"ถ้าคุณไป... ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าต้องรอที่จุดไหน"
คำถามนั้นพร่างพรูออกมาจากริมฝีปากของรสาในวินาทีที่เขากำลังก้าวขึ้นรถกระบะคันเก่า พายุหยุดชะงัก มือหนาที่กำลังจะดึงประตูรถค้างไว้อย่างนั้น เขาส่งสายตานิ่งสงบกลับมามองเธอ ก่อนจะยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความรื่นเริง แต่กลับหนักแน่นจนน่าใจหาย
"ไม่ต้องรอที่จุดไหนหรอกรสา" เขากล่าวเสียงต่ำพร่า "แค่เปิดไฟที่ระเบียงไว้ก็พอ... ถ้าคุณยังอยากเห็นแสงสว่างในตอนที่ผมกลับมา"
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องก่อนจะดับลง ทิ้งให้เหลือเพียงความเงียบงันที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วไร่ส้มในยามพลบค่ำ รสาพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น นานจนกระทั่งฝุ่นตลบที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของรถจางหายไป ความรู้สึกโหวงเหวงที่ไม่ได้สัมผัสมานานเริ่มกัดกินใจเธออย่างเงียบเชียบ
คืนนี้ ไร้แสงจันทร์ ไร้แสงดาว ภูเขาที่เคยโอบล้อมเธอดูสูงตระหง่านและกดดันกว่าปกติ
รสาเดินกลับเข้ามาในบ้านไม้หลังใหญ่ ความเงียบของบ้านในยามไม่มีร่างสูงใหญ่เดินขวักไขว่ทำเอาเธอรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง ปกติพายุจะอยู่ตรงนั้น เสมอ... ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่นที่เขาชอบอ่านเอกสารการเกษตร หรือในครัวที่เขามักจะชงนมอุ่นๆ ทิ้งไว้ให้ก่อนจะเลี่ยงหายไปที่โรงคัดบรรจุ
เธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวเก่า กลิ่นจางๆ ของไม้สนและกลิ่นดินชื้นจากกายเขาที่ติดค้างอยู่บนพนักพิงทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มรื้นขึ้นมา
"แค่นี้เองรสา... แค่เขาไปจัดการธุระในเมืองไม่กี่วัน" เธอพึมพำกับตัวเอง พยายามปลอบประโลมหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ทว่า ความจริงที่โหดร้ายกว่านั้นคือ... ความเคยชิน
รสาพรลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงไม้ตามคำพูดของเขา เธอเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟ ดวงไฟสีส้มสลัวดวงเดียวส่องสว่างขึ้นกลางความมืดมิด แต่มันกลับขับเน้นให้ความกว้างใหญ่ของไร่ส้มดูอ้างว้างยิ่งกว่าเดิม เธอจำได้แม่นว่าก่อนหน้านี้เขาเป็นคนบอกว่า 'ที่นี่ไม่เคยเหงา เพราะธรรมชาติมีจังหวะของมัน' แต่ในนาทีที่ไร้เขา จังหวะของธรรมชาติเหล่านั้นกลับฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของความเหงา
เธอหยิบตะกร้าและไฟฉายออกมา หวังว่าการทำงานจะช่วยเบี่ยงเบนความคิดถึงที่กัดกินหัวใจ เธอเดินลัดเลาะเข้าไปในสวนส้มที่ใบไม้ไหวเอนตามแรงลมเบาๆ แสงจากไฟฉายสั่นไหวไปตามจังหวะการเดินที่มั่นคงบ้างไม่มั่นคงบ้าง
พายุเป็นคนสอนให้เธอสัมผัสส้มแต่ละลูกอย่างทะนุถนอม เขาเคยจับมือเธอ สอนให้รู้ว่าผิวสัมผัสแบบไหนคือความสุกงอมที่สมบูรณ์แบบ... สัมผัสของเขาในวันนั้นยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว
"ถ้าคุณอยู่ตรงนี้ คุณคงดุฉันที่ออกมาเดินในมืดๆ แบบนี้อีกแน่" รสาพึมพำขณะเอื้อมมือเด็ดส้มสีส้มจัดจากกิ่ง ความทรงจำภาพที่เขายืนอยู่ข้างหลัง คอยประคองเธอไม่ให้เสียหลักผุดขึ้นมาในมโนภาพชัดเจนจนเธอต้องหลับตาลง
เธอตระหนักได้ในนาทีนั้นเองว่า 'ไอน้ำอุ่น' ในชื่อของไร่แห่งนี้ไม่ได้หมายถึงหมอกยามเช้า แต่หมายถึงความอบอุ่นที่พายุหยิบยื่นให้เธอโดยไม่หวังผลตอบแทนต่างหาก
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังแกรกอยู่ไม่ไกลจากแนวพุ่มไม้ รสาสะดุ้งสุดตัว เธอหันไฟฉายไปทางต้นเสียง หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอพยายามรวบรวมความกล้า เอ่ยถามออกไปท่ามกลางความมืดมิด
"นั่นใครคะ... พายุเหรอ?"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่น่าขนลุกกลับมาแทนที่ รสาถอยหลังกรูดจนส้นเท้าสะดุดกับรากไม้ ล้มลงกับพื้นดิน เสียงลมหายใจของเธอติดขัด ความกลัวจากอดีตที่เคยถูกคนรักเก่าหักหลังและทอดทิ้งในวันที่เธอมืดแปดด้านย้อนกลับมาซ้อนทับกับสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่แล้ว ในความมืดที่ไร้แสงดาว ร่างหนึ่งก็ก้าวพ้นออกจากเงาไม้ใหญ่
ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มที่เธอจำได้แม่นว่าไม่ใช่พายุ เขาก้าวเข้ามาใกล้ในระยะที่แสงไฟฉายส่องถึงใบหน้าที่ดูเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยเจตนาบางอย่างที่ไม่เป็นมิตร รสาตัวสั่นสะท้าน เธอพยายามจะลุกขึ้นหนี แต่ชายคนนั้นกลับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายเธอเย็นเฉียบ
"เขากลับมาไม่ได้หรอกรสา... เพราะค่ำคืนนี้ พายุที่เธอโหยหา กำลังถูกกักขังอยู่ในที่ที่ไม่มีใครกล้าขุดคุ้ยขึ้นมา"
เขาโยนกุญแจรถกระบะของพายุลงบนพื้นดินต่อหน้าเธอ กุญแจที่เปื้อนคราบเลือดสีคล้ำในความมืด รสาหน้าซีดเผือด ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ในขณะที่คนแปลกหน้าคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นรัวเหมือนกำลังจะหยุดลงในไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ด้วยรักจากใจ... น้ำผึ้งหยดแรกค่ะ
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 15
คืนเดือนมืดไร้ดาว
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!