปราะบาง ปล่อยให้รสชาติของกาแฟทำงานในความเงียบ พายุมองอาการนั้นเงียบๆ แววตาที่เคยแข็งกระด้างตามวิสัยของชายหนุ่มผู้สูญเสียครอบครัวและต้องแบกรับไร่ส้มผืนใหญ่ไว้บนบ่า บัดนี้กลับอ่อนโยนลงจนแทบหยดได้ เขายื่นมือหนาออกไปเลื่อนจานรองแก้วให้เข้าใกล้เธออีกนิด ราวกับกลัวว่าระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรนี้จะทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว "อร่อยไหมครับ?" เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบแข่งกับเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดไม้ด้านนอก รสาเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำใสๆ เธอยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และจริงใจที่สุดตั้งแต่เธอเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ "มัน... อบอุ่นมากค่ะ" รสาพึมพำ มองสบตาเขาตรงๆ "เหมือนกับแสงแดดแรกของวัน... ที่ส่องทะลุผ่านหมอกหนาลงมาบนต้นส้มเลยค่ะ" พายุชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเปรียบเปรยนั้น หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง รสาสวยเหลือเกินในแสงยามเช้าแบบนี้ เส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยสยายคลอเคลียกรอบหน้าขาวเนียน และริมฝีปากที่ยังคงเปื้อนคราบฟองนมนุ่ม ปฏิกิริยาบางอย่างในตัวเขากำลังร่ำร้องอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดมันออกให้ แต่เขาก็ยับยั้งชั่งใจไว้ได้ทัน "ถ้าชอบ วันหลังผมจะชงให้ดื่มอีก" พายุเอ่ยเสียงพร่า เขาเบนสายออกไปมองนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนประกายความปรารถนาบางอย่างที่กำลังลุกโชนขึ้นในอก "ไม่สิ... ต่อไปนี้ ผมจะชงให้คุณดื่มทุกเช้า จนกว่าคุณจะลืมไปเลยว่ากาแฟรสชาติขมๆ มันเป็นยังไง" คำพูดนั้น... หนักแน่น และมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนบ้านหรือเจ้าของไร่กับแขกผู้พักพิง รสา รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่าลามเลียพวงแก้มทั้งสองข้าง หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมัน เธอก้มลงมองผิวกาแฟในแก้วอีกครั้ง พยายามตั้งสติเพื่อจะเอ่ยปากแซوةเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะตลบอบอวลไปด้วยความหวานเกินพอดี แต่ก่อนที่เธอจะได้เปล่งเสียงใดออกมา เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงสวนส้มก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทั้งรสาและพายุหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มและแว่นกันแดดทรงนักบินกำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่หลังกระจก มือข้างหนึ่งโบkทักทายอย่างคุ้นเคย ขณะที่มืออีกข้างถือกระเป๋าเดินทางใบโต พายุขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นชาและดุดัน ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรสาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ รสาหันไปมองหน้าพายุด้วยความงุนงง ก่อนจะมองลอดผ่านไหล่กว้างของเขาออกไปที่ชายแปลกหน้าคนนั้น และเมื่อร่างสูงโปร่งผลักประตูก้าวเข้ามาในบ้าน พร้อมกับถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่รสาคุ้นเคยจนแทบหยุดหายใจ แก้วกาแฟในมือของเธอก็เกือบจะหลุดร่วงลงพื้น "เซอร์ไพรส์! พี่มารับเธอกลับกรุงเทพฯ แล้วนะรสา" น้ำผึ้งหยดแรกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับรสาและพายุในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%