"คุณมาทำไม"
เสียงของรสาแหบพร่า สั่นไหวจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงกับพื้นดินโคลนสีแดงฉานตรงหน้า ขยับยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เธอเคยหลงใหลในความอบอุ่น แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มแทงลงมากลางใจ
"คิดถึง... คนขี้แยที่หนีมาซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้บ้างน่ะสิ"
ชายคนนั้น—นรินทร์—ก้าวเท้าลงเหยียบพื้นดินที่แฉะแฉะด้วยความรังเกียจ แต่สายตาของเขากลับไม่ละไปจากใบหน้าของรสาเลยแม้แต่นาทีเดียว
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ" เธอเค้นเสียง พยายามทรงตัวให้มั่นแม้ว่าขาทั้งสองข้างจะแทบหมดแรง "และเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว ได้โปรด กลับไปเสียก่อนที่คนของไร่นี้จะมาเห็น"
"คนของไร่นี้เหรอ?" นรินทร์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางตัวบ้านพักไม้หลังน้อยปลายเนิน "หมายถึงไอ้เจ้าของไร่หน้าดุที่ยืนจ้องเราอยู่ข้างหลังนั่นหรือเปล่า?"
รสาชะงัก เธอหมุนตัวกลับไปทันที
ห่างออกไปไม่กี่ก้าว พายุยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีมอๆ กับกางเกงลุยงานเลอะคราบดิน เขากำลังถือถังใส่อุปกรณ์ซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่าและเย็นเยียบเหมือนผิวน้ำในยามค่ำคืน พายุไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ก้าวเดินผ่านเธอไปอย่างช้าๆ ราวกับว่ารสาและนรินทร์เป็นเพียงต้นส้มสองต้นที่เขามองข้ามไป
"นั่นเครื่องมือซ่อมประตูห้องน้ำ" พายุพูดขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าประหลาด "วางไว้ตรงแคร่ไม้ ถ้าพังอีกก็เรียก ถ้ายังแก้ปัญหาชีวิตไม่ได้ ก็อย่าทำให้บ้านคนอื่นพังเพิ่ม"
เขาทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปในเงามืดของสวนส้ม ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างรสาและนรินทร์กดดันจนหายใจไม่ออก
***
สองชั่วโมงต่อมา ภายในบ้านพักไม้หลังน้อยปลายเนิน รสาขดตัวอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าๆ ปลายเท้าของเธอสัมผัสกับความอบอุ่นจากเตาผิงที่พายุเพิ่งจุดทิ้งไว้ให้ก่อนที่นรินทร์จะตัดสินใจล่าถอยไปอย่างมีเงื่อนงำ ทิ้งไว้เพียงคำขู่ที่เธอยังคงได้ยินดังก้องอยู่ในหู
เธอไม่เคยบอกพายุว่าเธอเป็นใคร หรือทำไมเธอถึงหนีจากกรุงเทพฯ มาที่นี่ แต่ดูเหมือนเขาจะ ‘รู้’ มากกว่าที่เธอคิด สิ่งของเครื่องใช้จำเป็นภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟที่สว่างขึ้น แผ่นไม้ที่ถูกตอกซ่อมแซมจนมิดชิด หรือแม้แต่ตะกร้าผักสดและผลไม้ที่ถูกวางไว้ที่ระเบียงหน้าบ้าน ทุกอย่างถูกเติมเต็มอย่างเงียบเชียบโดยที่เธอไม่เคยต้องเอ่ยปากขอ
เสียงเคาะประตูไม้เบาๆ ดึงรสาออกมาจากภวังค์
"พรุ่งนี้ส้มจะเริ่มให้ผลผลิตชุดใหญ่แล้ว ถ้าไม่อยากตื่นสายก็ลุกไปทานข้าว"
พายุยืนอยู่หน้าประตู เขายื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลให้ รสาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ดูนิ่งสงบราวกับไม่เคยมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นในไร่ของเขา
"คุณ... ไม่ถามเหรอว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร" รสาถาม ลังเลที่จะรับถุงนั้น
พายุชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่นั้นอ่อนแสงลงเล็กน้อย "สิ่งที่เกิดขึ้นนอกรั้วไร่ของผม ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องไปยุ่ง... แต่ถ้าสิ่งที่เขานำมาด้วยมันทำให้คนในไร่ของผมไม่สบายใจ ผมก็คงปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ได้"
"คุณช่วยฉันไว้" เธอพึมพำ
"ผมช่วยบ้านของผม" เขาแก้คำพูดสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นไอส้มจางๆ ที่ติดตัวเขามา
รสาเปิดถุงในมือ ข้างในนั้นมีหนังสือบันทึกเล่มหนึ่งที่เธอเคยทำหายไปที่สถานีรถไฟเมื่อสัปดาห์ก่อน และมีขวดยาแก้ปวดหัวที่เธอเคยบ่นกับตัวเองว่ามันกำลังจะหมด... พายุไม่ได้แค่ดูแลไร่ เขาดูแลความรู้สึกที่แตกสลายของเธอด้วยความละเอียดอ่อนอย่างที่ไม่มีใครเคยทำ
ทว่า ความรู้สึกอบอุ่นในอกกลับถูกสั่นคลอน เมื่อเธอนำหนังสือบันทึกออกมา หน้ากระดาษสุดท้ายที่เธอไม่เคยเขียนอะไรลงไป กลับมีข้อความลายมือหยาบๆ ของใครบางคนเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน
*‘หนีให้พ้นสิรสา... เพราะต่อให้เธอจะอยู่ปลายฟ้าหรือใต้ดิน ฉันก็จะตามไปทวงสิ่งที่ควรเป็นของฉันคืน... หวังว่าไอ้ชาวสวนนั่นจะมีชีวิตอยู่ได้นานพอที่จะเห็นเธอร้องไห้อีกครั้งนะ’*
รสาหน้าซีดเผือด มือที่ถือหนังสือสั่นสะท้าน เธอรีบวิ่งไปที่หน้าต่างมองออกไปในความมืดของไร่ส้ม ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว เธอเห็นเงาร่างคนยืนอยู่อีกฝั่งของเนินเขา—ไม่ใช่พายุ และไม่ใช่คนของไร่ แต่เป็นชายในชุดสูทสีดำที่ยืนจ้องมองตรงมาที่บ้านพักของเธอ พร้อมกับแสงไฟจากปลายบุหรี่ที่สว่างวาบขึ้นในความมืดราวกับดวงตาของปีศาจ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม" แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ - น้ำผึ้งหยดแรก
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 2
บ้านพักหลังน้อยปลายเนิน
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!