ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 8

เงาอดีตที่ตามมา

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
“กลับกรุงเทพฯ กับพี่เถอะรสา พี่ไม่เคยลืมเธอเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหายดังก้องขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของระเบียงไม้ในไร่ส้ม รสาพรยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน แผ่นหลังบางเหยียดตรง มือเรียวที่กำลังถือตะกร้าผลไม้สั่นระริกจนแทบจะทำมันหล่นพื้น เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่กลิ่นน้ำหอมฉุนจมูกที่ผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ นั้น... มันคือหลักฐานยืนยันความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอดสามเดือน กลิ่นที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจ็บปวด กลิ่นของ ‘ธันวา’ ผู้ชายที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ แต่กลับเป็นคนผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความเสียใจอย่างเลือดเย็น “พี่ธันมาที่นี่ได้ยังไง” รสาถาม เสียงของเธอเบาหวิว ราวกับลมที่พัดผ่านยอดดอย “ไม่ยากหรอก ถ้าคนเราจะตามหาคนที่รักจริงๆ” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นบนพื้นไม้เหมือนเสียงค้อนที่ตอกย้ำความเจ็บปวดเก่าๆ “พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่ทำผิดกับเธอไว้มาก แต่ตลอดเวลาที่ไม่มีเธอ พี่เพิ่งรู้ตัวว่าที่ตรงนี้... ตรงหัวใจของพี่ มันว่างเปล่าแค่ไหน” รสาหันกลับไปเผชิญหน้า ในดวงตาที่เคยอ่อนโยนของเธอตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่าที่เคลือบด้วยความหวาดระแวง ธันวายังคงดูดีเหมือนเดิมในชุดสูทลำลองราคาแพงที่ดูผิดที่ผิดทางกับบรรยากาศไร่ส้มอันเรียบง่ายนี้ เขามองเธอด้วยสายตาอ้อนวอนแบบเดิม สายตาที่เคยทำให้เธอหลงเชื่อว่าเขาคือทุกอย่าง “ที่ว่างตรงนั้นมันว่างมานานแล้วค่ะพี่ธัน” รสาเอ่ยพลางยิ้มเย็น “และรสาเชื่อว่า... มันไม่จำเป็นต้องมีรสาเข้าไปเติมเต็มอีกต่อไปแล้ว” “เพราะไอ้เจ้าของไร่นี่ใช่ไหม?” ธันวาเลิกคิ้ว สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง “รสา... คนอย่างมันมีดีอะไร นอกจากทำตัวติดดิน ขุดดินปลูกส้มไปวันๆ เธอคู่ควรกับชีวิตที่มีสีสันมากกว่านี้ ไม่ใช่มานั่งจ่อมจมอยู่ในดงส้มบ้านนอกนี่” “สำหรับพี่ มันอาจจะเป็นแค่ ‘ดงส้ม’” รสาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขาพยายามจะเอื้อมมือมาแตะไหล่ “แต่สำหรับรสา... ที่นี่คือที่เดียวที่สอนให้รสารู้จักรักตัวเองอีกครั้ง โดยไม่ต้องมีใครมาคอยกำหนดค่าความสุขให้” ในขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่มุมเสา พายุยืนนิ่งอยู่ในชุดทำงานเปื้อนฝุ่นของเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านยาก เขาไม่ได้พุ่งเข้ามาโวยวาย หรือแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดแบบธันวา แต่รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น รุนแรงเสียจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นทันตา พายุเดินเข้ามาหยุดข้างๆ รสาอย่างเงียบเชียบ มือหนาของเขาวางลงบนไหล่เธอเบาๆ เป็นการประกาศอาณาเขตโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้แต่คำเดียว รสาที่เคยตัวสั่นกลับรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนผ่านสัมผัสนั้น หัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวเริ่มสงบลง “แขกของคุณหรือครับ รสา?” พายุถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันทรงพลังมากกว่าคำด่าทอใดๆ ธันวามองมือของพายุที่เกาะอยู่บนไหล่รสาด้วยสายตาเหยียดหยาม “ผมธันวา แฟนของรสา” พายุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังสมเพช “ ‘แฟนเก่า’ สินะครับ” “คุณเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินความสัมพันธ์ของผมกับรสา” ธันวาก้าวเข้ามาเผชิญหน้า ความสูงของทั้งสองคนใกล้เคียงกัน แต่พายุดูมั่นคงและหนักแน่นกว่า ราวกับขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน “ผมเป็นคนที่จะไม่ปล่อยให้ใครมาทำให้ที่นี่... หรือคนของผมต้องเสียน้ำตา” พายุตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปทางรสา “รสาเข้าไปพักข้างในเถอะ ปล่อยให้ผู้ชายเขาคุยกันเอง” “แต่พายุคะ...” รสาลังเล เธอไม่อยากทิ้งให้เขาเผชิญหน้ากับความก้าวร้าวของธันวาคนเดียว “เชื่อใจผมนะ” คำเพียงคำเดียวแต่กลับทำให้น้ำตาของรสาคลอเบ้า เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป แต่ในขณะที่เธอกำลังจะพ้นประตู ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะเยาะของธันวาที่ดังตามหลังมา “คิดว่าทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวแล้วจะชนะงั้นเหรอ พายุ?” ธันวาขยับเข้าไปกระซิบใกล้หูพายุ เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความแค้น “เธอยังไม่รู้เลยสินะ ว่าจริงๆ แล้วทำไมรสาถึงหนีมาที่นี่... เรื่องนั้นน่ะ ถ้าเธอรู้ความจริง เธอจะยังกล้าให้รสาอยู่ใกล้ตัวอีกเหรอ?” พายุชะงักไปเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับนิ่งสนิท “ความจริงเรื่องอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ ‘ปัจจุบัน’ ที่เธอกำลังเลือก... และต่อให้คุณจะขุดเอาอดีตที่เลวร้ายที่สุดขึ้นมา สิ่งเดียวที่คุณจะได้รับจากที่นี่คือความว่างเปล่า” “งั้นลองดู...” ธันวาควักซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก แล้วโยนลงบนโต๊ะไม้ตัวข้างๆ “นี่คือหลักฐานที่รสาไม่เคยกล้าบอกคุณ... เรื่องที่เธอกลายเป็นคนหมดตัวและถูกสังคมตราหน้าก่อนจะหนีมาที่นี่... ถ้าคุณคิดว่าความรักของคุณมันยิ่งใหญ่พอที่จะรับ ‘โคลนตม’ พวกนี้ได้ ก็เชิญเก็บเอาไปอ่านให้ละเอียด!” รสาที่แอบมองอยู่หลังบานประตูถึงกับหน้าซีดเผือด เอกสารในซองนั้นคือสิ่งที่เธอพยายามลบมันทิ้งไปจากความทรงจำเสียสนิท เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้าน นี่คือเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอนเธอจนได้ พายุมองซองเอกสารนิ่งงัน มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา เขาไม่ได้เปิดอ่านทันที แต่สายตาที่เขามองไปยังธันวากลับเปลี่ยนไปเป็นความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่รสาหลับตาแน่น หวังให้โลกนี้หยุดหมุนก่อนที่พายุจะเปิดซองนั้นออกมา... ก่อนที่ภาพลักษณ์ที่เธอพยายามรักษาไว้ต่อหน้าเขาจะพังทลายลงพร้อมกับความไว้วางใจที่มีต่อกัน พายุค่อยๆ คลี่ซองออก สายตาจ้องเขม็งไปที่กระดาษแผ่นแรกที่ดึงออกมา... แล้วทุกอย่างก็เงียบงันไปชั่วขณะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม" ในบทนี้ หวังว่ารสาจะก้าวข้ามเงาอดีตไปได้นะครับ - น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%