กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนส่องกระทบละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ราวกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่ถูกกาลเวลาบดขยี้จนแหลกละเอียด ศิลาจ้องมองแฟ้มเอกสารหนังสีดำเข้มในมือที่เพิ่งถูกงัดออกจากช่องลับหลังตู้พระพุทธรูปโบราณ ร่องรอยการล็อกด้วยแม่กุญแจรหัสสามชั้นถูกทำลายลงด้วยปลายมีดพกอเนกประสงค์ของเรย์—ผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงผนังอิฐมอญอยู่ห่างออกไปเพียงช่วงแขน ดวงตาคมกริบคู่นั้นสะท้อนประกายไฟจากตะเกียงเจ้าพายุ ทอดมองความพังทลายทางจิตวิทยาบนใบหน้าของเขาอย่างเงียบเชียบ
"คุณบอกว่านี่คือห้องเก็บสมุดเก่าแก่ของสมาคมโบราณคดี แต่ดูเหมือนมันจะซ่อน 'ขยะมีค่า' ที่พวกคุณพยายามกวาดซุกไว้ใต้พรมมานานหลายสิบปีนะครับ, คุณนักโบราณคดีผู้ทรงคุณค่า"
น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบและเย็นชา แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ ศิลาไม่แม้แต่จะเหลือบมองคู่สนทนา ปลายนิ้วที่สวมถุงมือผ้าฝ้ายบางเฉียบกำลังสั่นเทาเล็กน้อย—ความเยือกเย็นและสุขุมที่เขาพยายามรักษาไว้ตลอดอาชีพการงาน กำลังถูกกัดกร่อนด้วยกระดาษแผ่นบางๆ ที่คีบอยู่ปลายนิ้ว
ในมือของเขาคือบันทึกภาคสนามภาคผนวก เล่มที่สิบสาม—บันทึกที่ถูกระบุในสารบัญทางการว่าเป็น "สูญหาย" ระหว่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวและเพลิงไหม้ที่แหล่งขุดค้นโบราณสถานไอยคุปต์จำลองในทะเลทรายซาอุดีอาระเบียเมื่อสิบห้าปีก่อน ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่พรากชีวิต "ศาสตราจารย์ธนา" ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของเขาไป
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกดความสั่นไหวในทรวงอก กลิ่นกระดาษเก่าผสมผงหมึกเคมีเตะจมูก เขากวาดสายตาอ่านลายมือหวัดๆ ที่คุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก—ลายมือของพ่อ
*‘วันที่ 14 ตุลาคม... เราพบห้องโถงชั้นใต้ดินก่อนที่ทางการจะเข้ามาถึง เรย์มอนด์ (พ่อค้าของเถื่อนชาวฝรั่งเศส) ติดต่อเข้ามาผ่านช่องทางลับ เขายืนข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้... แลกกับการเปิดทางให้เครือข่าย ‘ซินดิเคตแห่งเงา’ ขนย้ายรูปสลักหินบะซอลต์ยุคราชวงศ์ที่ศูนย์ออกไปครึ่งหนึ่ง พวกมันยอมจ่ายเงินสมทบทุนมูลค่ามหาศาลเข้ากองทุนขุดค้นของมหาวิทยาลัย... ผมเลือกความอยู่รอดของสถาบันและโครงการวิจัย มากกว่าจรรยาบรรณที่กินไม่ได้’*
ราวกับมีค้อนเหล็กขนาดมหึมาทุบลงกลางศีรษะ ภาพจำของพ่อผู้เป็นดั่งวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องโบราณวัตถุ พังทลายลงในพริบตา ความภูมิใจตลอดชีวิตของศิลาถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
"ไม่จริง..." ศิลาพึมพำออกมาเบาหวิว เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบไร้ร่องรอยของความมั่นใจ "พ่อผมไม่ใช่คนแบบนั้น... พ่อปฏิเสธพวกมันมาตลอด พ่อสู้จนตัวตาย!"
เรย์ถอนหายใจเบาๆ ขยับตัวเดินเข้ามาช้าๆ ฝีเท้าบนพื้นคอนกรีตไร้ซึ่งเสียงสะท้อน เขาหยุดยืนห่างจากศิลาเพียงคืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูก ศิลาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นยะเยือกของห้องใต้ดิน
"ความจริงมักจะน่าเกลียดแบบนี้เสมอนั่นแหละครับ, ศิลา" เรย์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ซ่อนเร้น "คุณคิดว่านักโบราณคดีจนๆ คนหนึ่ง เอาเงินจากไหนมาสร้างห้องแล็บวิจัยส่วนตัวราคาแพงให้คุณเรียนจบปริญญาโทจากออกซฟอร์ด? คุณคิดว่าชื่อเสียงเกียรติยศของศาสตราจารย์ธนาแลกมาด้วยอะไร? หยาดเหงื่อและหยดน้ำตาเหรอ? เปล่าเลย... มันแลกมาด้วยรอยเปื้อนบนหน้าประวัติศาสตร์ที่พวกเรากำลังช่วยกันขุดคุ้ยขึ้นมานี่ต่างหาก"
ศิลาหันขวับไปมองหน้าเรย์ ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัดอั้น ความเกลียดชังพุ่งพล่านผสมปนเปกับความเจ็บปวดลึกๆ เขาเงื้อมือขึ้น หมายจะกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อระบายความอัปยศอดสูที่สุมอก แต่เรย์กลับจับข้อมือของเขาไว้ได้อย่างแม่นยำราតกับอ่านทางออกทุกลมหายใจ
แรงบีบที่ข้อมือไม่หนักหน่วงจนเกินไป แต่มันมั่นคงและเด็ดขาด ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ศิลาเห็นเงาสะท้อนของความเจ็บปวดในดวงตาสีเทาเข้มของเรย์—ดวงตาที่ปกติมักจะเย็นชาและคำนวณผลประโยชน์อยู่เสมอ บัดนี้กลับฉายแววความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด ซึ่งมันทำให้ศิลาโกรธยิ่งกว่าเดิม
"ปล่อยผม!" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อซ้ำเติมคุณนะ, ศิลา" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าตกใจ นิ้วโป้งของเรย์ลูบหลังข้อมือของศิลาเบาๆ เป็นการปลอบประโลมที่ขัดกับสถานการณ์อันตรายนี้อย่างสิ้นเชิง "แต่ผมต้องการให้คุณตาสว่าง... กลุ่มมาเฟียโบราณคดีที่คุณตามล่ามาครึ่งค่อนชีวิต และองค์กรที่ผมเคยทำงานให้... แท้จริงแล้วมันคือเงาเดียวกัน และพวกมันกำลังเคลื่อนไหวอีกครั้งในโปรเจกต์ขุดค้นลุ่มน้ำโขงที่คุณกำลังรับผิดชอบอยู่"
ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่ปั่นป่วนเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาล "หมายความว่า... การที่ผมได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าคณะสำรวจครั้งนี้..."
"ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและความเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน "พวกมันไม่ได้ต้องการให้คุณไปปกป้องโบราณวัตถุ... แต่มันต้องการใช้ ‘ความซื่อสัตย์’ และ ‘นามสกุล’ ของคุณ เป็นฉากบังหน้าในการฟอกสมบัติชิ้นใหม่ต่างหากล่ะครับ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อระบายน้ำด้านบนที่ดังติ๋งๆ เป็นจังหวะ ราวกับเวลาในชีวิตของศิลากำลังนับถอยหลัง
ฉับพลัน... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน เสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืนพกสั้นสะท้อนก้องกังวานลงมา ตามมาด้วยเสียงกุญแจไขแกรกกรากที่ประตูเหล็กนิรภัยชั้นนอก
เรย์หรี่ตาลงทันที ประกายความเย็นชาฉายวาบขึ้นในดวงตา เขาปล่อยข้อมือศิลาแล้วดึงมีดพกออกจากเข็มขัดอย่างรวดเร็ว
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะครับ" เรย์กระซิบเสียงต่ำ พลางดันร่างของศิลาให้หลบไปอยู่หลังชั้นวางเอกสารเหล็กหนา "และผมเกรงว่า... คนที่ส่งพวกเขามา จะไม่ใช่แค่คนของสมาคมโบราณคดีธรรมดาเสียแล้ว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ บันทึกนักโบราณคดี
เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 14
อดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!