ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม•ตอนที่ 47

บทที่ 47

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
รอยเปื้อนสีน้ำตาลเข้มของกาแฟที่ซึมลงบนกระดาษโน้ตแผ่นหนา ทำให้รสากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่ถือปากกาค้างไว้สั่นน้อยๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่หลังกรอบประตูห้องทำงาน พายุไม่ได้เอ่ยทักทาย เขาก้าวเข้ามาเงียบๆ เหมือนเช่นเคย แต่แววตาคู่คมในยามนี้กลับไหวระริกราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป ความเงียบงันระหว่างเขากับเธอยืดเยื้อเนิ่นนาน ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดที่จะเปล่งออกมา เพื่อไม่ให้มันบาดลึกเกินกว่าหัวใจจะรับไหว "คุณจะเก็บมันไว้ทำไม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา รasuสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาเอื้อมมาแตะที่มุมกระดาษแผ่นนั้น ปลายเล็บของพายุเฉียดโดนนิ้วมือเธอเพียงนิดเดียว แต่มันกลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด รสาเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีไปยังกองเอกสารบัญชีไร่ส้มที่เปิดค้างไว้ "มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องใส่ใจนี่คะ... พายุ" "ถ้าไม่ใช่เรื่องของผม แล้วเรื่องของใครล่ะ รสา" เขาย้อนถาม น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นจนน่ากลัว พายุก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้เก่าๆ จนรสาต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเปลือกส้มและไอแดดจางๆ จากตัวเขาโชยปะทะนาสิก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่ขึงกั้นระหว่างอดีตอันเจ็บปวดกับปัจจุบันที่ยังไม่กล้าคาดเดา รสายังคงมีแผลใจจากกรุงเทพฯ รอยแผลที่ถูกคนรักเก่าหักหลังอย่างเลือดเย็น มันสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางความรู้สึกของเธอไว้ แม้ว่าพายุจะคอยดูแลเอาใจใส่เธอด้วยความอบอุ่นเสมอมา ทว่าความกลัวที่จะเจ็บซ้ำก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่ง "คุณก็รู้ว่าฉัน..." รสาพยายามหาเสียงของตัวเองให้กลับมาปกติ เธอกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นในลำคอลงไป "ฉันกำลังจะไปจากที่นี่ ไร่ส้มนี้... ถึงเวลาที่ฉันต้องคืนพื้นที่ทั้งหมดให้คุณแล้วค่ะ" คำว่า 'ไปจากที่นี่' หลุดออกจากริมฝีปากของเธอราวกับมีดคมที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง พายุชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลง ความรู้สึกหลากหลายฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ทั้งความโกรธ ความน้อยใจ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย มือหนาเอื้อมลงทาบับทับกระดาษโน้ตแผ่นนั้นไว้ ล็อคมือของรสาให้อยู่กับที่ "คุณคิดว่าการหนีกลับไปเผชิญหน้ากับความทรงจำปลอมๆ ที่นั่น มันจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่าการอยู่ที่นี่งั้นเหรอ รสา?" "มันไม่ใช่การหนีค่ะ!" รสาเผลอตะคอกกลับด้วยความอัดอั้น น้ำตาคลอหน่วยที่หน่วยตาอย่างน่าสงสาร "แต่ฉันไม่อยากเป็นภาระ... ไม่อยากเป็นตัวแทนของใครในใจคุณ! คุณเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ข้างใน แล้วทำดีกับฉันจนฉันเผลอใจ... แบบนี้มันยุติธรรมกับฉันแล้วหรือคะ พายุ?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งสองที่สะท้อนก้องอยู่ในความอึดอัด พายุนิ่งงันไปกับคำพูดนั้น ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย คล้ายกำลังแบกรับความรู้สึกผิดมหาศาลที่สะสมมานาน "คุณไม่เคยเป็นตัวแทนของใครเลย... รสา" พายุเอ่ยเสียงพร่า มือที่ทาบทับอยู่เปลี่ยนเป็นกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสที่อบอุ่นถ่ายทอดความจริงใจผ่านฝ่ามือหนา "ผู้หญิงคนนั้นในอดีตของผม... เธอตายไปพร้อมกับครอบครัวของผมในวันที่ไฟไหม้สวนส้มแปลงนั้นแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความผิดบาปที่ผมช่วยเธอไว้ไม่ได้... แต่คุณ..." เขาเว้นจังหวะ ปลายนิ้วโป้งลูบไล้หลังมือเธอนุ่มนวล ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ "...คุณคือคนที่ทำให้ลมหายใจของผมกลับมามีความหมายอีกครั้ง ตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในไร่ส้มปลายดอยแห่งนี้ รสา... คุณคือปัจจุบันและอนาคตของผม ไม่ใช่เงาของใครทั้งสิ้น" คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้รสาถึงกับพูดไม่ออก กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang ตราตรึงลึกถึงขั้วหัวใจ เธอมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความจริงจังและความเว้าวอนคู่นั้น รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด รสาเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหยาดน้ำตาที่ไม่ยอมเชื่อฟัง แต่มันกลับไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบๆ พายุน้อมตัวลงช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สายตาของเขาทอประกายความรักความหลงใหลที่ปิดไม่มิด ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม รสาหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่โหยหามาเนิ่นนาน หัวใจทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของดอกส้มที่ลอยล่องมาตามสายลมยามเย็นจากนอกหน้าต่าง ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงใสของเพียงขวัญเพื่อนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "รสา! พายุ! แย่แล้วค่ะ! ทางด้านแปลงส้มโซน C... มีคนบุกรุกเข้ามาทำลายต้นส้มพันธุ์ใหม่ที่เราเพิ่งผสมพันธุ์สำเร็จเมื่อคืนนี้เสียหายหมดเลยค่ะ!" พายุชะงักกึก ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวในเสี้ยววินาที เขากดจูบลงบนหน้าผากมนของรสาอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่งก่อนจะผละออกอย่างจำใจ รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ข่าวร้ายนี้ไม่เพียงแต่ทำลายหยาดเหงื่อแรงงานของไร่ส้ม แต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า... เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายธรรมดา พายุหันหลังคว้าเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองหน้ารสาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและเย็นเยียบ "ล็อคห้องนี้ไว้ อย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา... ไม่ว่าใครจะเรียกชื่อคุณข้างนอกก็ตาม" เขาก้าวพรวดพราดออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้รสายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดหวั่นที่เริ่มกัดกินหัวใจ ผ่านไปเพียงอึดใจเดียว... เมื่อเสียงฝีเท้าของพายุเลือนหายไป เสียงเคาะประตูก็在我响ขึ้นอีกครั้ง—ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะที่คุ้นเคย "ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..." มันเป็นเสียงเคาะสามครั้งที่เชื่องช้า เย็นเยียบ และไร้ซึ่งชีวิตชีวา ราวกับจังหวะของนาฬิกามรณะ ก่อนที่รสาจะได้เอ่ยปากถาม เสียงกระซิบแหบพร่าจากอีกฝั่งของบานประตูก็ดังลอดเข้ามาในความเงียบ ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็งในทันที *“รสา... เปิดประตูให้พี่หน่อยสิครับ... คนรักเก่าของน้อง... กลับมาหาแล้วนะ”* — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับความเปราะบางของหัวใจพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - น้ำผึ้งหยดแรก
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไอน้ำอุ่นในสวนส้ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%