"คุณพายุคะ... หยุดก่อนค่ะ"
เสียงของรสาพรเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานไม้สักทอง กลิ่นหอมจางๆ ของเปลือกส้มและชาวยูคาลิปتัสอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก หญิงสาวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เมื่อร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเจ้าของไร่ขยับเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย ระยะห่างที่เคยถูกรักษาไว้ด้วยความเกรงใจและสถานะนายจ้างกับคนงานพิเศษ บัดนี้กลับพังทลายลงด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน
พายุไม่ได้หยุดตามคำขอ ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณความเครียด ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบดั่งผืนน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับไหววูบด้วยประกายไฟบางอย่างที่รสาไม่เคยเห็นมาก่อน มันทั้งดื้อรั้น ตัดพ้อ และโหยหาในเวลาเดียวกัน
"ผมต้องหยุดถึงเมื่อไหร่เหรอครับ... รสา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แฝงความเจ็บปวดที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายสัปดาห์ "หยุดมองคุณ หยุดรอให้คุณหันมามองหัวใจที่มันพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณ... หรือต้องให้ผมหยุดหายใจไปเลย ถึงคุณถึงจะพอใจ?"
รสาพรสะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนเจ็บแปลบที่หน้าอก คำพูดตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นและพูดน้อย ทำให้เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงคำนึง บาดแผลจากการถูกหักหลังจากคนรักเก่าเคยทำให้เธอกลัวการมีความรู้สึกดีๆ ให้ใครอีกครั้ง แต่กับพายุ... ผู้ชายที่ใช้การกระทำอบอุ่นเยียวยารอยร้าวทีละนิด เขากำลังทำให้กำแพงในใจเธอกำลังจะพังครืนลงมาด้วยมือของเขาเอง
"คุณพายุพูดอะไรแบบนั้นคะ... รสาไม่เคยคิด..."
"ไม่เคยคิดอะไรเลยใช่ไหม?" พายุสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรสาต้องแผ่นหลังแนบติดกับชั้นวางหนังสือไม้เนื้อแข็ง ปลายจมูกของเขาอยู่ห่างจากกลุ่มผมนุ่มเพียงไม่กี่คืบ จนเธอได้กลิ่นไอแดดและกลิ่นสะอาดเฉพาะตัวที่คุ้นเคย "คุณทำเหมือนผมสำคัญ แต่แล้วคุณก็ถอยกลับไปอยู่ในเซฟโซนของคุณ... รสาครับ ความกลัวของคุณมันกำลังทำร้ายเราทั้งคู่ รู้ตัวไหม"
มือหนายื่นไปวางทابกับกรอบไม้ข้างศีรษะของเธอ เป็นการกักตัวทางอ้อมโดยไม่ให้เธอหนีไปไหน สายตาของเขาคู่นั้นดึงดูดและตรึงเธอไว้ให้อยู่ในภวังค์ รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจสั่นไหวรุนแรงจนสมองขาวโพลน คำพูดมากมายที่เตรียมไว้จะปฏิเสธหรืออธิบายหายวับไปกับอากาศ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม
"รสา... กลัวค่ะ" สารภาพออกไปในที่สุดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสระเรื่อ "รสาเคยเจ็บมามากเกินกว่าจะเอาหัวใจที่เหลืออยู่มาเสี่ยงกับอะไรที่ไม่แน่นอน... ไร่ส้มแห่งนี้ให้ที่พักพิงกับรสา แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดเบื่อขึ้นมา หรือรสาเผล... เผลอรู้สึกกับคุณมากกว่าที่เป็นอยู่ คนที่จะไม่เหลืออะไรเลย... คือรสาค่ะ"
พายุชะงักไป ดวงตาคมคายที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์เมื่อครู่ค่อยๆ อ่อนแสงลง ความโกรธขึงและดื้อรั้นมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเข้าใจลึกซึ้งและความอ่อนโยนที่ส่งผ่านออกทางแววตา เขาเคลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างช้าๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการทำงานหนักสัมผัสเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนนุ่มเพื่อเกลี่ยหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลรินออกให้อย่างทะนุถนอม
"คุณคิดว่าผมทำทั้งหมดนี่... เพื่อเล่นสนุกเหรอครับ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำริมใบหู "รสา... สำหรับผม ไร่ส้มปลายดอยแห่งนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ มันคือบ้าน และผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้... คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมอยากตื่นมาเจอโลกใบนี้ในทุกๆ เช้า ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร และผมมั่นใจว่าผมจะไม่มีวันเบื่อผู้หญิงที่ทำให้ผมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแน่นอน"
ความหวานละมุนแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของรสาพรราวกับน้ำผึ้งหยดแรกที่แตะลงบนลิ้น ความหวาดกลัวที่เกาะกุมมานานนับปีเริ่มละลายหายไปกับความจริงใจที่สัมผัสได้จากฝ่ามืออุ่นและแววตาจริงจังของคนตรงหน้า เธอนิ่งงัน ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นโอบกอดความเปราะบางในใจทีละน้อย
รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ความลังเลในดวงตาคู่สวยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความยอมรับ เธอกำลังจะเอաբปากเอื้อนเอยถ้อยคำที่กลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจเพื่อตอบรับความรู้สึกของเขา
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกและห้วงเวลาอันแสนเปราะบางนั้นลงอย่างไร้ความปรานี พายุขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ขณะที่รสาตกใจรีบดันอกแกร่งให้ถอยห่างออกไปยืนตั้งหลักแทบไม่ทัน
"ขอโทษนะคะคุณพายุ..." เสียงหวานใสคุ้นหูของบุคคลผู้มาเยือนดังแทรกเข้ามาทันทีที่ประตูกลDไม้เปิดออก "พอดีหนูได้รับพัสดุเร่งด่วนจากสำนักงานใหญ่... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย"
เพียงขวัญยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงธรณีประตู มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารไว้แน่น ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างพายุที่หน้าบึ้งตึงกับรสาที่หน้าแดงก่ำจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรสาต้องสะดุดกึก และทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที ไม่ใช่สายตาแซวเล่นของเพื่อนสนิท...
หากแต่เป็นเอกสารในมือของเพียงขวัญ ที่หน้าปกซองระบุชื่อผู้ส่งชัดเจน—*สำนักงานกฎหมายกรุงเทพฯ* และชื่อจ่าหน้าซองผู้รับคือ *รสาพร* พร้อมด้วยเอกสารแนบท้ายแผ่นหนึ่งที่โผล่พ้นซองออกมา เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหน้าของใครบางคนจากอดีตที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต!
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับความเปราะบางของหัวใจพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - น้ำผึ้งหยดแรก
ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!