ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงกระแทกที่ทำเอาบานไม้เก่าแก่สั่นสะเทือน รสา สะดุ้งเฮือก หนังสือในมือร่วงหล่นลงบนพื้นพรม หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวาดกลัวจากอดีตที่ฝังใจซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงของความห่วงใย แต่มันคือเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอนถึงปลายดอย
"เปิดประตู! เรารู้ว่าแกอยู่ในนั้น... ยายตัวดี!"
เสียงตะโกนหยาบกระด้างดังลอดเข้ามาจากระเบียงด้านหน้า เป็นเสียงของเจ้าหนี้เงินกู้ นอกระบบของอดีคน้องเขยที่เธอเคยพลาดท่าไปค้ำประกันให้ รสาตัวสั่นเทา ลมหายใจติดขัด ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นห้อง มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมขมับ พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้น ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับคนไร้วิญญาณ
ทว่า ก่อนที่เสียงทุบครั้งที่สามจะตามมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังที่เอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว
"ที่นี่พื้นที่ส่วนบุคคล... ถ้าไม่อยากเจ็บตัว กลับออกไปซะ"
พายุ!
รสาเงยหน้าขึ้นมองประตูปิดสนิท หัวใจที่กำลังหวาดผวาค่อยๆ สงบลงทีละนิดเมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่ม แม้จะมองไม่เห็นเหตุการณ์ภายนอก แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยอย่างประหลาด เสียงเอะอะโวยวายภายนอกเงียบหายไปชั่วขณะ ตามด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งหนีอลหม่านและเสียงเครื่องยนต์รถกระบะที่ขับทะยานออกไปจากไร่อย่างรวดเร็ว
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง... แต่รสายังคงนั่งขดตัวอยู่บนพื้น ห้องนอนกว้างใหญ่กลับรู้สึกอ้างว้างและเปราะบางเหลือเกิน
แอ๊ด...
ประตูห้องเปิดออกช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของพายุยืนอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจภายในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางซึ่งนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่มุมห้อง แววตานิ่งขรึมของเขาฉายความกังวลวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น
พายุไม่ได้เอ่ยคำถามเซ้าซี้ เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นั่งลงช้าๆ ตรงหน้าหญิงสาว รักษาระยะห่างที่พอดี ไม่รุกล้ำ แต่ก็มั่นคงพอจะให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ลำพัง
"ปลอดภัยแล้ว..." เสียงทุบเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความอบอุ่น "พวกเขาไปแล้วครับ รสา"
รสาเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำและเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับแรมปีพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยดน้ำใสที่ไหลรินอาบแก้ม เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงหัวใจของคนมอง
พายุถอนหายใจยาวเบาๆ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะวางลงบนบ่าบอบบางแผ่วเบา ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือหนาไปยังร่างที่กำลังสั่นเทา
"ร้องออกมาเถอะครับ... ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ที่นี่"
สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นราวกับเวทมนตร์ รสาโน้มตัวซบหน้าลงกับฝ่ามือและหัวไหล่กว้างของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย พายุนั่งนิ่งเป็นหลัก ให้น้ำตาของเธอซับความเปราะบางออกไปจนหมด เขาปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่พักใหญ่ จนกระทั่งแรงสะอื้นค่อยๆ ลดลงเหลือเพียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ
กลิ่นอายดินชื้นผสมกลิ่นส้มอ่อนๆ จากตัวพายุ ช่วยเยียวยาจิตใจที่พังทลายของรสาให้กลับมารวมกันได้อีกครั้ง ความคุ้นเคยที่เติบโตขึ้นอย่างเงียบงันในทุกๆ วันที่ผ่านมา บัดนี้ได้กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงทางความรู้สึก โดยที่ทั้งคู่ต่างก็ไม่ทันรู้ตัว
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนโดยไม่มีแสงแดดเจิดจ้า มีเพียงสายหมอกบางเบายังคงคลอเคลียอยู่ตามยอดดอย กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพัก
รสาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากทุกวัน ความหวาดกลัวเมื่อคืนวานถูกแทนที่ด้วยความสงบในใจ เธอเดินออกมาในชุดเสื้อยืดผ้าฝ้ายสบายๆ และกางเกงผ้าลินินสีครีม ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาเจ้าของบ้าน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและกาแฟร้อนหนึ่งแก้ววางอยู่บนเคาน์เตอร์ พร้อมกระดาษโน้ตลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบ
*‘กาแฟอยู่บนเตา ออกไปตรวจแปลงส้มโซน C เดี๋ยวกลับมา – พายุ’*
รสาระบายยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอก เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ รสชาติเข้มข้นกำลังดีช่วยปลุกความสดชื่นให้ร่างกาย ก่อนจะตัดสินใจเดินเท้าสวมรองเท้าผ้าใบมุ่งหน้าไปยังแปลงส้มโซน C ตามที่โน้ตบอก
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านยอดไม้กระทบผิวแก้วใส รสาเดินลัดเลาะไปตามแถวต้นส้มเขียวหวานที่ออกผลดกเต็มต้น ลูกส้มสีส้มสดตัดกับใบไม้สีเขียวขจีช่างเป็นภาพที่ช่วยฮีลใจได้อย่างดีเยี่ยม ทว่า ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็เริ่มลอยมาตามลม
รสาชะลอฝีเท้าลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือพายุกำลังยืนอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่ง ร่างระหงในชุดเดรสยาวสไตล์โบฮีเมียนและหมวกปานามา เธอกำลังหัวเราะร่าเริงขณะยื่นมือไปหยิบกรรไกรตัดผลไม้จากมือชายหนุ่ม
"พายุเนี่ย... เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ตั้งแต่มีไร่ส้ม... หรือตั้งแต่มี 'ใครบางคน' มาอยู่ด้วยกันแน่คะ?" เสียงใสเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ แววตาของหญิงสาวคนนั้นเต็มไปด้วยความคุ้นเคยสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป
พายุนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังทิศทางที่รสาซ่อนตัวอยู่ราวกับเขารู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองอยู่ รสาหัวใจกระตุกวูบ ร่างกายแข็งทื่อ ขาเรียวก้าวไม่ออกเมื่อสบเข้ากับดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นของพายุ
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาวแปลกหน้า แต่กลับก้าวเท้าเดินตรงดิ่งมาทางที่รสายืนอยู่โดยไม่ละสายตาไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียว!
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นในสวนส้มนี้ด้วยกันนะครับ/คะ - น้ำผึ้งหยดแรก*
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 6
ความคุ้นเคยที่เติบโต
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!