เสียงลั่นเปรี๊ยะของกองไฟที่ใกล้จะมอดดับ ไม่ได้ให้ความอบอุ่นมากพอที่จะขับไล่ความหนาวยะเยือกที่เกาะกุมอยู่ตามกระดูกสันหลัง ในความเวิ้งว้างของทะเลทรายยามค่ำคืนที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ มีเพียงแสงสีส้มแดงวับแวมสาดกระทบโครงหน้าคมสันของศิลา เขากำลังใช้ปลายมีดพกขูดคราบดินเหนียวโบราณออกจากร่องศิลาแผ่นเล็กที่เพิ่งขุดพบเมื่อช่วงบ่ายอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความนิ่งสงบ ทว่าประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวราวกับสัตว์ป่าที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติในอากาศ
ตรงกันข้ามกับเรย์... ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้ลังสุดท้ายที่ยังไม่ได้เปิด แสงไฟจากกองเพลิงสะท้อนแววตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมองศิลาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ศิลาอ่านไม่ออกมาตลอดการเดินทาง—มันไม่ใช่รอยยิ้มของมิตร และก็ไม่ใช่ศัตรูเสียทีเดียว แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อติดกับดัก
"คุณกำลังขูดประวัติศาสตร์ หรือกำลังฝังกลบมันด้วยมือตัวเองกันแน่ครับ, ศิลา"
เสียงทุ้มต่ำของเรย์ดังขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นเจือความเย้าแหย่ แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ศิลาไม่เงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงใช้ความประณีตบรรจงในการแซะเศษทรายออกจากร่องสลักรูปอักษรลิ่ม "ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกฝังกลบด้วยดินทรายหรอกครับ เรย์... แต่มันมักถูกบิดเบือนด้วยความโลภของมนุษย์ที่พยายามตีราคาให้กับความตายของคนโบราณต่างหาก"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชา "ความโลภงั้นหรือ? ช่างเป็นคำพูดที่หอมหวานในปากของนักโบราณคดีผู้สูงส่ง เสียดายที่ความหิวโหยไม่เคยสนใจจริยธรรม... คุณคิดจริงๆ หรือว่าแผ่นศิลาในมือคุณจะช่วยให้อุดมการณ์ของคุณรอดพ้นจากคมมีดของคนที่ต้องการมันในราคาสูง?"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมทะเลทรายยามดึกพัดอู้ Աวี หอบเอาเศษทรายมากระทบผืนผ้าใบเต็นท์จนเกิดเสียงดังซ่า ราวกับมีใครหลายคนกำลังเดินย่องเข้าล้อมรอบค่ายพักแรมแห่งนี้
ศิลาชะงักมือที่ถือมีดเล็กน้อย เขาสบตาคู่คมของเรย์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม ทั้งสองคนต่างผ่านสมรภูมิโบราณสถานมาโชกโชน สัญชาตญาณดิบของมืออาชีพเตือนภัยพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย
ความเงียบที่โรยตัวลงมา ณ วินาทีนั้น... ไม่ใช่ความสงบ แต่เป็น "ความเงียบที่อันตราย" ชนิดที่แม้แต่เสียงหายใจก็ยังดังเกินไป
*ฟรึ่บ!*
เปลวไฟในกองกองเพลิงไหววูบอย่างรุนแรงราวกับถูกกระชากด้วยแรงลมปริศนา ก่อนที่แสงสว่างจะหรี่ดับลงเหลือเพียงถ่านสีแดงก่ำที่ใกล้หมดลมหายใจ ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวในเสี้ยววินาที
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับมีดพกในมือ ร่างกายแนบชิดกับเสาเต็นท์ เรย์เองก็หายไปจากลังไม้ที่นั่งอยู่ก่อนหน้าอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอายแปลกปลอมที่ลอยมากับสายลม—กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นสาบของสัตว์ป่า... หรือบางที มันอาจไม่ใช่กลิ่นของสัตว์
"เรย์?" ศิลาส่งเสียงเรียกเบาหวิวผ่านความมืด พยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอ
ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำลงบนพื้นทรายรอบค่ายพัก... *กรอบ... กรอบ...* มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมาก แต่มันเป็นเสียงฝีเท้าที่เดินวนเป็นวงกลม ช้าๆ ทว่ามั่นคง และทิ้งน้ำหนักลงบนผืนทรายราวกับต้องการให้พวกเขารับรู้ถึงการมาเยือน
ศิลาขยับตัวช้าๆ ไปยังโต๊ะสนามที่มีตะเกียงน้ำมันสำรองอยู่ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ควานหาไม้ขีดไฟ ท่ามกลางความมืดที่กดทับประสาทสัมผัสทุกส่วน ทันใดนั้น มือปริศนาคู่หนึ่งก็พุ่งออกมาจากเงามืดด้านหลัง กระชากแขนของเขาอย่างแรงจนเซถลาล้มลงไปหลบอยู่หลังลังไม้ พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่เอื้อมมาปิดปากเขาไว้แน่น
กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝุ่นทรายปะทะเข้ากับจมูก... เรย์
เรย์ไม่ได้ส่งเสียงพูด แต่ลมหายใจที่รดรดอยู่ข้างใบหูของศิลากำลังสื่อสารความหมายที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
นิ้วเรียวยาวของเรย์ค่อยๆ เลื่อนลงมาชี้ไปที่ผนังผ้าใบเต็นท์ด้านนอก... เงาดำทึบขนาดใหญ่สามร่างกำลังทอดตัวยาวผ่านแสงดาวริบหรี่ เงาเหล่านั้นไม่ได้ถือจอบหรือเสียมเหมือนคนงานในค่าย แต่ในมือของพวกมัน... เงาของปลายดาบโค้งงอและกระบอกปืนยาวกำลังสั่นไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวที่คุกคาม
หัวใจของศิลาเต้นกระหน่ำรัวในอก เขาหันไปมองหน้าเรย์ในความมืด ดวงตาของนักค้าวัตถุโบราณอิสระคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายความตื่นเต้นระคนความเยือกเย็นฉายชัดอยู่ภายใน
และก่อนที่ใครสักคนจะทันได้ขยับตัว ท่อนไม้ที่ใช้ค้ำยันเต็นท์ฝั่งทิศตะวันตกก็หักสะบั้นลงด้วยแรงกระแทกจากภายนอก พร้อมกับรอยกรีดคมกริบที่ฉีกผ้าใบเต็นท์ขาดวิ่นเผยให้เห็นแสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาภายใน ทะลวกร่างของทั้งคู่จนจดจำไม่ได้!
ศิลาเบิกตากว้างเมื่อแสงไฟนั้นไม่ได้สาดมาจากกลุ่มโจรทะเลทราย... แต่เป็นตราสัญลักษณ์คุ้นตาที่สลักอยู่บนด้ามปืนพกของคนที่ก้าวเข้ามาเหยียบธรณีประตูเต็นท์... ตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานอนุรักษ์โบราณวัตถุแห่งชาติที่พ่อของเขาเคยสังกัดอยู่ก่อนเสียชีวิต
"ยินดีต้อนรับสู่การขุดค้นรอบสุดท้ายครับ... ศิลา" เสียงกระซิบเยียบเย็นจากเรย์ดังขึ้นชิดริมหู ในขณะที่ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบของอีกฝ่ายถูกกดแนบลงกับข้อมือของเขาอย่างแม่นยำ
บันทึกนักโบราณคดีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ
เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ•ตอนที่ 20
ความเงียบที่อันตราย
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาจารึกใต้ผืนทราย กับชายผู้ไร้ชีพ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!